เหตุระเบิดพลีชีพในซาอุดีอาระเบีย ปี 2016
สรุปใจความสำคัญ
- เกิดเหตุระเบิดพลีชีพ 4 จุดใน 3 เมืองของซาอุดีอาระเบีย (มะดีนะห์, กะตีฟ, เจดดาห์) เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2016
- การโจมตีที่มัสยิดอัล-มะสยิด อัน-นะบะวี ในเมืองมะดีนะห์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4 นาย และเป็นเหตุระเบิดพลีชีพครั้งแรกในเมืองนี้
- ผู้ก่อเหตุในเมืองเจดดาห์เป็นแรงงานขับรถชาวต่างชาติ ขณะที่ผู้ก่อเหตุในมะดีนะห์เป็นชาวซาอุดีอาระเบียที่มีประวัติใช้ยาเสพติด
- เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอน และได้รับความประณามจากผู้นำศาสนาอิสลามทุกนิกายเนื่องจากเป็นการโจมตีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2016 เกิดเหตุระเบิดพลีชีพ 4 ครั้งใน 3 พื้นที่ของประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดคือการระเบิดบริเวณลานจอดรถของมัสยิดอัล-มะสยิด อัน-นะบะวี (Al-Masjid an-Nabawi) ในเมืองมะดีนะห์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย

รายละเอียดการโจมตี
เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคม 2016 โดยมีการแบ่งจุดโจมตีดังนี้:
- เมืองมะดีนะห์: ระเบิดพลีชีพเกิดขึ้นบริเวณลานจอดรถของมัสยิดอัล-มะสยิด อัน-นะบะวี ซึ่งเป็นมัสยิดที่สำคัญเป็นอันดับสองในศาสนาอิสลาม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียชีวิต 4 นาย และบาดเจ็บอีก 5 นาย
- เมืองกะตีฟ (Qatif): มีผู้ก่อเหตุระเบิดพลีชีพ 2 ราย พยายามโจมตีมัสยิดของชาวชีอะห์ แต่ไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่นได้ นอกจากตัวผู้ก่อเหตุเอง
- เมืองเจดดาห์ (Jeddah): ผู้ก่อเหตุรายที่สี่ระเบิดตัวเองหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเข้าจับกุมบริเวณใกล้กับสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซาอุดีอาระเบียได้รับบาดเจ็บ 2 นาย
บริบทและภูมิหลัง
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอน ปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีความพยายามก่อเหตุสังหารหมู่พลเรือนโดยกลุ่มที่สงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับ ISIS ในหลายประเทศ เช่น ตุรกี (อิสตันบูล), บังกลาเทศ (ธากา) และอิรัก (แบกแดด)
ก่อนหน้านี้ในปี 2015 ซาอุดีอาระเบียเคยเผชิญกับการโจมตีที่อ้างความรับผิดชอบโดยกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIL/ISIS) เช่น เหตุระเบิดในมัสยิดที่เมืองกะตีฟและดัมมามเมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย และเหตุระเบิดในมัสยิดที่เมืองอับฮาเมื่อเดือนสิงหาคม 2015 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย
ผู้ก่อเหตุและการรับผิดชอบ
แม้จะไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศรับผิดชอบอย่างเป็นทางการในทันที แต่ในเบื้องต้นมีการสงสัยว่ากลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS) อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้
กระทรวงมหาดไทยของซาอุดีอาระเบียระบุว่า:
- ผู้ก่อเหตุบริเวณสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเจดดาห์ คือ นายอับดุลลาห์ กุลซาร์ ข่าน (Abdullah Gulzar Khan) แรงงานขับรถชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเจดดาห์มาเป็นเวลา 12 ปี
- ผู้ก่อเหตุในเมืองมะดีนะห์ ถูกระบุว่าเป็นชายชาวซาอุดีอาระเบียวัย 26 ปี ชื่อ นายนาเออร์ มุสลิม ฮัมมัด อัล บะลาวี (Naer Moslem Hammad Al Balawi) ซึ่งมีประวัติการใช้ยาเสพติด
นอกจากนี้ มีรายงานว่า นายไท บิน ซาเลม บิน ยัสลัม อัล-ซายาอารี (Taie bin Salem bin Yaslam al-Saya'ari) ชาวซาอุดีอาระเบียที่เคยศึกษาในนิวซีแลนด์ระหว่างปี 2008-2013 อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการวางแผนโจมตี ซึ่งเขาถูกสังหารโดยกองกำลังความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียในเดือนมกราคม 2017
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
เหตุการณ์นี้ได้รับความประณามอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป้าหมายคือมัสยิดนบี ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับสองของโลกอิสลามและเป็นสถานที่ฝังศพของนบีมุฮัมมัด
- ประเทศต่างๆ: อียิปต์ ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย ต่างออกแถลงการณ์ประณามการก่อการร้าย โดยระบุว่าการโจมตีนี้ละเมิดคุณค่าทางศาสนาและมนุษยธรรม
- องค์กรระหว่างประเทศ: เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นความพยายามที่จะสร้างความไร้เสถียรภาพให้กับราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
- ผู้นำทางศาสนา: ทั้งผู้นำนิกายซุนนีและชีอะห์ รวมถึงกลุ่มหัวรุนแรงอื่นๆ เช่น ฮิซบอลเลาะห์และตาลีบัน ต่างประณามการโจมตีนี้ เนื่องจากตามกฎหมายอิสลาม การทำร้ายผู้คนในเมืองมะดีนะห์เป็นสิ่งต้องห้าม
คำถามที่พบบ่อย
เหตุระเบิดในซาอุดีอาระเบียปี 2016 เกิดขึ้นเมื่อใดและที่ไหน?
เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2016 ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ เมืองมะดีนะห์ (บริเวณลานจอดรถมัสยิดนบี), เมืองกะตีฟ (มัสยิดชีอะห์) และเมืองเจดดาห์ (ใกล้สถานกงสุลสหรัฐฯ)
ทำไมการโจมตีที่เมืองมะดีนะห์จึงถูกประณามอย่างรุนแรง?
เพราะมัสยิดอัล-มะสยิด อัน-นะบะวี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับสองในศาสนาอิสลาม และตามกฎหมายอิสลาม การทำร้ายผู้คนในเมืองมะดีนะห์เป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด
กลุ่มใดเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้?
ไม่มีกลุ่มใดประกาศรับผิดชอบอย่างเป็นทางการในทันที แต่ทางการซาอุดีอาระเบียและหน่วยงานความมั่นคงสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS)
