วิลลี เม
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้บันทึกเสียงเพลง Hound Dog เป็นคนแรกในปี 1952 และครองอันดับ 1 บนชาร์ต R&B นาน 7 สัปดาห์
- เป็นผู้แต่งเพลง Ball and Chain ซึ่งต่อมาโด่งดังอย่างมากจากการนำไปร้องใหม่โดย Janis Joplin
- เรียนรู้การร้องเพลง การเล่นฮาร์โมนิกา และการตีกลองด้วยตนเองทั้งหมดโดยไม่มีการเรียนดนตรีในระบบ
- ได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล (Rock and Roll Hall of Fame) ในปี 2024
วิลลี เม "บิ๊ก มามา" ธอร์นตัน (Willie Mae "Big Mama" Thornton; 11 ธันวาคม 1926 – 25 กรกฎาคม 1984) เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงในแนวเพลงบลูส์ (Blues) และริทึมแอนด์บลูส์ (R&B) เธอเป็นที่รู้จักจากน้ำเสียงที่ทรงพลัง การแสดงบนเวทีที่เต็มไปด้วยพลัง และอิทธิพลอย่างสูงต่อดนตรีบลูส์ยุคแรกและดนตรีร็อกแอนด์โรล แม้ว่าเธอจะได้รับเครดิตและค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมกับผลงานของเธอในหลายครั้ง

ผลงานสร้างชื่อและอิทธิพลทางดนตรี
ธอร์นตันเป็นศิลปินคนแรกที่บันทึกเสียงเพลง "Hound Dog" ในปี 1952 ซึ่งเป็นเพลงที่เขียนขึ้นเพื่อเธอโดยเฉพาะ เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิตที่สุดของเธอ โดยมียอดขายมากกว่า 500,000 ก๊อปปี้ และครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard R&B นานถึง 7 สัปดาห์ในปี 1953 นักวิชาการด้านดนตรีระบุว่าเพลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของดนตรีร็อกแอนด์โรล โดยเฉพาะการใช้กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีหลัก
นอกจากนี้ เธอยังเป็นเจ้าของเพลง "Ball and Chain" ซึ่งต่อมาถูกนำไปขับร้องใหม่จนโด่งดังอย่างมากโดย เจนิส จ็อปลิน (Janis Joplin) ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลงานของเธอจะถูกนำไปร้องใหม่โดยศิลปินคนอื่นและทำยอดขายได้มหาศาล แต่ธอร์นตันกลับไม่ได้รับค่าลิขสิทธิ์เนื่องจากเธอไม่ได้ถือครองลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ของตนเอง
ชีวิตช่วงต้นและการเรียนรู้ดนตรีด้วยตนเอง
ธอร์นตันเกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 1926 เป็นบุตรคนที่ 6 จากทั้งหมด 7 คนของจอร์จและแมตตี ธอร์นตัน แม้ว่าใบเกิดจะระบุว่าเธอเกิดที่เมืองอาริตัน รัฐแอลาบามา แต่เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอเกิดที่เมืองมอนต์โกเมอรี รัฐแอลาบามา
เธอเติบโตมาในครอบครัวที่เคร่งครัดในศาสนา โดยมีบิดาเป็นศาสนาจารย์ในโบสถ์แบปทิสต์และมารดาเป็นนักร้อง ซึ่งทำให้เธอได้สัมผัสกับดนตรีกอสเปล (Gospel) ตั้งแต่เด็ก อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเธอต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อมารดาป่วยเป็นวัณโรคและเสียชีวิตในปี 1939 ขณะที่ธอร์นตันมีอายุเพียง 13 ปี เหตุการณ์นี้ทำให้เธอต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาทำงานดูแลครอบครัวและทำงานในร้านอาหารท้องถิ่น
ความสามารถทางดนตรีของธอร์นตันเกิดจากการเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งหมด เธอหัดเล่นฮาร์โมนิกาตั้งแต่อายุ 8 ขวบโดยการสังเกตพี่ชาย และพัฒนาทักษะการร้องเพลงจากการฟังศิลปินอย่าง เบสซี สมิธ (Bessie Smith) และ เมมฟิส มินนี (Memphis Minnie) ซึ่งเธอชื่นชมอย่างมาก
การเริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิง
พรสวรรค์ของเธอถูกค้นพบในปี 1940 เมื่อเธออายุ 14 ปี โดย ไดมอนด์ ทีธ เมรี (Diamond Teeth Mary) ซึ่งแนะนำให้เธอเข้าประกวดร้องเพลง หลังจากนั้นธอร์นตันได้ผ่านการออดิชันกับ "Sammy Green's Hot Harlem Revue" โดยร้องเพลงของ หลุยส์ จอร์แดน (Louis Jordan) และ บิ๊ก มาซีโอ (Big Maceo) จนได้รับเลือกให้เข้าทำงานในตำแหน่งนักเต้น นักร้อง และนักแสดงตลก และเริ่มออกเดินทางแสดงโชว์ในรัฐแอลาบามาและจอร์เจียตั้งแต่อายุ 14 ปี
บั้นปลายชีวิตและเกียรติยศ
วิลลี เม ธอร์นตัน เสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม 1984 ด้วยอาการหัวใจวายและโรคตับ ในบ้านพักราคาถูกที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยในขณะนั้นเธออยู่ในสภาวะยากจนข้นแค้น
ในปี 2024 เธอได้รับการบรรจุเข้าสู่ หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล (Rock and Roll Hall of Fame) ย้อนหลังในหมวด "ผู้มีอิทธิพลทางดนตรี" (Musical Influence) เพื่อเป็นการยกย่องถึงคุณูปการที่เธอมีต่อวงการดนตรีโลก
คำถามที่พบบ่อย
บิ๊ก มามา ธอร์นตัน มีชื่อเสียงจากเพลงอะไรมากที่สุด?
เธอมีชื่อเสียงมากที่สุดจากเพลง "Hound Dog" ซึ่งเธอเป็นคนแรกที่บันทึกเสียงในปี 1952 และกลายเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 ในชาร์ต R&B
ทำไมเธอถึงไม่ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์จากเพลงที่โด่งดัง?
เนื่องจากเธอไม่ได้ถือครองลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ (publishing copyrights) ผลงานสร้างสรรค์ของเธอ ทำให้เธอไม่ได้รับค่าลิขสิทธิ์แม้ว่าศิลปินคนอื่นจะนำเพลงของเธอไปร้องใหม่จนมียอดขายมหาศาล
บิ๊ก มามา ธอร์นตัน ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างไรในภายหลัง?
เธอได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล (Rock and Roll Hall of Fame) ในปี 2024 ภายใต้หมวดผู้มีอิทธิพลทางดนตรี
เธอเรียนดนตรีมาจากไหน?
เธอเป็นศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตนเอง (self-taught) โดยหัดเล่นฮาร์โมนิกาจากการดูพี่ชาย และหัดร้องเพลงจากการฟังศิลปินบลูส์ชื่อดังในยุคของเธอ

