Scopus คืออะไร? เจาะลึกฐานข้อมูลงานวิจัยระดับโลกและข้อดี
สรุปใจความสำคัญ
- Scopus เปิดตัวในปี 2004 โดยสำนักพิมพ์ Elsevier เพื่อแข่งขันกับ Web of Science
- วารสารใน Scopus ถูกประเมินคุณภาพผ่าน 4 ตัวชี้วัดหลักคือ h-Index, CiteScore, SJR และ SNIP
- Scopus รองรับการส่งออกข้อมูลอ้างอิงได้สูงสุดถึง 20,000 รายการต่อการส่งออกหนึ่งครั้ง ซึ่งมากกว่า Web of Science
Scopus คือฐานข้อมูลบทคัดย่อและการอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ที่เปิดตัวโดยสำนักพิมพ์วิชาการ Elsevier ในปี 2004 เพื่อเป็นคู่แข่งสำคัญของ Web of Science โดย Scopus ได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่นักวิจัยและสถาบันการศึกษาทั่วโลกใช้ในการค้นหา ตรวจสอบ และวิเคราะห์ผลงานทางวิชาการ
การประเมินคุณภาพวารสารใน Scopus
วารสารที่ถูกนำเข้ามาอยู่ในฐานข้อมูล Scopus จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพเป็นประจำทุกปี โดยใช้เกณฑ์การวัดเชิงตัวเลข 4 ประการ ได้แก่:
- h-Index: ดัชนีชี้วัดผลกระทบของนักวิจัยหรือวารสาร
- CiteScore: ค่าการอ้างอิงเฉลี่ยของบทความในวารสาร
- SJR (SCImago Journal Rank): การจัดอันดับวารสารโดยคำนึงถึงความสำคัญของแหล่งที่มาของการอ้างอิง
- SNIP (Source Normalized Impact per Paper): ค่าผลกระทบที่ปรับบรรทัดฐานตามสาขาวิชา
ด้วยเหตุนี้ วารสารที่อยู่ใน Scopus จึงได้รับการยอมรับจากหน่วยงานให้ทุนวิจัยและคณะกรรมการรับรองวิทยฐานะในหลายประเทศว่ามีคุณภาพการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ที่ได้มาตรฐาน
การเปรียบเทียบระหว่าง Scopus และ Web of Science (WoS)
จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า Scopus และ Web of Science มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้:
| คุณสมบัติ | Scopus | Web of Science (WoS) |
|---|---|---|
| ความง่ายในการใช้งาน | นำทางง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น | มีความซับซ้อนกว่าในบางส่วน |
| ความลึกของข้อมูล | ย้อนหลังไปถึงปี 1966 | ย้อนหลังไปถึงปี 1945 |
| การค้นหาคำสำคัญ | มี Keyword ที่เจาะจงและละเอียดกว่า | Keyword มักเป็นหมวดหมู่กว้างๆ |
| การส่งออกข้อมูล | ส่งออกได้สูงสุด 20,000 รายการต่อครั้ง | จำกัดที่ 5,000 รายการต่อครั้ง |
| การค้นหาทางเคมี | ค้นหาด้วย CAS number และชื่อสารเคมีได้ | ค้นหาด้วยโครงสร้างทางเคมีได้ (แต่จำกัด) |
ความสามารถในการสืบค้นขั้นสูง
Scopus มีความก้าวหน้าในด้านภาษาที่ใช้ในการสืบค้น (Structured Query Language) เช่น การใช้คำสั่ง PRE/n เพื่อค้นหาคำที่เรียงลำดับตามที่ระบุ ซึ่งช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่าคำสั่ง NEAR/n ของ WoS ที่ค้นหาคำที่อยู่ใกล้กันโดยไม่จำกัดลำดับ
ฟีเจอร์เด่นอื่นๆ ของ Scopus
- Author Profiles: ให้ข้อมูลรายละเอียดของนักวิจัย ทั้งสังกัด จำนวนผลงาน การอ้างอิง และการคำนวณค่า h-index
- การเชื่อมต่อกับ ORCID: สามารถรวม Scopus ID เข้ากับรหัสระบุตัวตนดิจิทัล ORCID ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล
- การค้นหาสิทธิบัตร: สามารถสืบค้นสิทธิบัตรจากฐานข้อมูล Lexis-Nexis ซึ่งครอบคลุม USPTO, EPO, JPO, WIPO และ UK Intellectual Property Office
- Scopus CiteScore: เว็บไซต์ฟรีที่ให้ข้อมูลการอ้างอิงสำหรับวารสารและหนังสือกว่า 25,000 รายการ เพื่อเป็นทางเลือกแทนค่า Impact Factor
คำถามที่พบบ่อย
Scopus แตกต่างจาก Web of Science อย่างไร?
Scopus มักจะใช้งานง่ายกว่า มีจำนวน Keyword ที่เจาะจงมากกว่า และส่งออกข้อมูลได้จำนวนมากกว่าต่อครั้ง ในขณะที่ Web of Science มีข้อมูลย้อนหลังที่ลึกกว่า (ถึงปี 1945) และมีความโดดเด่นในบางด้านของการค้นหาโครงสร้างทางเคมี
การที่วารสารอยู่ใน Scopus หมายถึงอะไร?
หมายความว่าวารสารนั้นผ่านการตรวจสอบคุณภาพตามเกณฑ์ของ Scopus ซึ่งมักถูกใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับหน่วยงานให้ทุนวิจัยและสถาบันการศึกษาในการรับรองคุณภาพงานวิจัย
Scopus สามารถค้นหาสิทธิบัตรได้หรือไม่?
ได้ Scopus มีการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล Lexis-Nexis ทำให้สามารถค้นหาสิทธิบัตรจากสำนักงานสิทธิบัตรหลักๆ เช่น USPTO, EPO และ WIPO ได้