ฝูงบินข่าวกรองที่ 32 แห่งกองทัพอากาศสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหน่วยงานข่าวกรองเฉพาะทางภายใต้ 707th ISR Group ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
- ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ Fort George G. Meade รัฐแมริแลนด์ และสนับสนุนภารกิจของ NSA
- เคยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางอากาศเหนือยุโรปและบอลข่านในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วยเครื่องบิน Lockheed F-5
- มีบทบาทสำคัญในยุโรปช่วงสงครามเย็น โดยใช้เครื่องบินลาดตระเวนสมรรถนะสูง เช่น RF-84F และ RF-101C
ฝูงบินข่าวกรองที่ 32 (32d Intelligence Squadron) เป็นหน่วยงานภายใต้กลุ่มข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวนที่ 707 (707th Intelligence, Surveillance and Reconnaissance Group) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ฐานทัพฟอร์ตจอร์จ จี. มีด (Fort George G. Meade) รัฐแมริแลนด์
บทบาทและภารกิจหลัก
ฝูงบินข่าวกรองที่ 32 เป็นองค์กรเฉพาะทางที่ประกอบด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรอง มีหน้าที่สนับสนุนอำนาจการรบระดับโลกและรักษาความได้เปรียบด้านข้อมูลข่าวสาร โดยการปฏิบัติการที่สนับสนุนกองทัพอากาศ, หน่วยงานร่วม (Joint Operations), หน่วยงานผสม (Combined Operations) และปฏิบัติการพิเศษ ทั้งในสภาวะปกติและสภาวะสงคราม
หน่วยงานนี้มีหน้าที่จัดระเบียบ ควบคุม ให้คำแนะนำทางเทคนิค ฝึกอบรม และสนับสนุนการวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวกรองอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังให้บริการแก่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และหน่วยงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยเป็นหน่วยงานหลักที่สนับสนุนภารกิจของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Agency - NSA) ผ่านการปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ระดับชาติและทางยุทธวิธี
ประวัติการก่อตั้งและปฏิบัติการ
ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ฝูงบินนี้ถูกก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางปี ค.ศ. 1943 ในฐานะฝูงบินลาดตระเวนทางยุทธวิธีและจัดทำแผนที่ภาพถ่าย โดยเริ่มการฝึกภายใต้กองทัพอากาศที่ 3 (Third Air Force) ก่อนจะถูกส่งตัวไปยังสมรภูมิเมดิเตอร์เรเนียน และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอากาศที่ 15 (Fifteenth Air Force) ในตอนใต้ของประเทศอิตาลีเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1945
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายหน่วยงานเกิดความล่าช้าเนื่องจากเหตุการณ์เรือ SS Paul Hamilton ถูกโจมตีโดยเครื่องบินของเยอรมนีเมื่อวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1944 ส่งผลให้เกิดการระเบิดครั้งรุนแรงและมีสมาชิกในหน่วยเสียชีวิตถึง 317 นาย
ในด้านการปฏิบัติการ ฝูงบินใช้เครื่องบิน Lockheed F-5 Lightning ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ไม่มีอาวุธ บินภารกิจลาดตระเวนระยะไกลและถ่ายภาพแผนที่เหนือพื้นที่ยึดครองของอิตาลีและยุโรป เพื่อรวบรวมภาพถ่ายที่จำเป็นสำหรับการทำสงครามทางอากาศต่อฝ่ายอักษะ โดยเริ่มจากอิตาลี คอร์ซิกา และซาร์ดิเนีย ก่อนจะขยายขอบเขตไปยังคาบสมุทรบอลข่าน หลังจากเยอรมนีประกาศยอมแพ้ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1945 กำลังพลของฝูงบินได้ถูกปลดประจำการในอิตาลีช่วงฤดูร้อน และหน่วยงานถูกยุบเลิกในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนตุลาคมปีเดียวกัน
การปฏิบัติการในยุโรปช่วงสงครามเย็น
ในปี ค.ศ. 1952 ฝูงบินถูกเรียกกลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้งในฐานะหน่วยลาดตระเวนทางยุทธวิธีขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) โดยมีฐานปฏิบัติการในฝรั่งเศส เพื่อรองรับการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในยุโรปช่วงสงครามเย็น
ในช่วงแรก ฝูงบินได้รับมอบเครื่องบิน Lockheed RF-80A Shooting Star จากฝูงบินลาดตระเวนทางยุทธวิธีที่ 157 ของกองกำลังรักษาดินแดนทางอากาศแห่งรัฐแอลาบามา (Alabama Air National Guard) ซึ่งถูกเรียกเข้าประจำการในช่วงสงครามเกาหลี โดยได้ฝึกปฏิบัติการลาดตระเวนในเวลากลางวัน
เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่ฐานทัพอากาศ Toul-Rosières ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ฝูงบินจึงต้องประจำการที่ฐานทัพอากาศ Fürstenfeldbruck ในเยอรมนีตะวันตก แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่อำนวยต่อการฝึกบินของ RF-80A ฝูงบินจึงมักเคลื่อนย้ายไปปฏิบัติการที่ฐานทัพอากาศ Nouasseur ในประเทศโมร็อกโกในช่วงฤดูหนาวปี 1952-1953 ซึ่งมีสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การถ่ายภาพทางอากาศมากกว่า
ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1953 ฝูงบินย้ายไปยังฐานทัพอากาศ Spangdahlem ในเยอรมนีตะวันตก และได้เปลี่ยนมาใช้เครื่องบิน Republic RF-84F Thunderflash ในปี ค.ศ. 1955 เนื่องจากเครื่อง RF-80 ถูกประเมินว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะต่อกรกับเครื่องบิน Mikoyan-Gurevich MiG-15 ของสหภาพโซเวียต
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1958 ฝูงบินย้ายไปยังฐานทัพอากาศ Phalsbourg-Bourscheid ในฝรั่งเศสชั่วคราวระหว่างการซ่อมแซมรันเวย์ที่ Spangdahlem และได้โอนย้ายไปสังกัดกองบินลาดตระเวนทางยุทธวิธีที่ 66 (66th Tactical Reconnaissance Wing) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1958 ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ปีเดียวกัน ได้เปลี่ยนมาใช้เครื่องบิน McDonnell RF-101C Voodoo ซึ่งเป็นเครื่องบินลาดตระเวนทางยุทธวิธีที่เร็วที่สุดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในขณะนั้น

คำถามที่พบบ่อย
ฝูงบินข่าวกรองที่ 32 ปัจจุบันทำหน้าที่อะไร?
ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นหน่วยงานวิเคราะห์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวกรอง สนับสนุนภารกิจของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) และสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพอากาศและหน่วยงานร่วมอื่น ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝูงบินคืออะไร?
เหตุการณ์เรือ SS Paul Hamilton ถูกโจมตีและระเบิดในปี ค.ศ. 1944 ซึ่งทำให้สมาชิกในหน่วยเสียชีวิตถึง 317 นาย
ฝูงบินข่าวกรองที่ 32 เคยใช้เครื่องบินรุ่นใดบ้างในอดีต?
ในอดีตเคยใช้เครื่องบิน Lockheed F-5, Lockheed RF-80A, Republic RF-84F และ McDonnell RF-101C ในภารกิจลาดตระเวนทางยุทธวิธี
ทำไมฝูงบินถึงต้องย้ายไปปฏิบัติการที่โมร็อกโกในช่วงปี 1952-1953?
เนื่องจากสภาพอากาศในเยอรมนีตะวันตกไม่เอื้ออำนวยต่อการการฝึกบินถ่ายภาพทางอากาศ จึงต้องย้ายไปยังฐานทัพอากาศ Nouasseur ในโมร็อกโกซึ่งมีสภาพอากาศดีกว่า

