ฝูงบินลาดตระเวนพิเศษที่ 24 ประวัติศาสตร์และการปฏิบัติการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 1944 เพื่อใช้เครื่องบิน B-29 Superfortress โจมตีญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2
- เคยเปลี่ยนผ่านจากการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด B-36 และ B-52 มาเป็นเครื่องบินลาดตระเวน RC-135
- เป็นหน่วยงานชั่วคราวที่สังกัดกองทัพอากาศสหรัฐฯ ประจำยุโรป เพื่อเปิดใช้งานตามความจำเป็นทางยุทธศาสตร์
ฝูงบินลาดตระเวนพิเศษที่ 24 เป็นหน่วยงานชั่วคราวของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (United States Air Force) ซึ่งสังกัดกองทัพอากาศสหรัฐฯ ประจำยุโรป (United States Air Forces Europe) โดยมีหน้าที่ในการเปิดใช้งานหรือยกเลิกการใช้งานตามความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าหน่วยนี้เคยสังกัดกองบินเติมน้ำมันที่ 100 (100th Air Refueling Wing) ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศ RAF Mildenhall ในมณฑลซัฟฟอล์ก สหราชอาณาจักร เมื่อปี ค.ศ. 2007
ประวัติการก่อตั้งและการปฏิบัติการในสงครามโลกครั้งที่ 2
หน่วยนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. 1944 ในฐานะฝูงบินทิ้งระเบิดหนัก (Very Heavy Bombardment Squadron) โดยใช้เครื่องบิน B-29 Superfortress หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม หน่วยได้ย้ายไปประจำการที่ North Field บนเกาะทิเนียน ในหมู่เกาะมาเรียนา บริเวณแปซิฟิกกลางในเดือนมกราคม ค.ศ. 1945

ภารกิจหลักของฝูงบินคือการดำเนินแคมเปญการทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ต่อหมู่เกาะญี่ปุ่น เพื่อทำลายขีดความสามารถในการทำสงครามของญี่ปุ่น ในช่วงแรก ฝูงบินได้ปฏิบัติภารกิจ "ทดสอบระบบ" (shakedown missions) โดยโจมตีจุดยุทธศาสตร์ในหมู่เกาะแคโรไลน์และมาเรียนา ก่อนจะเริ่มการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่เหนือกรุงโตเกียวในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945
ฝูงบินได้มีส่วนร่วมในการทิ้งระเบิดเพลิงอย่างกว้างขวาง ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่น รวมถึงโรงงานผลิตเครื่องบิน โรงงานเคมี และโรงกลั่นน้ำมัน ภารกิจสุดท้ายเกิดขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ซึ่งตรงกับช่วงสิ้นสุดการสู้รบ หลังจากนั้น เครื่องบิน B-29 ได้ถูกนำมาใช้ในการส่งเสบียงบรรเทาทุกข์ให้แก่เชลยศึกของฝ่ายสัมพันธมิตรในญี่ปุ่นและแมนจูเรีย
ยุคของกองบัญชาการทางยุทธศาสตร์ (Strategic Air Command)
หลังจากถูกยกเลิกการใช้งานชั่วคราวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝูงบินได้ถูกเปิดใช้งานอีกครั้งในปี ค.ศ. 1951 และเปลี่ยนชื่อเป็นฝูงบินทิ้งระเบิดหนัก โดยเริ่มจากการใช้ B-29 เพื่อการฝึกซ้อม และเปลี่ยนมาใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ข้ามทวีป B-36 Peacemaker ในปี ค.ศ. 1953
เครื่องบิน B-36 ในยุคนั้นมีเอกลักษณ์คือแถบสีเหลืองที่ปลายแพนหางดิ่ง ช่องรับอากาศของเครื่องยนต์เจ็ท และส่วนจมูกของเครื่องบิน พร้อมรหัสหางเป็นรูปตัว 'R' ในสามเหลี่ยม อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1957 เครื่องบิน B-36 ถูกแทนที่ด้วย B-52E Stratofortress ซึ่งฝูงบินใช้ปฏิบัติการจนกระทั่งฐานทัพอากาศ Walker AFB ปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1967
การเปลี่ยนผ่านสู่การลาดตระเวนทางยุทธศาสตร์
ต่อมา ฝูงบินได้รับการติดตั้งเครื่องบิน RC-135 Cobra Ball/Cobra Eye เพื่อสนับสนุนการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองในระดับโรงละครสงครามและระดับชาติ โดยมีความสามารถในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลแบบเกือบเรียลไทม์ ฝูงบินนี้ถูกยกเลิกการใช้งานอีกครั้งในปี ค.ศ. 1994 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดขนาดกองทัพหลังยุคสงครามเย็น และถูกแทนที่ด้วยฝูงบินลาดตระเวนที่ 45
สรุปการปฏิบัติการและเครื่องราชอิสริยาภรณ์
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การปฏิบัติการทางทหาร | การสู้รบในแปซิฟิกตะวันตก (27 ม.ค. - 14 ส.ค. 1945) |
| แคมเปญสำคัญ | Eastern Mandates, Western Pacific, Air Offensive, Japan |
| รางวัลเกียรติยศ | Distinguished Unit Citations (โตเกียว 25 พ.ค. 1945 และ จักรวรรดิญี่ปุ่น 9-19 ก.ค. 1945) |
| รางวัลหน่วยงานดีเด่น | Air Force Outstanding Unit Award (1 พ.ค. 1960 – 31 พ.ค. 1962) |
คำถามที่พบบ่อย
ฝูงบินลาดตระเวนพิเศษที่ 24 คืออะไร?
เป็นหน่วยงานชั่วคราวของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่การเป็นฝูงบินทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงการเป็นหน่วยลาดตระเวนทางยุทธศาสตร์
เครื่องบินรุ่นใดบ้างที่ฝูงบินนี้เคยใช้งาน?
ฝูงบินนี้เคยใช้งานเครื่องบิน B-29 Superfortress, B-36 Peacemaker, B-52E Stratofortress และ RC-135 Cobra Ball/Cobra Eye
ภารกิจหลักในสงครามโลกครั้งที่ 2 คืออะไร?
ภารกิจหลักคือการทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์เหนือหมู่เกาะญี่ปุ่น เพื่อทำลายขีดความสามารถในการทำสงครามของญี่ปุ่น


