World of Art ชุดหนังสือศิลปะระดับโลกจาก Thames & Hudson
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 1958 โดยสำนักพิมพ์ Thames & Hudson จากประเทศอังกฤษ
- มีหนังสือมากกว่า 300 ชื่อเรื่อง ครอบคลุมตั้งแต่ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศิลปะร่วมสมัย
- มีการปรับโฉมการออกแบบปกครั้งสำคัญในปี 2001 และ 2020 โดยครั้งล่าสุดใช้แนวคิดสัดส่วนทองคำ
World of Art (หรือเดิมชื่อ The World of Art Library) เป็นชุดหนังสือศิลปะขนาดพกพาที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Thames & Hudson จากประเทศอังกฤษ โดยจนถึงปี 2021 ชุดหนังสือนี้มีจำนวนเล่มรวมแล้วมากกว่า 300 ชื่อเรื่อง
ลักษณะเด่นของหนังสือในชุดนี้คือมักมีความยาวประมาณ 200 หน้า และเน้นการใช้ภาพประกอบจำนวนมาก แม้ว่าจะเป็นหนังสือที่สรุปเนื้อหาให้กระชับ แต่การจัดวางเลย์เอาต์ยังคงความเป็นดั้งเดิม โดยมีการแยกส่วนระหว่างข้อความและรูปภาพอย่างชัดเจนในหน้าเดียวกัน ชุดหนังสือนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1958 และได้รับความนิยมอย่างสูงจน Christopher Frayling อดีตผู้อำนวยการ Royal College of Art เคยกล่าวว่า "มีหนังสือชุดนี้ที่เปื้อนสีวางอยู่ในทุกโรงเรียนศิลปะทั่วประเทศ"

ขอบเขตเนื้อหาและผลงานที่โดดเด่น
ชุดหนังสือ World of Art ครอบคลุมทุกหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ โดยเน้นหนักที่ ประวัติศาสตร์ศิลปะ ตั้งแต่ศิลปะถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงศิลปะร่วมสมัย รวมถึงศิลปะกรีก-โรมัน, ศิลปะไวกิ้ง, ศิลปะเอเชียกลาง และศิลปะญี่ปุ่น ตลอดจนศิลปะทางวิชาการและศิลปะนอกกระแส (Outsider Art)
หนึ่งในหนังสือที่คลาสสิกที่สุดในชุดนี้คือ A Concise History of Painting: From Giotto to Cézanne โดย Michael Levey (จาก National Gallery ในลอนดอน) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1962 หนังสือเล่มนี้ถือเป็นบทนำที่ทรงอิทธิพลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลปะยุโรป ตั้งแต่การเริ่มใช้ทัศนียภาพ (Perspective) ในอิตาลี จนถึงจุดเริ่มต้นของศิลปะสมัยใหม่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ผู้เขียนที่มีชื่อเสียง
นอกจาก Michael Levey แล้ว ยังมีผู้เขียนและผู้เชี่ยวชาญอีกมากมายที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในชุดนี้ เช่น John Boardman, Herbert Read, Hans Richter, Edward Lucie-Smith, Philip Rawson, David Talbot Rice, Peter Murray, Linda Murray, Germain Bazin และ Griselda Pollock
ประวัติและการเปลี่ยนแปลงการออกแบบ

ในช่วงเริ่มต้น ชุดนี้ใช้ชื่อว่า The World of Art Library โดยมีลักษณะเด่นคือปกหลังและสันหนังสือเป็นสีดำ ส่วนปกหน้ามักเป็นรูปภาพสีขนาดใหญ่ และในฉบับปกแข็งยุคแรกจะมีแจ็กเก็ตหุ้มปกที่มันวาวและสะดุดตา
ต่อมาในปี 2001 เมื่อมีการตีพิมพ์เล่มที่ 300 ชุดหนังสือได้มีการปรับโฉมครั้งที่สอง โดยเปลี่ยนให้มีความมันวาวมากขึ้น เพื่อลดความรู้สึกเหมือน "หนังสือเรียน" ตามคำกล่าวของโฆษกจาก Thames & Hudson
ล่าสุดในปี 2020 World of Art ได้ถูกเปิดตัวใหม่อีกครั้งพร้อมกับหนังสือชื่อเรื่องใหม่ๆ โดยมีการออกแบบปกใหม่โดยสตูดิโอออกแบบชาวดัตช์ Kummer & Herrman ซึ่งเปลี่ยนมาใช้พื้นหลังสีขาวและได้รับแรงบันดาลใจจาก สัดส่วนทองคำ (Golden Ratio)
Sophy Thompson ผู้อำนวยการของ Thames & Hudson ระบุว่าการปรับโฉมครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดศิลปะที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้ชุดหนังสือระดับตำนานนี้ยังคงความทันสมัยและสดใหม่อยู่เสมอ ตัวอย่างเล่มที่โดดเด่นในการเปิดตัวครั้งล่าสุด ได้แก่ Monet โดย James H. Rubin และ Central and Eastern European Art since 1950 โดย Maja และ Reuben Fowkes
การแบ่งหมวดหมู่ในยุคแรก
ในยุคแรก หนังสือจะถูกแบ่งออกเป็น 8 หมวดหมู่ โดยใช้รหัสสีในการจำแนก ดังนี้:
- สถาปัตยกรรม (Architecture): สีส้ม
- ศิลปิน (Artists): สีชมพู
- หอศิลป์ (Galleries): สีเขียว
- ทั่วไป (General): สีเหลือง
- ประวัติศาสตร์ศิลปะ (History of Art): สีน้ำเงิน
- ขบวนการศิลปะสมัยใหม่ (Modern Movements): สีแดง
- ดนตรี (Music): สีขาว
- ทิศทางใหม่ (New Directions): สีเทา
นอกจากนี้ ชุดหนังสือนี้ยังได้รับการตีพิมพ์ในฝรั่งเศสและสเปนภายใต้ชื่อ L'Univers de l'art และ El mundo del arte ตามลำดับ รวมถึงมีการจัดจำหน่ายในอเมริกาเหนือผ่าน Thames & Hudson และสำนักพิมพ์อื่นๆ
คำถามที่พบบ่อย
ชุดหนังสือ World of Art คืออะไร?
เป็นชุดหนังสือศิลปะขนาดพกพาที่เน้นภาพประกอบจำนวนมาก จัดพิมพ์โดย Thames & Hudson เพื่อให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และทฤษฎีศิลปะอย่างกระชับและเข้าใจง่าย
หนังสือชุดนี้เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับนักเรียนศิลปะ, นักสะสม, และผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ศิลปะ เนื่องจากมีเนื้อหาที่ครอบคลุมและได้รับการยอมรับในระดับสากล
การออกแบบปกในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
ในการปรับโฉมปี 2020 ปกหนังสือได้เปลี่ยนมาใช้พื้นหลังสีขาวและใช้หลักการออกแบบตามสัดส่วนทองคำ เพื่อให้ดูทันสมัยและเข้ากับตลาดศิลปะยุคใหม่
