← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การค้าสัตว์ป่าและพืชป่า ผลกระทบและกฎระเบียบสากล

สรุปใจความสำคัญ

  • การค้าสัตว์ป่าครอบคลุมทั้งสิ่งมีชีวิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสัตว์และพืชป่า
  • CITES เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศหลักที่ควบคุมการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์
  • การลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล เทียบเท่ากับการค้าอาวุธและยาเสพติด
  • ตลาดสัตว์ป่าที่มีชีวิตเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการเกิดโรคอุบัติใหม่ที่แพร่จากสัตว์สู่คน (Zoonoses)

การค้าสัตว์ป่า (Wildlife trade) หมายถึง การแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์หรือพืชที่ไม่ได้ถูกนำมาเลี้ยงหรือปลูกในระบบเกษตรกรรม โดยส่วนใหญ่เป็นการนำออกมาจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ หรือการเพาะเลี้ยงภายใต้การควบคุม การค้านี้ครอบคลุมทั้งสิ่งมีชีวิตที่ยังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่ตายแล้ว เนื้อเยื่อ เช่น หนัง กระดูก เนื้อ หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ

การค้าสัตว์ป่าแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ การค้าที่ถูกกฎหมายซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) และการค้าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก เทียบเท่ากับการลักลอบค้าอาวุธและยาเสพติด

การลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
ตัวอย่างการลักลอบค้าสัตว์ป่าซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากรสัตว์ป่าในธรรมชาติ

การกำกับดูแลและข้อจำกัดในการตรวจสอบ

ปริมาณการค้าระหว่างประเทศในสินค้าสัตว์ป่ามีมูลค่ามหาศาลและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากการวิเคราะห์สถิติศุลกากรระบบ Harmonized System (HS Code) ในปี 2012 พบว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าทั่วโลกมีมูลค่าถึง 1.87 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็นสินค้าประมง 1.13 แสนล้านดอลลาร์ ผลิตภัณฑ์พืชและป่าไม้ 7.1 หมื่นล้านดอลลาร์ และสัตว์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประมง 3 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบการค้าสัตว์ป่าทั่วโลกยังขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากข้อจำกัดของระบบรหัส HS Code ที่ใช้ในงานศุลกากร ซึ่งมักบันทึกข้อมูลในหมวดหมู่กว้าง ๆ เช่น "พืช" หรือ "ผลิตภัณฑ์สัตว์" โดยไม่มีรายละเอียดทางอนุกรมวิธาน (Taxonomic detail) ส่งผลให้การติดตามแหล่งที่มาและการปราบปรามการนำเข้าที่ผิดกฎหมายทำได้ยาก มีการเรียกร้องให้ปฏิรูประบบ HS Code เพื่อให้สามารถระบุชนิดพันธุ์ได้อย่างชัดเจนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

ผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

การค้าสัตว์ป่าถือเป็นภัยคุกคามอันดับสองต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้สูญพันธุ์ และติด 1 ใน 10 ภัยคุกคามหลักของนก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และพืชกลุ่มไซแคด (Cycads) การนำสิ่งมีชีวิตออกจากระบบนิเวศในปริมาณมากส่งผลกระทบดังนี้:

  • การเสียสมดุลของห่วงโซ่อาหาร: เมื่อสัตว์ผู้ล่าระดับสูงถูกกำจัดออกไป อาจทำให้ประชากรสัตว์ในระดับต่ำกว่าเพิ่มขึ้นจนเกินสมดุล ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังพืชในพื้นที่
  • การแพร่กระจายของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (Invasive Species): งานวิจัยระบุว่าชนิดพันธุ์ที่รุกรานได้ง่ายมักถูกนำมาค้าขายมากกว่าชนิดพันธุ์อื่นถึง 7 เท่า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นที่ทำลายระบบนิเวศท้องถิ่น

ความเชื่อมโยงกับโรคอุบัติใหม่ (Zoonoses)

องค์การสหประชาชาติ (UN), องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ระบุว่าโรคติดเชื้อที่แพร่จากสัตว์สู่คน (Zoonotic diseases) มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการทำลายธรรมชาติ การสูญเสียถิ่นที่อยู่ และการค้าสัตว์ป่า

ตลาดสัตว์ป่าที่มีชีวิต โดยเฉพาะในบางภูมิภาคของเอเชีย ถูกระบุว่าเป็นจุดเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค เช่น โรคซาร์ส (SARS) ในปี 2002 และการแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID-19) เนื่องจากสภาพแวดล้อมในตลาดเอื้อต่อการกลายพันธุ์ของไวรัสและเพิ่มโอกาสในการส่งผ่านเชื้อจากสัตว์สู่มนุษย์ นอกจากนี้ โรคอื่น ๆ เช่น ไวรัสซิกา (Zika), เอดส์ (AIDS), อีโบลา (Ebola) และฝีดาษลิง (Monkeypox) ก็มีต้นกำเนิดมาจากประชากรสัตว์ที่อยู่ภายใต้ความกดดันทางสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

ผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาด

ในช่วงการประกาศล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าการค้าสัตว์ป่าได้ย้ายรูปแบบไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น โดยสัตว์เลี้ยงถูกนำเสนอในฐานะเพื่อนคลายเหงาในช่วงกักตัว ซึ่งส่งผลให้การลักลอบค้าสัตว์ป่าในรูปแบบดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

CITES คืออะไรและมีบทบาทอย่างไร?

CITES คืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งมีสมาชิก 184 ประเทศ ทำหน้าที่กำกับดูแลและควบคุมการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าเพื่อให้แน่ใจว่าการค้าดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของชนิดพันธุ์ในธรรมชาติ

ทำไมการค้าสัตว์ป่าจึงนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรค?

เพราะตลาดสัตว์ป่าที่มีชีวิตมักนำสัตว์ต่างชนิดกันมารวมกันในสภาพแวดล้อมที่แออัดและเครียด ซึ่งเอื้อต่อการกลายพันธุ์ของไวรัสและเพิ่มโอกาสที่เชื้อโรคจะจะแพร่กระจายจากสัตว์สู่มนุษย์ได้ง่ายขึ้น

การค้าสัตว์ป่าส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างไร?

การนำสัตว์ออกจากป่าในปริมาณมากทำให้ห่วงโซ่อาหารเสียสมดุล เช่น การลดลงของสัตว์ผู้ล่าทำให้ประชากรสัตว์กินพืชเพิ่มขึ้นจนทำลายพืชพรรณในพื้นที่ และยังเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกรานระบบนิเวศท้องถิ่น