← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การตอบสนองของซาอุดีอาระเบียต่อกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIL)

สรุปใจความสำคัญ

  • นักรบชาวซาอุดีอาระเบียประมาณ 2,500 คนเดินทางไปเข้าร่วมกับกลุ่ม ISIL ในซีเรีย
  • รัฐบาลซาอุดีอาระเบียร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการฝึกอบรมและจัดหาอุปกรณ์ให้นักรบชาวซีเรียเพื่อต่อสู้กับ ISIL
  • กลุ่ม ISIL ได้ก่อเหตุโจมตีมัสยิดและด่านตรวจความมั่นคงหลายครั้งภายในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

การตอบสนองของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียต่อกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ISIL (Islamic State of Iraq and the Levant) มีความหลากหลายและซับซ้อน โดยครอบคลุมทั้งการดำเนินงานทางทหาร การร่วมมือกับนานาชาติ และการต่อสู้ทางความคิด เพื่อจัดการกับภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

การร่วมมือระหว่างประเทศและการดำเนินงานทางทหาร

ตั้งแต่ปลายปี 2014 รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาในการฝึกอบรมและจัดหาอุปกรณ์ให้กับนักรบชาวซีเรีย เพื่อให้สามารถต่อสู้กับกลุ่ม ISIL ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความท้าทายที่สำคัญคือการที่นักรบชาวซาอุดีอาระเบียประมาณ 2,500 คนได้เดินทางไปยังซีเรียเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่ม ISIL ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่สงบในสงครามกลางเมืองซีเรียที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอย่างรุนแรง

การต่อสู้ทางความคิดและการสร้างความรักชาติ

เพื่อต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่ม ISIL รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้ผลิตซีรีส์ทางโทรทัศน์ชื่อ "Security of the Kingdom" เพื่อนำเสนอแง่มุมด้านความมั่นคงของประเทศและส่งเสริมความรักชาติ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเด็กในระดับอนุบาลเพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรักในประเทศของตนเอง

การโจมตีภายในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่ม ISIL

ประชาชนชาวซาอุดีอาระเบียต้องเผชิญกับการโจมตีหลายครั้งจากกลุ่ม ISIL ซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างมาก ตัวอย่างเช่น:

  • พฤษภาคม 2015: การวางระเบิดมัสยิดในเมืองกะติฟ (Qatif) และดัมมาม (Dammam) ส่งผลให้ชาวมุสลิมชีอะห์เสียชีวิตกว่า 25 ราย และบาดเจ็บ 106 ราย
  • สิงหาคม 2015: ระเบิดพลีชีพโจมตีมัสยิดภายในกองบัญชาการกองกำลังพิเศษในพื้นที่อาซีร์ (Asir) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย
  • กรกฎาคม 2015: การบุกค้นในเมืองตออิฟ (Taif) และการโจมตีด้วยระเบิดรถยนต์ที่ด่านตรวจความมั่นคงในริยาด (Riyadh) ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ
  • มีนาคม 2017: สมาชิกกลุ่ม ISIL โจมตีและสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งนายก่อนจะถูกวิสามัญฆาตกรรม

ข้อถกเถียงเรื่องอุดมการณ์และข้อกล่าวหา

มีความเห็นจากนักข่าวและนักวิเคราะห์หลายคนว่า อุดมการณ์ วะฮาบีซึม (Wahhabism) ซึ่งเป็นรากฐานทางศาสนาของซาอุดีอาระเบีย มีความคล้ายคลึงกับอุดมการณ์ที่กลุ่ม ISIL นำมาใช้ อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้ระบุว่าการดำเนินการต่อต้านการก่อการร้ายของซาอุดีอาระเบียช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการตัดวงจรทางการเงินที่ส่งไปยังกลุ่มก่อการร้าย

สรุปการตอบสนองของซาอุดีอาระเบีย

มาตรการรายละเอียด
ทางทหารร่วมมือกับสหรัฐฯ ฝึกนักรบซีเรียต่อต้าน ISIL
ทางความคิดสร้างสื่อโทรทัศน์ส่งเสริมความรักชาติและต่อต้านการชวนเชื่อ
ความมั่นคงภายในปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายและเพิ่มการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง

คำถามที่พบบ่อย

ซาอุดีอาระเบียตอบสนองต่อกลุ่ม ISIL อย่างไร?

ซาอุดีอาระเบียใช้มาตรการทั้งทางทหาร โดยร่วมมือกับสหรัฐฯ ฝึกนักรบซีเรีย และใช้มาตรการทางความคิดผ่านสื่อโทรทัศน์เพื่อต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่ม ISIL รวมถึงการปราบปรามการก่อการร้ายภายในประเทศ

กลุ่ม ISIL ก่อเหตุโจมตีที่ใดบ้างในซาอุดีอาระเบีย?

กลุ่ม ISIL ได้ก่อเหตุโจมตีมัสยิดในพื้นที่อาซีร์, กะติฟ และดัมมาม รวมถึงโจมตีด่านตรวจความมั่นคงในเมืองริยาด และเมืองตออิฟ

ทำไมจึงมีการกล่าวถึงอุดมการณ์วะฮาบีซึมในบริบทนี้?

เนื่องจากมีการวิเคราะห์ว่าอุดมการณ์วะฮาบีซึมซึ่งเป็นรากฐานทางศาสนาของซาอุดีอาระเบียมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดสุดโต่งที่กลุ่ม ISIL นำมาใช้ ทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางอุดมการณ์