ประวัติศาสตร์การเกลียดกลัวชาวต่างชาติในสหรัฐอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- การเกลียดกลัวชาวต่างชาติในสหรัฐฯ มักเชื่อมโยงกับการเหยียดเชื้อชาติและการปกป้องอัตลักษณ์ของกลุ่มคนใน
- มีการออกกฎหมายจำกัดสิทธิการเลือกตั้งของผู้ที่ไม่มีสัญชาติในหลายรัฐช่วงศตวรรษที่ 19 เพื่อต่อต้านชาวคาทอลิกเชื้อสายไอริชและเยอรมัน
- กฎหมาย Immigration Act of 1924 ถูกนำมาใช้เพื่อจำกัดการอพยพจากยุโรปใต้และตะวันออก โดยเฉพาะชาวอิตาลี
- ภาพลักษณ์ด้านอาชญากรรมของชาวอิตาลีในอดีตขัดแย้งกับสถิติการจับกุมจริงที่ไม่ได้สูงกว่ากลุ่มผู้อพยพอื่น
การเกลียดกลัวชาวต่างชาติในสหรัฐอเมริกา (Xenophobia in the United States) คือความกลัวหรือความเกลียดชังต่อกลุ่มวัฒนธรรมใดๆ ภายในสหรัฐอเมริกาที่ถูกมองว่าเป็นคนต่างด้าว แปลกแยก หรือไม่เป็นอเมริกัน ความรู้สึกนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนใน (ingroup) และกลุ่มคนนอก (outgroup) ซึ่งมักแสดงออกในรูปแบบของความระแวงต่อกิจกรรม ความเชื่อ และเป้าหมายของกลุ่มที่ถูกมองว่าเป็นคนนอก
ปรากฏการณ์นี้มักเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเหยียดเชื้อชาติและการเลือกปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดตัวตนของกลุ่มคนต่างชาติออกไปเนื่องจากความกลัวที่จะสูญเสียอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์หรือเชื้อชาติของตนเอง ซึ่งนำไปสู่การออกกฎหมายที่เลือกปฏิบัติ เช่น การกักกันชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และการจำกัดนโยบายการตรวจคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด

การต่อต้านชาวคาทอลิก
ในช่วงศตวรรษที่ 18 และ 19 หลายรัฐในสหรัฐอเมริกามีการอนุญาตให้ผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติอเมริกันสามารถลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม กระแสการต่อต้านชาวคาทอลิกเชื้อสายไอริชและเยอรมันที่ทวีความรุนแรงขึ้นหลังสงครามปี 1812 และในช่วงทศวรรษ 1840 ส่งผลให้หลายรัฐ โดยเฉพาะในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งห้ามผู้ที่ไม่มีสัญชาติลงคะแนนเสียง
รัฐที่ดำเนินการสั่งห้ามการลงคะแนนเสียงของผู้ที่ไม่มีสัญชาติในช่วงเวลานี้ ได้แก่ นิวแฮมป์เชียร์ (1814), เวอร์จิเนีย (1818), คอนเนตทิคัต (1819), นิวเจอร์ซีย์ (1820), แมสซาชูเซตส์ (1822), เวอร์มอนต์ (1828), เดลาแวร์ (1831), เทนเนสซี (1834), โรดไอแลนด์ (1842), อิลลินอยส์ (1848), โอไฮโอและแมริแลนด์ (1851) และนอร์ทแคโรไลนา (1856)
การต่อต้านชาวอิตาลี
กระแสการต่อต้านชาวอิตาลีเกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 เนื่องจากการอพยพครั้งใหญ่ของชาวอิตาลีเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ซึ่งแตกต่างจากประชากรส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ในขณะนั้นที่เป็นโปรเตสแตนต์

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
- การแข่งขันทางเศรษฐกิจ: ผู้อพยพชาวอิตาลีมักขาดการศึกษาระดับสูงและต้องแข่งขันในตลาดแรงงานระดับล่าง ทำให้เกิดความไม่พอใจจากกลุ่มแรงงานเดิม
- ความแตกต่างทางศาสนา: ความเกลียดชังชาวคาทอลิกที่สืบทอดมาจากความขัดแย้งในยุโรประหว่างโปรเตสแตนต์และคาทอลิก ถูกนำมาใช้โจมตีชาวอิตาลี
- อุดมการณ์ทางการเมือง: ผู้อพยพบางส่วนนำแนวคิดอนาธิปไตย (Anarchism) มาด้วย เพื่อเรียกร้องสภาพการทำงานที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้ชนชั้นสูงและเจ้าของธุรกิจตราหน้าว่าพวกเขาเป็น "ผู้ปลุกปั่นแรงงาน" และเป็นพวกหัวรุนแรง
เพื่อตอบโต้การอพยพจากยุโรปใต้และยุโรปตะวันออก สภาคองเกรสได้ผ่านกฎหมายจำกัดโควตาการเข้าเมือง (Emergency Quota Act of 1921 และ Immigration Act of 1924) ซึ่งจำกัดจำนวนผู้อพยพจากภูมิภาคเหล่านี้อย่างเข้มงวด ในขณะที่ผู้อพยพจากยุโรปเหนือได้รับผลกระทบน้อยกว่า

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาชญากรรม
แม้จะมีการสร้างภาพลักษณ์ว่าชาวอิตาลีมีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม แต่สถิติจากตำรวจในบอสตันและนิวยอร์กช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ระบุว่าอัตราการถูกจับกุมของชาวอิตาลีไม่ได้สูงไปกว่ากลุ่มผู้อพยพหลักกลุ่มอื่น และข้อมูลในปี 1963 โดย James W. Vander Zander ชี้ว่าอัตราการถูกตัดสินว่ามีความผิดทางอาญาของผู้อพยพชาวอิตาลีนั้นต่ำกว่าชาวผิวขาวที่เกิดในสหรัฐฯ เสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม การมีอยู่ของกลุ่มอาชญากรรม เช่น ขบวนการ "Black Hand" และการหลบหนีของสมาชิกมาเฟียจากซิซิลีในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ได้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของชาวอิตาลีโดยรวม
คำถามที่พบบ่อย
Xenophobia ในสหรัฐอเมริกาคืออะไร?
คือความกลัวหรือความเกลียดชังต่อกลุ่มคนที่ถูกมองว่าเป็นคนต่างด้าว หรือไม่เป็นอเมริกัน ซึ่งนำไปสู่การเลือกปฏิบัติและการกีดกันทางสังคม
ทำไมในอดีตจึงมีการต่อต้านชาวคาทอลิกในสหรัฐฯ?
เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ในยุคก่อตั้งประเทศเป็นโปรเตสแตนต์ จึงมีความระแวงและอคติต่อชาวคาทอลิกที่อพยพมาจากไอร์แลนด์และเยอรมนี
กฎหมาย Immigration Act of 1924 มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
เพื่อจำกัดจำนวนผู้อพยพจากยุโรปใต้และยุโรปตะวันออกอย่างเข้มงวด โดยให้สิทธิแก่ผู้อพยพจากยุโรปเหนือมากกว่า


