วูลฟอร์ด แบรนด์สิ่งทอหรูหราจากออสเตรีย
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2492 ที่เมืองเบรเกนซ์ ประเทศออสเตรีย โดย Reinhold Wolff และ Walter Palmers
- โดดเด่นด้วยนวัตกรรมสินค้าไร้รอยต่อ (Seamless) และการร่วมงานกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก
- เป็นบริษัทแรกในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ได้รับใบรับรอง Cradle to Cradle ระดับ Gold ทั้งในด้านการย่อยสลายทางชีวภาพและการรีไซเคิลทางเทคนิค
- ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Lanvin Group ภายใต้การถือหุ้นของ Fosun International จากประเทศจีน
วูลฟอร์ด (Wolford) เป็นผู้ผลิตสิ่งทอระดับหรูหรา มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบรเกนซ์ (Bregenz) ริมทะเลสาบคอนสแตนซ์ ประเทศออสเตรีย บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการผลิตถุงน่อง บอดี้สูท ชุดชั้นใน รวมถึงเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับสตรี โดยเป็นที่รู้จักในด้านการใช้นวัตกรรมสิ่งทอขั้นสูงและการออกแบบที่เน้นความหรูหรา
ปัจจุบัน วูลฟอร์ดดำเนินธุรกิจในกว่า 60 ประเทศ ผ่านร้านค้าปลีกของตนเองและพันธมิตรมากกว่า 260 แห่ง รวมถึงคู่ค้าทางการค้า 3,000 ราย และร้านค้าออนไลน์ 17 แห่ง โดยบริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เวียนนามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538

ประวัติและการก่อตั้ง
บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2492 ที่เมืองเบรเกนซ์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีมรดกทางด้านสิ่งทอ โดยนายไรน์โฮลด์ วูลฟ์ (Reinhold Wolff) นักอุตสาหกรรมจากฟอร์อาร์ลแบร์ก และนายวอลเตอร์ พาลเมอร์ส (Walter Palmers) ผู้ประกอบการค้าปลีกจากเวียนนา ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทในชื่อ Wolff & Co. KG เพื่อผลิตถุงน่องสตรีที่ทำจากไหมแท้และไหมสังเคราะห์
ในยุคเริ่มต้น บริษัทได้ดัดแปลงเครื่องจักรคอตตอนจากสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ในการผลิต และเป็นรายแรกๆ ที่นำเส้นใยพอลิเอไมด์ (Polyamide) มาใช้ผลิตถุงน่อง ต่อมาในปี พ.ศ. 2493 ได้มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในชื่อ "Wolford" ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่างชื่อของผู้ก่อตั้ง (Wolff) และชื่อเมืองออกซฟอร์ด (Oxford) เพื่อให้แบรนด์มีความเป็นสากล
วูลฟอร์ดเริ่มขยายธุรกิจไปสู่ระดับนานาชาติในช่วงทศวรรษ 1970 และในปี พ.ศ. 2531 ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจโดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มสินค้าหรูหรา (Luxury Segment) ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการตลาดที่แบรนด์ยังคงรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน

นวัตกรรมและการออกแบบ
วูลฟอร์ดมีชื่อเสียงอย่างมากในด้านการผลิตสินค้า "ไร้รอยต่อ" (Seamless) เช่น ถุงน่องและบอดี้สูท ซึ่งช่วยให้สวมใส่สบายและมีรูปลักษณ์ที่เรียบเนียน นอกจากนี้ แบรนด์ยังสร้างชื่อเสียงผ่านการร่วมงานกับศิลปินและดีไซน์เนอร์ระดับโลกมากมาย อาทิ:
- ดีไซน์เนอร์: คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld), วีเวียน เวสต์วูด (Vivienne Westwood), เอมิลิโอ ปุชชี (Emilio Pucci), แซค โพเซน (Zac Posen), เคนโซ (Kenzo) และ วาเลนติโน (Valentino)
- ช่างภาพ: เฮลมุต นิวตัน (Helmut Newton), เอลเลน ฟอน อันเวิร์ธ (Ellen von Unwerth), มาริโอ เทสติโน (Mario Testino), โฮวาร์ด แชตซ์ (Howard Schatz) และ แรนกิน (Rankin)
ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม
วูลฟอร์ดให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน โดยเป็นพันธมิตรกับ Bluesign Technologies ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2558 เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตสิ่งทอ
ในปี พ.ศ. 2561 บริษัทได้เปิดตัวเสื้อพูลโอเวอร์ เสื้อยืด และเลกกิ้งที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable) ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาภายใต้โครงการ "Smart Textiles" ของออสเตรีย และในปี พ.ศ. 2562 วูลฟอร์ดได้รับรางวัล Cradle to Cradle Certified™ (Gold) สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทางเทคนิค (Technically Regenerative) ซึ่งทำให้วูลฟอร์ดเป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายและสิ่งทอที่ได้รับใบรับรองระดับ Gold ทั้งในหมวดสินค้าที่ย่อยสลายได้และสินค้าที่รีไซเคิลได้
โครงสร้างองค์กรและการถือหุ้น
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 Fosun International กลุ่มบริษัทข้ามชาติจากจีนได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยถือหุ้นประมาณ 58% ของทุนจดทะเบียน และบริหารจัดการวูลฟอร์ดภายใต้พอร์ตโฟลิโอของ Lanvin Group
คำถามที่พบบ่อย
Wolford คือแบรนด์อะไร?
Wolford เป็นแบรนด์สิ่งทอระดับหรูหราจากประเทศออสเตรีย เชี่ยวชาญด้านการผลิตถุงน่อง บอดี้สูท และชุดชั้นใน โดยมีชื่อเสียงโดดเด่นในเรื่องของนวัตกรรมไร้รอยต่อ (Seamless)
ชื่อแบรนด์ Wolford มาจากไหน?
ชื่อ Wolford เป็นการผสมคำ (Portmanteau) ระหว่างชื่อของผู้ก่อตั้งคือ Reinhold Wolff และชื่อเมือง Oxford เพื่อให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่เป็นสากล
วูลฟอร์ดมีนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง?
วูลฟอร์ดได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และได้รับใบรับรอง Cradle to Cradle Certified™ ระดับ Gold สำหรับการพัฒนาสินค้าที่สามารถรีไซเคิลได้ทางเทคนิค ซึ่งเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย
ปัจจุบันใครเป็นเจ้าของแบรนด์ Wolford?
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 Fosun International กลุ่มบริษัทจากจีนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ประมาณ 58%) และบริหารงานภายใต้ Lanvin Group