ยิสราเอล เมียร์ เลา อดีตรับบีสูงสุดแห่งอิสราเอลและผู้รอดชีวิตจากโฮโลคอสต์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันบูเคนวัลด์ในช่วงโฮโลคอสต์ โดยถูกพบซ่อนตัวอยู่หลังกองศพขณะกองทัพสหรัฐฯ ปลดปล่อยค่าย
- ดำรงตำแหน่งรับบีสูงสุดสายอาชเคนาซีแห่งอิสราเอลระหว่างปี ค.ศ. 1993 ถึง 2003
- เคยดำรงตำแหน่งประธานของยาด วาเชม (Yad Vashem) ศูนย์รำลึกถึงผู้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
- เป็นทายาทรุ่นที่ 38 ของตระกูลรับบีที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง
ยิสราเอล เมียร์ เลา (Yisrael Meir Lau) เกิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1937 เป็นผู้นำทางศาสนายิวที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust) เขาเคยดำรงตำแหน่งรับบีสูงสุดสายอาชเคนาซี (Ashkenazi Chief Rabbi) แห่งประเทศอิสราเอลระหว่างปี ค.ศ. 1993 ถึง 2003 และเคยดำรงตำแหน่งประธานของยาด วาเชม (Yad Vashem) ศูนย์รำลึกถึงผู้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
ชีวิตวัยเยาว์และการรอดชีวิตจากโฮโลคอสต์
เลาเกิดที่เมืองปิโอตระคูฟ ตรีบูนัลสกี (Piotrków Trybunalski) ประเทศโปแลนด์ เขาเป็นทายาทรุ่นที่ 38 ของตระกูลรับบีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน บิดาของเขาคือรับบี โมเช ไคอิม เลา ซึ่งเป็นรับบีสูงสุดคนสุดท้ายของเมือง และถูกสังหารในค่ายกักกันเทรบลิงกา (Treblinka)
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ขณะที่มีอายุได้เพียง 7 ปี เลาต้องพลัดพรากจากมารดาและถูกส่งตัวไปยังค่ายแรงงานทาสของนาซี ก่อนจะถูกย้ายไปยังค่ายกักกันบูเคนวัลด์ (Buchenwald) เขารอดชีวิตมาได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างกล้าหาญของนัฟทาลี เลา-ลาวี พี่ชายของเขา ซึ่งคอยปกป้องและซ่อนตัวเขาไว้ท่ามกลางความเสี่ยงตลอดเวลา
เหตุการณ์ที่ทำให้เลากลายเป็นสัญลักษณ์ของการรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเมื่อกองทัพสหรัฐฯ ปลดปล่อยค่ายบูเคนวัลด์ในปี ค.ศ. 1945 โดยรับบี เฮอร์เชล ชักเตอร์ (Herschel Schacter) บาทหลวงทหารบกสหรัฐฯ พบเลาซ่อนตัวอยู่หลังกองศพ ซึ่งภาพเหตุการณ์นี้ได้สะท้อนถึงความโหดร้ายของระบอบนาซีและความหวังในการรอดชีวิต

การศึกษาและการก้าวสู่เส้นทางรับบี
เลาอพยพไปยังดินแดนปาเลสไตน์ภายใต้การปกครองของอังกฤษ (Mandatory Palestine) พร้อมกับพี่ชายในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1945 เขาได้รับการเลี้ยงดูจากป้าและลุง และได้เข้าศึกษาในเยชิวา (Yeshiva) หลายแห่ง รวมถึง Kol Torah ภายใต้การชี้แนะของรับบี ชโลโม ซัลมัน เอาเออร์บัค รวมถึง Ponevezh Yeshiva และ Knesses Chizkiyahu จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นรับบีในปี ค.ศ. 1961
เส้นทางการทำงานทางศาสนา
เลาเริ่มต้นอาชีพรับบีที่ธรรมศาลา Ohr Torah ในเทลอาวีฟตอนเหนือ และต่อมาได้รับตำแหน่งสำคัญต่างๆ ดังนี้:
- ค.ศ. 1965: รับบีแห่งธรรมศาลา Tiferet Tzvi ในเทลอาวีฟ
- ค.ศ. 1978: รับบีสูงสุดของเมืองเนทันยา (Netanya) ซึ่งเขาได้สร้างชื่อเสียงในฐานะนักพูดที่ได้รับความนิยม
- ค.ศ. 1988: รับบีสูงสุดของเมืองเทลอาวีฟ (Tel Aviv)
- ค.ศ. 1993–2003: ดำรงตำแหน่งรับบีสูงสุดสายอาชเคนาซีแห่งอิสราเอล
เลาได้รับการยอมรับว่าเป็น "รับบีแห่งฉันทามติ" (Consensus Rabbi) เนื่องจากเขาสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีได้ทั้งกับกลุ่มยิวเคร่งครัด (Haredi) และกลุ่มยิวออร์โธดอกซ์สมัยใหม่ (Modern Orthodox) โดยมีแนวคิดแบบไซออนิสต์สายกลาง
บทบาทในระดับสากลและการทำงานระหว่างศาสนา
ในปี ค.ศ. 1993 เลาได้เข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น พอล ที่ 2 ณ วังฤดูร้อนคาสเตล กานดอลโฟ เพื่อขอการสนับสนุนทางศีลธรรมจากวาติกันต่อกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างสมเด็จพระสันตะปาปาและรับบีสูงสุดของอิสราเอลนับตั้งแต่การก่อตั้งรัฐอิสราเอลในปี ค.ศ. 1948
การดำรงตำแหน่งประธานยาด วาเชม
ในปี ค.ศ. 2008 ยิสราเอล เมียร์ เลา ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานของยาด วาเชม (Yad Vashem) ต่อจากทอมมี ลาพิด โดยใช้ประสบการณ์ตรงจากการเป็นผู้รอดชีวิตเพื่อนำทางสถาบันในการรำลึกถึงเหยื่อและศึกษาบทเรียนจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
คำถามที่พบบ่อย
ยิสราเอล เมียร์ เลา รอดชีวิตจากโฮโลคอสต์ได้อย่างไร?
เขารอดชีวิตมาได้ด้วยความช่วยเหลือของนัฟทาลี เลา-ลาวี พี่ชายของเขาที่คอยปกป้องและซ่อนตัวเขาไว้ในค่ายกักกันบูเคนวัลด์ และได้รับการช่วยเหลือจากนักโทษวัยรุ่นคนหนึ่ง
ตำแหน่งสูงสุดทางศาสนาที่เขาเคยดำรงคืออะไร?
เขาเคยดำรงตำแหน่งรับบีสูงสุดสายอาชเคนาซี (Ashkenazi Chief Rabbi) แห่งประเทศอิสราเอล ระหว่างปี ค.ศ. 1993 ถึง 2003
บทบาทของเขาในยาด วาเชม คืออะไร?
เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานของยาด วาเชม (Yad Vashem) ในปี ค.ศ. 2008 เพื่อนำองค์กรในการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า 'รับบีแห่งฉันทามติ'?
เพราะเขาสามารถสร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับจากทั้งกลุ่มยิวสายเคร่งครัด (Haredi) และกลุ่มยิวออร์โธดอกซ์สมัยใหม่ รวมถึงชาวอิสราเอลทั้งสายเซฟาร์ดิกและอาชเคนาซี
