← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กลุ่มอาการวูดเฮาส์-ซากาติ (Woodhouse-Sakati Syndrome) คืออะไร?

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นโรคทางพันธุกรรมแบบยีนด้อยบนโครโมโซมร่างกายที่ส่งผลต่อหลายระบบในร่างกาย
  • เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน C2orf37 หรือ DCAF17 บนโครโมโซมคู่ที่ 2
  • มีอาการเด่นคือ ผมร่วง, ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศและไทรอยด์, และความบกพร่องทางสติปัญญา

กลุ่มอาการวูดเฮาส์-ซากาติ (Woodhouse-Sakati Syndrome) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบได้ยากมาก โดยเป็นความผิดปกติของระบบหลายระบบในร่างกาย (multisystem disorder) ซึ่งส่งผลให้เกิดความพิการทางร่างกายและภาวะขาดฮอร์โมนในระบบต่อมไร้ท่อ

ภาพประกอบกลุ่มอาการวูดเฮาส์-ซากาติ
ภาพประกอบแสดงลักษณะทางคลินิกของกลุ่มอาการวูดเฮาส์-ซากาติ

อาการและการแสดงออก

ผู้ป่วยกลุ่มอาการนี้มักมีอาการที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามช่วงวัย โดยมีลักษณะเด่นดังนี้:

  • ระบบผิวหนังและเส้นผม: มีภาวะผมบางลงอย่างต่อเนื่องในวัยเด็ก ซึ่งมักจะกลายเป็นภาวะผมร่วง (alopecia) ในที่สุด
  • ระบบต่อมไร้ท่อ: พบภาวะพร่องฮอร์โมนเพศ (hypogonadism) ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนในช่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์, ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (hypothyroidism) และโรคเบาหวาน (diabetes mellitus)
  • ระบบประสาทและสติปัญญา: มีความบกพร่องทางสติปัญญาในระดับเล็กน้อย และมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติแบบ extrapyramidal (เช่น อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือ dystonic spasms, การวางท่าทางที่ผิดปกติ, การพูดไม่ชัด หรือ dysarthria และการกลืนลำบาก หรือ dysphagia)
  • ระบบการได้ยิน: มีภาวะสูญเสียการได้ยิน
  • ระบบหัวใจ: อาจพบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram anomalies)

พันธุศาสตร์

เชื่อกันว่ากลุ่มอาการวูดเฮาส์-ซากาติ เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน C2orf37 (หรือ DCAF17) ซึ่งตั้งอยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 2 (2q22.3-q35) โดยมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ ยีนด้อยบนโครโมโซมร่างกาย (autosomal recessive)

หมายความว่า ผู้ป่วยจะต้องได้รับยีนที่ผิดปกติจากทั้งพ่อและแม่ (คนละหนึ่งชุด) จึงจะแสดงอาการของโรค โดยที่พ่อและแม่มักจะเป็นพาหะ (carrier) ที่ไม่มีอาการใดๆ ของโรคนี้

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยกลุ่มอาการวูดเฮาส์-ซากาติ มักใช้เครื่องมือและวิธีการดังนี้:

  • MRI สมอง: การตรวจ MRI แบบ T2-sequence เพื่อตรวจหาการสะสมของเหล็กในสมอง ซึ่งเป็นลักษณะที่พบในโรคกลุ่ม NBIA (Neurodegeneration with Brain Iron Accumulation)
  • การตรวจเลือด: เพื่อตรวจหาระดับอินซูลินไลก์โกรทแฟกเตอร์ 1 (insulin-like growth factor 1) ที่ต่ำกว่าปกติ
  • การตรวจทางพันธุกรรม: เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด โดยการตรวจยีน DCAF17 เพื่อหาการเปลี่ยนแปลงของลำดับเบสหรือการขาดหายไป/เพิ่มขึ้นของชิ้นส่วนยีน (deletion and duplication analysis)

การรักษา

ในส่วนของอาการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรและปาก (Oro-mandibular dystonia) สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ Hegab TMJ splint เพื่อช่วยพยุงและรักษาอาการ

คำถามที่พบบ่อย

กลุ่มอาการวูดเฮาส์-ซากาติ คืออะไร?

เป็นโรคหายากที่ส่งผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ ระบบประสาท และทำให้เกิดภาวะผมร่วงและสูญเสียการได้ยิน โดยถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย

อาการที่พบบ่อยที่สุดในเด็กคืออะไร?

อาการที่พบบ่อยที่สุดในช่วงเริ่มต้นคือภาวะผมบางลงอย่างต่อเนื่องในวัยเด็ก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะผมร่วงถาวร

จะวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างไร?

การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจ MRI สมองเพื่อดูการสะสมของเหล็ก และการตรวจทางพันธุกรรมเพื่อหาการกลายพันธุ์ของยีน DCAF17