Zoox นวัตกรรมรถแท็กซี่ไร้คนขับของ Amazon
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 2014 และถูก Amazon เข้าซื้อกิจการในปี 2020 ด้วยมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- พัฒนายานพาหนะไฟฟ้าไร้คนขับแบบ Purpose-built ที่มีความสมมาตรและขับเคลื่อนได้สองทิศทาง โดยไม่มีพวงมาลัยหรือแป้นเหยียบ
- ได้รับข้อยกเว้นจาก NHTSA ในปี 2025 ทำให้สามารถดำเนินงานรถไร้คนขับบนถนนสาธารณะในสหรัฐฯ ได้
- เริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในลาสเวกัส (กันยายน 2025) และซานฟรานซิสโก (พฤศจิกายน 2025)
Zoox เป็นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกัน ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือของ Amazon โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและให้บริการยานพาหนะไร้คนขับในรูปแบบของ "การเคลื่อนที่ในฐานะบริการ" (Mobility as a Service - MaaS) บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองฟอสเตอร์ซิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโกและเมืองซีแอตเทิล โดย Zoox ถูกจัดอยู่ในกลุ่มองค์กร Devices & Services ของ Amazon ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น Amazon Lab126, Amazon Alexa และ Amazon Leo
ประวัติและการก่อตั้ง
Zoox ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดย Tim Kentley-Klay ศิลปินและนักออกแบบชาวออสเตรเลีย และ Jesse Levinson ผู้ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ชื่อของบริษัท "Zoox" มีที่มาจาก Zooxanthellae ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียนและมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกับสิ่งมีชีวิตรอบข้าง ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดของรถ Robotaxi ที่ใช้พลังงานสะอาดและผสานรวมเข้ากับสภาพแวดล้อมของเมืองได้อย่างลงตัว
ในปี 2019 Aicha Evans อดีต Chief Strategy Officer ของ Intel ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ต่อมาในวันที่ 26 มิถุนายน 2020 Amazon ได้บรรลุข้อตกลงควบรวมกิจการโดยเข้าซื้อ Zoox เป็นบริษัทในเครือทั้งหมดด้วยมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Zoox ยังคงสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากที่มีโครงสร้างการกำกับดูแลของตนเอง แต่ไม่มีคณะกรรมการบริษัทที่เป็นอิสระ และรายงานตรงต่อ Panos Panay รองประธานอาวุโสของ Amazon
เทคโนโลยีและการออกแบบยานพาหนะ

แนวทางของ Zoox แตกต่างจากบริษัทอื่นตรงที่ไม่ได้นำรถยนต์ที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลง (Retrofit) แต่เลือกที่จะสร้างยานพาหนะขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เหมาะสมกับการขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยเฉพาะ โดยมีคุณลักษณะเด่นดังนี้:
- ความสมมาตร (Symmetrical): ตัวรถถูกออกแบบให้มีความสมมาตรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
- การขับเคลื่อนสองทิศทาง (Bi-directional): สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังได้ด้วยประสิทธิภาพที่เท่ากัน ทำให้ไม่ต้องกลับรถในพื้นที่แคบ
- ระบบไฟฟ้า 100%: ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อลดการปล่อยมลพิษ

ความคืบหน้าและการดำเนินงาน
Zoox เริ่มต้นการทดสอบด้วยรถ Toyota Highlander ที่นำมาดัดแปลงในช่วงแรก ก่อนจะเปิดตัวยานพาหนะที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Purpose-built vehicle) ในเดือนธันวาคม 2020 ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 75 ไมล์ต่อชั่วโมง

ในด้านกฎหมายและการรับรอง Zoox ได้รับอนุญาตให้ทดสอบรถไร้คนขับบนถนนสาธารณะในแคลิฟอร์เนียและเนวาดา โดยในปี 2023 กรมขนส่งทางบกของแคลิฟอร์เนีย (DMV) อนุญาตให้ทดสอบโดยมีผู้โดยสารในพื้นที่จำกัดรอบสำนักงานใหญ่ที่ฟอสเตอร์ซิตี และขยายการดำเนินงานไปยังลาสเวกัสในเดือนมิถุนายน 2023
แม้จะมีความก้าวหน้า แต่บริษัทเคยเผชิญกับข้อพิพาททางกฎหมายกับ Tesla ในปี 2019 เกี่ยวกับการขโมยความลับทางการค้า ซึ่งจบลงด้วยการประนีประนอมในเดือนเมษายน 2020 นอกจากนี้ ในปี 2024 ทาง NHTSA ได้ตรวจสอบข้อบกพร่องของยานพาหนะหลังเกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถจักรยานยนต์สองครั้ง อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 สิงหาคม 2025 NHTSA ได้ออกข้อยกเว้นภายใต้โปรแกรม Automated Vehicle Exemption Program ทำให้รถของ Zoox สามารถดำเนินงานบนถนนสาธารณะในสหรัฐฯ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์
Zoox เริ่มเปิดให้บริการ Robotaxi ในลาสเวกัสเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2025 โดยในช่วงแรกให้บริการฟรีเพื่อรับส่งผู้โดยสารไปยังจุดหมายที่กำหนดบริเวณ Las Vegas Strip และต่อมาได้ขยายบริการสู่สาธารณะในซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025 ผ่านโปรแกรม "Zoox Explorers"
คำถามที่พบบ่อย
Zoox แตกต่างจากรถไร้คนขับยี่ห้ออื่นอย่างไร?
Zoox ไม่ได้นำรถยนต์รุ่นที่มีขายในตลาดมาดัดแปลง แต่สร้างรถขึ้นมาใหม่ทั้งหมด (Purpose-built) ให้มีความสมมาตรและขับเคลื่อนได้สองทิศทาง เพื่อให้เหมาะกับการเป็น Robotaxi โดยเฉพาะ
ปัจจุบัน Zoox เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทใด?
Zoox เป็นบริษัทในเครือของ Amazon โดยสังกัดอยู่ในกลุ่ม Amazon Devices & Services
รถของ Zoox มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบหรือไม่?
รถรุ่นที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะของ Zoox ถูกออกแบบมาให้ไม่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบ เนื่องจากใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
Zoox ให้บริการในเมืองใดบ้าง?
ปัจจุบันมีการเปิดให้บริการในเมืองลาสเวกัส และซานฟรานซิสโก รัฐเนวาดาและแคลิฟอร์เนีย ตามลำดับ

