← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การลงประชามติว่าด้วยอธิปไตยของมอนเตเนโกร ค.ศ. 1992

สรุปใจความสำคัญ

  • จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1992 ในสาธารณรัฐมอนเตเนโกร
  • ผลการลงประชามติคือ 95.96% ของผู้มาใช้สิทธิเห็นชอบให้คงอยู่ในยูโกสลาเวีย
  • นำไปสู่การก่อตั้งสหพันธรัฐยูโกสลาเวีย (FR Yugoslavia) ซึ่งประกอบด้วยเซอร์เบียและมอนเตเนโกร
  • มีการบอยคอตการลงคะแนนโดยกลุ่มที่สนับสนุนเอกราช

การลงประชามติว่าด้วยอธิปไตยของมอนเตเนโกร ค.ศ. 1992 เป็นการลงประชามติครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของมอนเตเนโกร จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1992 ในสาธารณรัฐสังคมนิยมมอนเตเนโกร ซึ่งในขณะนั้นเป็นสาธารณรัฐหนึ่งในสหพันธรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย (SFR Yugoslavia)

แผนที่หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลงประชามติในมอนเตเนโกร
เอกสารประกอบการลงประชามติว่าด้วยสถานะของมอนเตเนโกรในปี 1992

ภูมิหลังและบริบททางการเมือง

ในช่วงต้นเดือนตุลาคม ค.ศ. 1991 กองกำลังมอนเตเนโกรและกองทัพประชาชนยูโกสลาเวีย (JNA) ได้เริ่มการล้อมเมืองดูบรอฟนิก (Siege of Dubrovnik) ซึ่งการระดมยิงถล่มเมืองดูบรอฟนิก โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ได้รับการประณามอย่างรุนแรงจากนานาชาติ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เซอร์เบียและมอนเตเนโกรถูกโดดเดี่ยวทางการทูตและเศรษฐกิจ และสร้างความไม่มั่นคงภายในมอนเตเนโกรเอง

เพื่อหาทางออก ประธานาธิบดีโมมีร์ บูลาโตวิช (Momir Bulatović) ของมอนเตเนโกร ได้ตัดสินใจยอมรับเงื่อนไขของแผนการคาร์ริงตัน (Carrington Plan) ซึ่งเสนอโดยลอร์ดคาร์ริงตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนยูโกสลาเวียให้เป็นสมาคมหลวมๆ ของรัฐอิสระที่มีสถานะเป็นประธานภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของบูลาโตวิชสร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่สโลโบดัน มิโลเซวิช (Slobodan Milošević) ประธานาธิบดีเซอร์เบียและผู้นำเซอร์เบีย ซึ่งมองว่าเป็นการทรยศ มิโลเซวิชจึงได้เสนอให้แก้ไขแผนการคาร์ริงตัน โดยอนุญาตให้รัฐที่ไม่ต้องการแยกตัวออกจากยูโกสลาเวียสามารถก่อตั้งรัฐสืบทอดได้ ในที่สุด ผู้นำมอนเตเนโกรต้องยอมถอยและตกลงตามข้อเสนอของมิโลเซวิช นำไปสู่การกำหนดให้มีการลงประชามติในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1992 เพื่อตัดสินใจเรื่องการจัดตั้งสหพันธรัฐยูโกสลาเวียแห่งใหม่

การดำเนินการและผลการลงประชามติ

คำถามที่ใช้ในการลงประชามติคือ: "ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่มอนเตเนโกร ในฐานะสาธารณรัฐที่มีอธิปไตย จะดำเนินชีวิตต่อไปในรัฐร่วมกัน คือ ยูโกสลาเวีย โดยมีความเท่าเทียมกับสาธารณรัฐอื่นๆ ที่มีความประสงค์เช่นเดียวกัน?"

ผลการลงประชามติปรากฏว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่เลือกที่จะคงอยู่ในยูโกสลาเวีย โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียน: 421,549 คน
  • ผู้ลงคะแนนเห็นชอบ (Yes): 95.96% ของผู้มาใช้สิทธิ (คิดเป็น 63.17% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด)
  • จำนวนผู้มาใช้สิทธิ: 66.04%

เป็นที่น่าสังเกตว่า พรรคการเมืองที่สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชได้ประกาศบอยคอตการลงคะแนนครั้งนี้ ซึ่งส่งผลต่อความชอบธรรมของผลลัพธ์ในสายตาของฝ่ายค้าน

ผลลัพธ์และการก่อตั้งรัฐใหม่

ผลจากการลงประชามติครั้งนี้ นำไปสู่การก่อตั้ง สหพันธรัฐยูโกสลาเวีย (Federal Republic of Yugoslavia) เมื่อวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1992 ซึ่งประกอบด้วยสองสาธารณรัฐเดิม คือ เซอร์เบียและมอนเตเนโกร โดยรัฐใหม่นี้อ้างสิทธิในการเป็นรัฐสืบทอดที่ถูกต้องตามกฎหมายของสหพันธรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย (SFRY)

คำถามที่พบบ่อย

การลงประชามติปี 1992 ในมอนเตเนโกรมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?

เพื่อตัดสินใจว่ามอนเตเนโกรจะคงอยู่ในสหพันธรัฐยูโกสลาเวียร่วมกับเซอร์เบีย หรือจะแยกตัวเป็นเอกราช

ทำไมผลการลงประชามติจึงมีคะแนนเห็นชอบสูงมาก?

เนื่องจากฝ่ายที่สนับสนุนเอกราชได้ประกาศบอยคอตการลงคะแนน ทำให้ผู้ที่มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายที่ต้องการคงอยู่ในสหพันธรัฐ

ผลลัพธ์ของการลงประชามติครั้งนี้ส่งผลอย่างไรต่อประวัติศาสตร์?

นำไปสู่การก่อตั้งสหพันธรัฐยูโกสลาเวีย (Federal Republic of Yugoslavia) ในวันที่ 27 เมษายน 1992 ซึ่งเป็นรัฐที่ประกอบด้วยเซอร์เบียและมอนเตเนโกร

ใครคือผู้นำสำคัญที่มีบทบาทในการลงประชามติครั้งนี้?

ประธานาธิบดีโมมีร์ บูลาโตวิช ของมอนเตเนโกร และประธานาธิบดีสโลโบดัน มิโลเซวิช ของเซอร์เบีย