การลงมติไม่ไว้วางใจผู้นำพรรคเสรีนิยมออสเตรเลีย พ.ศ. 2530
สรุปใจความสำคัญ
- เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2530
- จอห์น ฮาวเวิร์ด ชนะการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคด้วยคะแนน 41 ต่อ 28 เสียง
- แอนดรูว์ พีค็อก ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคหลังจากการพ่ายแพ้ในการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
เหตุการณ์การลงมติเพื่อเปลี่ยนตัวผู้นำพรรคเสรีนิยมออสเตรเลีย (Liberal Party of Australia) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 ภายหลังจากที่พรรคประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งระดับสหพันธรัฐ ซึ่งนำโดยจอห์น ฮาวเวิร์ด ในขณะนั้น

บริบทและการแข่งขัน
หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2530 จอห์น ฮาวเวิร์ด ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคในขณะนั้น ต้องเผชิญกับความท้าทายจากแอนดรูว์ พีค็อก อดีตหัวหน้าพรรคที่ต้องการกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง การลงมติครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญภายในพรรคเพื่อกำหนดทิศทางหลังจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง
ผลการลงมติ
ในการลงมติเลือกหัวหน้าพรรค จอห์น ฮาวเวิร์ด สามารถเอาชนะแอนดรูว์ พีค็อก ไปได้ด้วยคะแนนเสียง 41 ต่อ 28 เสียง ทำให้เขายังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป
สำหรับการเลือกตั้งรองหัวหน้าพรรค แอนดรูว์ พีค็อก ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค โดยได้รับคะแนนเสียง 36 เสียง เอาชนะคู่แข่งคนอื่น ๆ ได้แก่ เฟรด เชนีย์ (24 เสียง), ไมเคิล แมคเคลลาร์ (6 เสียง) และจอห์น มัวร์ (3 เสียง)
ตารางสรุปผลการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค
| ผู้สมัคร | คะแนนเสียง |
|---|---|
| จอห์น ฮาวเวิร์ด | 41 |
| แอนดรูว์ พีค็อก | 28 |
ตารางสรุปผลการเลือกตั้งรองหัวหน้าพรรค
| ผู้สมัคร | คะแนนเสียง |
|---|---|
| แอนดรูว์ พีค็อก | 36 |
| เฟรด เชนีย์ | 24 |
| ไมเคิล แมคเคลลาร์ | 6 |
| จอห์น มัวร์ | 3 |
คำถามที่พบบ่อย
เหตุใดจึงมีการลงมติไม่ไว้วางใจผู้นำพรรคในครั้งนี้?
เนื่องจากพรรคเสรีนิยมออสเตรเลียประสบความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งระดับสหพันธรัฐ พ.ศ. 2530 ทำให้เกิดความไม่พอใจและต้องการการเปลี่ยนแปลงผู้นำพรรค
ใครเป็นคู่แข่งหลักในการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค?
คู่แข่งหลักคือ จอห์น ฮาวเวิร์ด ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคในขณะนั้น และแอนดรูว์ พีค็อก อดีตหัวหน้าพรรค
ผลลัพธ์ของการลงมติส่งผลอย่างไรต่อแอนดรูว์ พีค็อก?
แม้แอนดรูว์ พีค็อก จะแพ้การชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่เขาก็ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคในการลงมติครั้งเดียวกัน
