Sex hormone-binding globulin (SHBG) คืออะไร? หน้าที่และความสำคัญ
สรุปใจความสำคัญ
- SHBG เป็นโปรตีนที่จับกับฮอร์โมนเพศ (เทสโทสเตอโรนและเอสโตรเจน) เพื่อควบคุมปริมาณฮอร์โมนอิสระที่ออกฤทธิ์ในร่างกาย
- ระดับ SHBG ในผู้หญิงมักจะสูงกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า
- ระดับ SHBG ที่ต่ำเกินไปในผู้หญิงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะฮอร์โมนเพศชายเกินและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
Sex hormone-binding globulin (SHBG) หรือ sex steroid-binding globulin (SSBG) เป็นไกลโคโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่สำคัญในการจับกับฮอร์โมนเพศ ทั้งแอนโดรเจน (Androgens) และเอสโตรเจน (Estrogens) ในกระแสเลือด โดยเมื่อ SHBG ถูกผลิตขึ้นจากเซลล์ Sertoli ในหลอดสร้างอสุจิของอัณฑะ จะถูกเรียกว่า androgen-binding protein (ABP)
SHBG พบได้ในสัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิด ยกเว้นนก โดยในขณะที่ฮอร์โมนสเตียรอยด์อื่นๆ เช่น โปรเจสเตอโรน และคอร์ติซอล จะถูกขนส่งโดยโปรตีนที่ชื่อว่า transcortin

หน้าที่ของ SHBG
ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) และเอสโตรดิออล (Estradiol) ที่ไหลเวียนในกระแสเลือด จะมีการจับตัวกับโปรตีนขนส่งในสัดส่วนที่แตกต่างกัน โดยประมาณ 33-70% จะจับกับเซรั่มอัลบูมิน (Serum Albumin) อย่างหลวมๆ และส่วนที่เหลือส่วนใหญ่จะจับกับ SHBG อย่างแน่นหนา
มีเพียงส่วนน้อยมาก (ประมาณ 1-4%) เท่านั้นที่เป็น "ฮอร์โมนอิสระ" (Free hormones) ซึ่งเป็นส่วนที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพและสามารถเข้าสู่เซลล์เพื่อกระตุ้นตัวรับ (Receptor) ได้ ดังนั้น SHBG จึงทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเหล่านี้ และระดับของ SHBG จะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการนำฮอร์โมนเพศไปใช้ในร่างกาย
ความสำคัญในระบบสืบพันธุ์
เนื่องจาก SHBG จับกับเทสโทสเตอโรน (T) และไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ทำให้ฮอร์โมนเหล่านี้มีความสามารถในการละลายในไขมันลดลง และถูกกักเก็บไว้ในของเหลวภายในหลอดสร้างอสุจิ ซึ่งช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างอสุจิ (Spermatogenesis) และการเจริญเติบโตของอสุจิในท่อนำอสุจิ (Epididymis)
การผลิต SHBG ถูกควบคุมโดยฮอร์โมน FSH ที่กระทำต่อเซลล์ Sertoli และยังถูกกระตุ้นโดยอินซูลิน เรตินอล และเทสโทสเตอโรน
ลำดับความสามารถในการจับ (Binding Affinity)
ความสามารถในการจับของ SHBG ต่อสเตียรอยด์เพศต่างๆ เรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้:
- Dihydrotestosterone (DHT) > Testosterone > Androstenediol > Estradiol > Estrone
โดย DHT มีความสามารถในการจับสูงกว่าเทสโทสเตอโรนประมาณ 5 เท่า และสูงกว่าเอสโตรดิออลประมาณ 20 เท่า
ระดับ SHBG ในเพศหญิงและเพศชาย
โดยปกติแล้ว ระดับ SHBG ในผู้หญิงจะสูงกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า ซึ่งในผู้หญิง SHBG จะช่วยจำกัดการสัมผัสกับทั้งแอนโดรเจนและเอสโตรเจน
- ระดับ SHBG ต่ำในผู้หญิง: อาจสัมพันธ์กับภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน (Hyperandrogenism) และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เนื่องจากร่างกายได้รับผลกระทบจากแอนโดรเจนและเอสโตรเจนมากขึ้น
- ระหว่างการตั้งครรภ์: ระดับ SHBG จะเพิ่มขึ้น 5-10 เท่า เนื่องจากระดับเอสโตรเจนที่สูงขึ้นจะกระตุ้นการผลิต SHBG ที่ตับ ซึ่งอาจช่วยปกป้องมารดาจากการได้รับแอนโดรเจนจากทารกในครรภ์

ชีวเคมีและการสังเคราะห์
SHBG ถูกผลิตขึ้นส่วนใหญ่ที่ ตับ และถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนี้ยังมีการผลิตจากสมอง มดลูก อัณฑะ และรก
พันธุกรรม (Gene)
ยีนที่ควบคุมการสร้าง SHBG คือยีน Shbg ซึ่งตั้งอยู่บนโครโมโซม 17 แขนสั้น (Short arm) ระหว่างแถบ 17p12→p13 โดยมีโครงสร้างประกอบด้วยเอ็กซอน (Exons) 8 ตัว และมีตัวแปรของเอ็กซอน 1 ที่ถูกกระตุ้นโดยโปรโมเตอร์ (Promoter) ที่แตกต่างกัน
ความหลากหลายทางพันธุกรรม (Polymorphisms)
การกลายพันธุ์หรือความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีน SHBG ส่งผลต่อระดับโปรตีนในร่างกาย เช่น:
- Rs6259 (Asp327Asn): ทำให้เกิดตำแหน่ง N-glycosylation เพิ่มขึ้น ส่งผลให้โปรตีนมีอายุขัยในกระแสเลือดนานขึ้นและมีระดับสูงขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก แต่เพิ่มความเสี่ยงของโรคพุ่มพวง (Systemic Lupus Erythematosus)
คำถามที่พบบ่อย
SHBG คืออะไร?
SHBG คือไกลโคโปรตีนที่ทำหน้าที่ขนส่งและควบคุมการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศ เช่น เทสโทสเตอโรน และเอสโตรเจน โดยการจับกับฮอร์โมนเหล่านี้เพื่อไม่ให้ออกฤทธิ์ทันทีในกระแสเลือด
ระดับ SHBG ต่ำส่งผลอย่างไร?
ระดับ SHBG ต่ำทำให้มีปริมาณฮอร์โมนอิสระ (Free hormones) เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ร่างกายได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนเพศมากขึ้น เช่น ในผู้หญิงอาจนำไปสู่ภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน
SHBG ถูกผลิตที่ไหน?
SHBG ถูกผลิตขึ้นส่วนใหญ่ที่ตับ และยังผลิตได้จากสมอง มดลูก อัณฑะ และรก

