เขื่อนวิเวนโฮ ระบบจัดการน้ำและป้องกันอุทกภัยแห่งควีนส์แลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเขื่อนดินและหินถมที่ใหญ่ที่สุดในรัฐควีนส์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้
- มีความจุสูงสุด 1,165,000 เมกะลิตร และสามารถกักเก็บน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัยได้ถึง 225% ของความจุปกติ
- ทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคหลักของเมืองบริสเบนและอิปสวิช
- เป็นส่วนหนึ่งของระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับร่วมกับเขื่อนสปลิตยาร์ดครีก
เขื่อนวิเวนโฮ (Wivenhoe Dam) เป็นเขื่อนดินและหินถม (rock and earth-fill embankment dam) ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ขวางแม่น้ำบริสเบน ในรัฐควีนส์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีชื่อเรียกตามชุมชนชนบทวิเวนโฮพ็อกเก็ต (Wivenhoe Pocket) ในพื้นที่ ตัวเขื่อนตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองบริสเบนประมาณ 80 กิโลเมตร โดยถนน

วัตถุประสงค์หลักของเขื่อนคือการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภค (potable water) สำหรับภูมิภาคบริสเบนและอิปสวิช นอกจากนี้ยังเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในรัฐควีนส์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการบรรเทาอุทกภัย ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยอ่างเก็บน้ำที่เกิดจากเขื่อนนี้เรียกว่า ทะเลสาบวิเวนโฮ (Lake Wivenhoe)
ลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติทางวิศวกรรม
โครงสร้างเขื่อนเป็นแบบดินและหินถม มีความสูง 59 เมตร และมีความยาว 2,300 เมตร ปริมาตรของตัวเขื่อนอยู่ที่ 4,140 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 1,165,000 เมกะลิตรเมื่อเต็มความจุ

เขื่อนรับน้ำจากพื้นที่ลุ่มน้ำขนาด 7,020 ตารางกิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทางลาดทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติดากิวลาร์ (D'Aguilar National Park) ทะเลสาบวิเวนโฮมีพื้นที่ผิว 1,094 เฮกตาร์ และมีแนวชายฝั่งยาวสูงสุด 462 กิโลเมตร
ระบบระบายน้ำ
เขื่อนมีทางระบายน้ำล้น (spillway) แบบควบคุมด้วยประตูเหล็ก 5 บาน แต่ละบานกว้าง 12 เมตร และสูง 16.6 เมตร มีความสามารถในการระบายน้ำสูงสุด 12,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ยังมีทางระบายน้ำล้นสำรอง (auxiliary spillway) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลล้นข้ามตัวเขื่อน (over-topping) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างดินถมได้

ประวัติการก่อสร้าง
แนวคิดการสร้างเขื่อนในบริเวณนี้มีการสำรวจครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1890 และอีกครั้งในปี 1933 ก่อนจะมีการศึกษาอย่างจริงจังในช่วงกลางทศวรรษ 1960 รัฐบาลให้การอนุมัติการก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน 1971 และเริ่มเวนคืนที่ดินในเดือนมีนาคม 1973

การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 1985 โดยมีการเวนคืนที่ดินทั้งหมด 200 แห่ง เพื่อให้ได้พื้นที่สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาด 337.5 ตารางกิโลเมตร การออกแบบดำเนินการโดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งควีนส์แลนด์ (Queensland Water Resources Commission)
วัตถุประสงค์และการใช้งาน
เขื่อนวิเวนโฮถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในบริสเบนปี 1974 โดยมีหน้าที่หลักดังนี้:
- การจัดหาน้ำ: ส่งน้ำสะอาดให้แก่ประชาชนในบริสเบนและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงสนับสนุนการส่งน้ำไปยังโกลด์โคสต์ (Gold Coast)
- การผลิตไฟฟ้า: ทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำตอนล่างของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (pumped-storage hydroelectric facility) โดยมีเขื่อนสปลิตยาร์ดครีก (Splityard Creek Dam) เป็นอ่างเก็บน้ำตอนบน
- การบรรเทาอุทกภัย: ออกแบบมาเพื่อชะลอน้ำในช่วงฤดูฝนเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

การจัดการน้ำท่วม
ในสภาวะน้ำท่วม เขื่อนสามารถกักเก็บน้ำเพิ่มเติมได้ถึง 1.967 ล้านเมกะลิตร หรือคิดเป็น 225% ของความจุปกติ ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องระบายน้ำส่วนเกินออกภายใน 7 วันหลังจากระดับน้ำถึง 100% ของความจุ

วิกฤตภัยแล้งและน้ำท่วมปี 2011
ในช่วงปี 2000–2007 ภูมิภาคนี้ประสบภัยแล้งรุนแรง ส่งผลให้ระดับน้ำในเขื่อนลดลงต่ำกว่า 20% ของความจุ อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม 2011 เกิดเหตุการณ์น้ำไหลเข้าเขื่อนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยในวันที่ 11 มกราคม 2011 ระดับน้ำพุ่งสูงถึง 191% ของความจุปกติ ซึ่งเป็นจุดวิกฤตที่ต้องมีการระบายน้ำจำนวนมากเพื่อรักษาความมั่นคงของตัวเขื่อน

คำถามที่พบบ่อย
เขื่อนวิเวนโฮตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ขวางแม่น้ำบริสเบน ในรัฐควีนส์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศออสเตรเลีย ห่างจากใจกลางเมืองบริสเบนประมาณ 80 กิโลเมตร
วัตถุประสงค์หลักในการสร้างเขื่อนวิเวนโฮคืออะไร?
วัตถุประสงค์หลักคือการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคสำหรับภูมิภาคบริสเบนและอิปสวิช และเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ท้ายน้ำ
เขื่อนวิเวนโฮมีความจุเท่าใด?
มีความจุปกติที่ 1,165,000 เมกะลิตร และสามารถกักเก็บน้ำส่วนเกินเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้สูงสุดถึง 1.967 ล้านเมกะลิตร
เขื่อนวิเวนโฮเกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าอย่างไร?
เขื่อนทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำตอนล่างในระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped-storage hydroelectricity) ร่วมกับเขื่อนสปลิตยาร์ดครีก (Splityard Creek Dam)


