อาคาร 301 เซาท์ ไทรอน
สรุปใจความสำคัญ
- มีความสูง 433 ฟุต (132 เมตร) และมีจำนวน 32 ชั้น
- เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในรัฐนอร์ทแคโรไลนาเมื่อสร้างเสร็จในปี 1971
- ถูกซื้อโดย Riverside Investment & Development และ Singerman Real Estate ในปี 2026 ด้วยราคา 36.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- มีแผนปรับปรุงให้เป็นโครงการแบบผสมผสาน (Mixed-use) ประกอบด้วยที่พักอาศัย โรงแรม สำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก
อาคาร 301 เซาท์ ไทรอน (301 South Tryon) หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ ทู เวลส์ ฟาร์โก เซ็นเตอร์ (Two Wells Fargo Center) เป็นอาคารสูงระฟ้าตั้งอยู่ในเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา มีความสูง 433 ฟุต (ประมาณ 132 เมตร) ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1971
ตัวอาคารประกอบด้วยชั้นทั้งหมด 32 ชั้น พร้อมด้วยพื้นที่เอเทรียม (Atrium) ลานพลาซ่า และอาคารจอดรถสูง 6 ชั้น นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อกับอาคารข้างเคียงผ่านทางเดินลอยฟ้า (Skybridges) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายทางเดิน Overstreet Mall

ประวัติและการเปลี่ยนแปลง
อาคารนี้ออกแบบโดย LaBella Associates (เดิมชื่อ Pease Engineering and Architecture) โดยมี David Julian Moore เป็นสถาปนิกประจำไซต์งานและผู้บริหารการก่อสร้าง ในช่วงที่ก่อสร้างเสร็จสิ้น อาคารนี้ใช้ชื่อว่า เจฟเฟอร์สัน เฟิสต์ ยูเนียน ทาวเวอร์ (Jefferson First Union Tower) และเคยครองตำแหน่งอาคารที่สูงที่สุดในรัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยแซงหน้า Winston Tower ในเมืองวินสตัน-เซเลม
ชื่อของอาคารมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งตามการควบรวมกิจการของธนาคารที่เป็นผู้เช่าหลัก จนกระทั่งในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2010 หลังจากที่ Wells Fargo เข้าซื้อกิจการ Wachovia ในปี 2008 อาคารนี้จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ทู เวลส์ ฟาร์โก เซ็นเตอร์
การเปลี่ยนแปลงผู้เช่าและการบริหารจัดการ
ในช่วงแรก อาคารนี้ถูกใช้เป็นสำนักงานหลักของธนาคารและเต็มไปด้วยพนักงานธนาคาร ต่อมามีผู้เช่ารายอื่นเข้ามาใช้พื้นที่ เช่น Speedway Motorsports ในปี 1998 และ CIT Group ซึ่งเช่าพื้นที่จนถึงปี 2010
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2023 Wells Fargo ประกาศยกเลิกการใช้พื้นที่ในอาคาร 301 เซาท์ คอลเลจ และทู เวลส์ ฟาร์โก เซ็นเตอร์ ภายในสิ้นปี 2023 โดยย้ายพนักงานไปรวมกันที่อาคาร 550 เซาท์ ไทรอน และทรี เวลส์ ฟาร์โก เซ็นเตอร์ เพื่อลดขนาดการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในย่าน Uptown
การขายและการพัฒนาใหม่
ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2023 อาคารสูง 32 ชั้น, อาคารสูง 12 ชั้น และที่ดินขนาด 3.4 เอเคอร์ ถูกประกาศขายโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ CBRE โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนอาคารสำนักงานให้เป็นที่พักอาศัยแบบมัลติแฟมิลี (Multifamily Residential)
ต่อมาในเดือนมกราคม ค.ศ. 2024 ได้มีการนำเสนอข้อเสนอการพัฒนาอาคารในโครงการแข่งขัน "Reimagining Vintage Office Design" โดยบริษัท Gensler เสนอให้เปลี่ยนบางส่วนของตึก 32 ชั้นเป็นที่พักอาศัย 324 ยูนิต และปรับปรุงตึก 12 ชั้นให้เป็นสำนักงานสมัยใหม่ ขณะที่ Little Diversified Architectural Consulting เสนอให้เปลี่ยนทั้งอาคารเป็นที่พักอาศัยพร้อมพื้นที่ค้าปลีกชั้นล่าง
เมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2026 บริษัท Riverside Investment & Development ร่วมกับ Singerman Real Estate ได้เข้าซื้ออาคารนี้ในราคา 36.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ในขณะที่มูลค่าประเมินอยู่ที่ 204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และได้เปลี่ยนชื่ออาคารเป็น 301 เซาท์ ไทรอน
แผนการปรับปรุงครั้งใหญ่
Riverside Development วางแผนลงทุน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับปรุงอาคารโดยมีรายละเอียดดังนี้:
- อาคาร 12 ชั้น: จะถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำนักงานขนาด 250,000 ตารางฟุต
- อาคาร 32 ชั้น: ชั้นบนจะถูกเปลี่ยนเป็นที่พักอาศัยแบบมัลติแฟมิลี 275 ยูนิต และชั้นล่างจะถูกเปลี่ยนเป็นโรงแรมขนาด 200 ห้อง
- พื้นที่ค้าปลีก: จะมีการเพิ่มพื้นที่ร้านค้าขนาด 30,000 ถึง 40,000 ตารางฟุต
การปรับปรุงอาคารมีกำหนดการเริ่มต้นในปี ค.ศ. 2027
อาคารข้างเคียงในกลุ่มโครงการ
ในกลุ่มโครงการนี้ยังมีอาคารขนาดเล็กกว่าซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1954 เพื่อเป็นสำนักงานใหญ่ของ Union National Bank (ต่อมาคือ First Union National Bank) เดิมมีความสูง 9 ชั้น และต่อมาได้เพิ่มอีก 3 ชั้นในช่วงทศวรรษ 1960 อาคารนี้เคยมีการวาดภาพฝาผนังรูปทีม Charlotte Hornets ขนาด 21,000 ตารางฟุต
อาคารนี้ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 2006 โดยบริษัท Little Diversified Architectural Consulting เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับอาคาร Wachovia Main ที่อยู่ใกล้เคียง โดยมีการเปลี่ยนสีอาคารจากสีเบจเป็นสีเทา และเปิดสาขาธนาคารระดับเรือธง (Flagship Branch) ขนาด 8,500 ตารางฟุตที่ชั้นล่างในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2006
คำถามที่พบบ่อย
อาคาร 301 เซาท์ ไทรอน เคยใช้ชื่อว่าอะไรบ้าง?
อาคารนี้เคยใช้ชื่อว่า เจฟเฟอร์สัน เฟิสต์ ยูเนียน ทาวเวอร์ (Jefferson First Union Tower) และ ทู เวลส์ ฟาร์โก เซ็นเตอร์ (Two Wells Fargo Center) ก่อนจะเปลี่ยนเป็น 301 เซาท์ ไทรอน ในปัจจุบัน
แผนการปรับปรุงอาคารในอนาคตเป็นอย่างไร?
มีแผนจะเปลี่ยนอาคาร 32 ชั้นให้เป็นที่พักอาศัย 275 ยูนิตและโรงแรม 200 ห้อง ส่วนอาคาร 12 ชั้นจะปรับเป็นพื้นที่สำนักงาน และเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก 30,000-40,000 ตารางฟุต
อาคารนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไรในรัฐนอร์ทแคโรไลนา?
เมื่อสร้างเสร็จในปี 1971 อาคารนี้เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในรัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยทำลายสถิติของ Winston Tower ในเมืองวินสตัน-เซเลม

