← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อันตราย (Hazard) คืออะไร? ความแตกต่างระหว่างอันตราย ความเสี่ยง และภัยพิบัติ

สรุปใจความสำคัญ

  • อันตราย (Hazard) คือแหล่งกำเนิดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย แต่จะกลายเป็นความเสี่ยง (Risk) เมื่อมีการสัมผัสหรือการเปิดรับ
  • อันตรายสามารถแบ่งออกเป็นเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ อันตรายจากธรรมชาติ, อันตรายจากมนุษย์/เทคโนโลยี และอันตรายทางภูมิอากาศ
  • ภัยพิบัติ (Disaster) คือผลกระทบที่รุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่ออันตราย (Hazard) ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่ไม่มีความสามารถในการรับมือได้เพียงพอ

อันตราย (Hazard) คือแหล่งกำเนิดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ทรัพย์สิน หรือสิ่งที่มีค่าอื่นๆ โดยสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสารเคมี เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่ลักษณะของมันสามารถสร้างความเสียหายได้

ภาพประกอบเกี่ยวกับอันตราย
ภาพประกอบแสดงให้เห็นถึงแนวคิดของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมต่างๆ

ประเภทของอันตราย

อันตรายสามารถจำแนกได้หลายวิธี ซึ่งไม่จำเป็นต้องทับซ้อนกัน โดยแบ่งตามปัจจัยที่ก่อให้เกิด หรือตามลักษณะทางกายภาพ และตามประเภทของความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนี้:

  • อันตรายจากธรรมชาติ (Natural Hazards): เช่น น้ำท่วม, ภัยแล้ง, แผ่นดินไหว, พายุไซโคลนเขตร้อน, ฟ้าผ่า, ภูเขาไฟระเบิด และไฟป่า
  • อันตรายจากมนุษย์และเทคโนโลยี (Anthropogenic/Technological Hazards): เช่น โครงสร้างอาคารพังทลาย, อุบัติเหตุการขนส่ง, การระเบิดที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ และการรั่วไหลของสารพิษ
  • อันตรายทางด้านภูมิอากาศ (Climate Hazards): เป็นอันตรายที่เกิดจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะโลกร้อน เช่น ไฟป่า, น้ำท่วม, ภัยแล้ง และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

การรวมตัวของอันตราย (Compound Events)

อันตรายทางภูมิอากาศสามารถรวมตัวกับอันตรายอื่นๆ และส่งผลให้เกิดความสูญเสียแบบทวีคูณ เช่น ความร้อนจัด (Climate Hazard) รวมกับคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ (Hazard) หรือ น้ำท่วม (Climate Hazard) รวมกับคุณภาพน้ำที่ปนเปื้อนสารพิษ

นิยามและเงื่อนไขการเกิดอันตราย

ในทางวิชาการ อันตรายถูกนิยามว่าคือ "การเกิดขึ้นของเหตุการณ์ทางกายภาพหรือแนวโน้มที่เกิดจากธรรมชาติหรือมนุษย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ หรือผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สิน โครงสร้างพื้นฐาน การดำรงชีวิต ระบบนิเวศ และทรัพยากรสิ่งแวดล้อม"

เงื่อนไขสำคัญคือ อันตรายจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีเส้นทางในการสัมผัส (Pathway to Exposure) ตัวอย่างเช่น แกนกลางของโลกประกอบด้วยวัสดุหลอมเหลวที่มีอุณหภูมิสูงมาก ซึ่งหากสัมผัสได้จะถือเป็นอันตรายร้ายแรง แต่เนื่องจากมนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงหรือสัมผัสได้ในปัจจุบัน แกนโลกจึงไม่ถือเป็นอันตรายต่อเรา

ความสัมพันธ์กับคำศัพท์อื่นๆ

ภัยพิบัติ (Disaster)

ความแตกต่างระหว่างอันตรายทางธรรมชาติและภัยพิบัติคือ อันตราย (Hazard) คือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น แต่ ภัยพิบัติ (Disaster) คือผลกระทบที่รุนแรงต่อสังคมหรือชุมชนหลังจากที่เหตุการณ์อันตรายนั้นเกิดขึ้นจริง

ตัวอย่างเช่น แผ่นดินไหวคืออันตราย (Hazard) แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโกในปี 1906 คือภัยพิบัติ (Disaster) เพราะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อชุมชน

ความเสี่ยง (Risk) และความเปราะบาง (Vulnerability)

ในทางปฏิบัติ ผู้คนมักใช้คำว่าอันตรายและความเสี่ยงสลับกัน แต่ในการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ทั้งสองคำนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน:

  • อันตราย (Hazard): ตัวการที่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อมนุษย์ ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม
  • ความเสี่ยง (Risk): ความน่าจะเป็นที่การสัมผัสกับอันตรายจะนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงลบ หรือพูดง่ายๆ คือ หากไม่มีการสัมผัส (Exposure) กับอันตรายนั้น อันตรายนั้นก็จะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยง

ความเสี่ยงจึงเป็นผลรวมของ อันตราย (Hazard) + การสัมผัส (Exposure) + ความเปราะบาง (Vulnerability)

คำถามที่พบบ่อย

อันตราย (Hazard) และ ความเสี่ยง (Risk) ต่างกันอย่างไร?

อันตรายคือตัวการหรือแหล่งกำเนิดที่สามารถสร้างความเสียหายได้ (เช่น สารเคมีอันตราย) ส่วนความเสี่ยงคือโอกาสหรือความน่าจะเป็นที่ความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นจริงเมื่อมีการสัมผัสกับตัวการนั้น

อะไรคือปัจจัยที่กำหนดความรุนแรงของอันตราย?

ปัจจัยหลักประกอบด้วย จังหวะเวลา (Timing), สถานที่ (Location), ขนาดหรือความรุนแรง (Magnitude) และความถี่ (Frequency)

ทำไมแกนโลกถึงไม่ถือเป็นอันตราย (Hazard) ในปัจจุบัน?

เพราะไม่มีเส้นทางในการสัมผัส (Pathway to Exposure) เนื่องจากมนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงหรือสัมผัสกับแกนโลกได้ ความเสียหายจึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง