มาตรฐาน X.25 โปรโตคอลการสื่อสารข้อมูลแบบแพ็กเก็ตในเครือข่ายบริเวณกว้าง
สรุปใจความสำคัญ
- X.25 เป็นมาตรฐาน ITU-T สำหรับการสื่อสารข้อมูลแบบสลับแพ็กเก็ต (Packet-switching) ในเครือข่าย WAN
- ถูกกำหนดมาตรฐานอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1976 ในเอกสารที่เรียกว่า The Orange Book
- มีโครงสร้าง 3 ชั้นที่สอดคล้องกับชั้นล่างของแบบจำลอง OSI
- เคยเป็นมาตรฐานหลักสำหรับระบบ ATM และการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตทั่วโลก
- ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วย TCP/IP ในเกือบทุกภาคส่วน ยกเว้นบางระบบในอุตสาหกรรมการบิน
X.25 คือชุดโปรโตคอลมาตรฐานที่กำหนดโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU-T) สำหรับการสื่อสารข้อมูลแบบสลับแพ็กเก็ต (Packet-switched data communication) ในเครือข่ายบริเวณกว้าง (Wide Area Network หรือ WAN) มาตรฐานนี้ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกโดยคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโทรเลขและโทรศัพท์ระหว่างประเทศ (CCITT ซึ่งปัจจุบันคือ ITU-T) ผ่านร่างข้อกำหนดหลายฉบับ และได้รับการสรุปเป็นทางการในสิ่งพิมพ์ที่รู้จักกันในชื่อ "The Orange Book" เมื่อปี ค.ศ. 1976

โครงสร้างและลักษณะทางเทคนิค
ชุดโปรโตคอล X.25 ถูกออกแบบมาให้มี 3 ชั้นเชิงแนวคิด (Conceptual Layers) ซึ่งมีความสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับ 3 ชั้นล่างของแบบจำลอง OSI (OSI Reference Model) แม้ว่า X.25 จะถูกพัฒนาขึ้นก่อนที่แบบจำลอง OSI จะถูกประกาศใช้ในปี ค.ศ. 1984 ก็ตาม นอกจากนี้ X.25 ยังมีความสามารถบางประการในชั้นเครือข่าย (Network Layer) ที่ไม่พบในแบบจำลอง OSI ทั่วไป
องค์ประกอบของเครือข่าย X.25 WAN ประกอบด้วย:
- Packet-Switching Exchange (PSE): โหนดฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวสลับแพ็กเก็ตในเครือข่าย
- Physical Links: การเชื่อมต่อทางกายภาพ ซึ่งอาจเป็นสายเช่า (Leased lines), การเชื่อมต่อผ่านบริการโทรศัพท์พื้นฐาน (POTS) หรือการเชื่อมต่อผ่าน ISDN
ประวัติและการพัฒนา
ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 CCITT ได้เริ่มพัฒนามาตรฐานสำหรับการสื่อสารข้อมูลแบบสลับแพ็กเก็ต โดยอาศัยพื้นฐานจากโครงการเครือข่ายข้อมูลที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้น การออกแบบ X.25 เกิดจากความร่วมมือของวิศวกรจากหลายประเทศ ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างหน่วยงานโทรคมนาคมของรัฐ (PTT) และผู้ให้บริการเอกชน

บุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนามาตรฐานนี้คือ Rémi Després ซึ่งผลักดันให้ X.25 ใช้บริการแบบวงจรเสมือน (Virtual Circuit Service) นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงข้อกำหนดเพื่อให้ Larry Roberts สามารถเข้าร่วมในข้อตกลงได้ โดยรายละเอียดทั้งหมดถูกบันทึกไว้ในชุดหนังสือทางเทคนิคของ ITU ซึ่งจะตีพิมพ์ทุก 4 ปีและใช้สีปกที่แตกต่างกัน โดย X.25 เป็นส่วนหนึ่งของข้อแนะนำในชุด X-Series
กระบวนการกำหนดมาตรฐานวงจรเสมือน
กระบวนการเริ่มต้นจากการแต่งตั้ง Halvor Bothner-By เป็นผู้รายงานพิเศษด้านการสลับแพ็กเก็ตในปี ค.ศ. 1974 โดยมีการพิจารณาเครือข่ายที่มีอยู่หลายแห่ง เช่น ARPANET (สหรัฐฯ), EIN (ยุโรป), EPSS (สหราชอาณาจักร), RCP (ฝรั่งเศส), CYCLADES (ฝรั่งเศส), NPL (สหราชอาณาจักร), SWIFT และ SITA

ในการประชุมครั้งที่สองที่กรุงออสโล ปี ค.ศ. 1974 ได้มีการตกลงที่จะพิจารณาบริการสองประเภท คือ บริการแบบดาต้าแกรม (Datagram service) และบริการแบบการเรียกเสมือน (Virtual call service) ต่อมาการประชุมได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างมาตรฐานสำหรับอินเทอร์เฟซระหว่างเครือข่ายและคอมพิวเตอร์ จนนำไปสู่การร่างข้อกำหนด X.2x ซึ่งเป็นต้นแบบของ X.25 ในเวลาต่อมา
การใช้งานและบทบาทในปัจจุบัน
X.25 ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่บริษัทโทรคมนาคมสำหรับการสร้างเครือข่ายข้อมูลสาธารณะ (Public Data Networks) ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1970 จนถึงทศวรรษ 1990 เนื่องจากสามารถให้บริการครอบคลุมได้ทั่วโลก
ตัวอย่างการใช้งานที่สำคัญ ได้แก่:
- ระบบธุรกรรมทางการเงิน: เช่น เครื่องกดเงินสดอัตโนมัติ (ATM)
- อุตสาหกรรมการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต: ใช้ในการส่งข้อมูลการอนุมัติยอดเงิน
- อุตสาหกรรมการบิน: ซึ่งยังคงมีการใช้งาน X.25 อยู่ในบางระบบจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนไปใช้ชุดโปรโตคอลอินเทอร์เน็ต (TCP/IP) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าและมีความยืดหยุ่นมากกว่าในการทำงานบนเครือข่ายสมัยใหม่
คำถามที่พบบ่อย
X.25 คืออะไร?
X.25 คือชุดโปรโตคอลมาตรฐานสากลสำหรับการสื่อสารข้อมูลแบบสลับแพ็กเก็ตในเครือข่ายบริเวณกว้าง (WAN) พัฒนาโดย CCITT (ปัจจุบันคือ ITU-T) เพื่อให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ สามารถสื่อสารกันได้ผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมสาธารณะ
X.25 แตกต่างจาก TCP/IP อย่างไร?
X.25 เน้นการควบคุมข้อผิดพลาดอย่างเข้มงวดในทุกโหนดของเครือข่าย (Hop-by-hop error correction) ซึ่งเหมาะกับสายส่งข้อมูลในสมัยก่อนที่มีสัญญาณรบกวนสูง ในขณะที่ TCP/IP เน้นความเร็วและผลักภาระการตรวจสอบข้อผิดพลาดไปไว้ที่ปลายทาง (End-to-end)
ปัจจุบันยังมีการใช้งาน X.25 อยู่หรือไม่?
แม้ว่าส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปใช้ TCP/IP แล้ว แต่ X.25 ยังคงมีการใช้งานอยู่ในบางระบบเก่า (Legacy systems) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบินและระบบการเงินบางประเภท
