ทรูอิสต์ เซ็นเตอร์ ตึกระฟ้าสไตล์อาร์ตเดโคในชาร์ลอตต์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นตึกระฟ้าสูง 47 ชั้น (201 เมตร) และสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเมืองชาร์ลอตต์
- ออกแบบในสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) โดยใช้รูปทรงสามเหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์
- เคยใช้ชื่อว่า เฮิร์สต์ ทาวเวอร์ (Hearst Tower) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นทรูอิสต์ เซ็นเตอร์ ในปี 2019
- ปัจจุบันเป็นสำนักงานใหญ่ของ Truist และมีศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีขนาด 100,000 ตารางฟุต
ทรูอิสต์ เซ็นเตอร์ (Truist Center) เป็นตึกระฟ้าที่มีความสูง 47 ชั้น หรือประมาณ 201 เมตร (659 ฟุต) ตั้งอยู่ในย่านอัปทาวน์ (Uptown) ของเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นอาคารที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเมือง โดยตั้งอยู่เลียบถนนนอร์ท ไทรอน (North Tryon Street)
อาคารแห่งนี้เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002 โดยในช่วงแรกเป็นที่รู้จักในชื่อ เฮิร์สต์ ทาวเวอร์ (Hearst Tower) จนกระทั่งปี ค.ศ. 2019 โครงสร้างของอาคารประกอบด้วยหอคอยสูง 32 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่บนฐานอาคาร (Podium) สูง 15 ชั้น ปัจจุบันอาคารนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของ ทรูอิสต์ (Truist) ซึ่งได้เข้าซื้ออาคารในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2020

สถาปัตยกรรมและการออกแบบ
ทรูอิสต์ เซ็นเตอร์ ถูกออกแบบโดยเน้นสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) ของทศวรรษ 1920 เพื่อให้สอดคล้องกับอาคาร Bank of America Corporate Center ที่อยู่ใกล้เคียง แต่มีการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการใช้รูปทรงสามเหลี่ยมแทนเส้นตรงและความสมมาตรแบบดั้งเดิม ซึ่งเห็นได้ชัดจากทางเข้าถนนคอลเลจ (College Street) และถนนไทรอน (Tryon Street) ที่มีลักษณะคล้ายซุ้มประตูโกธิค (Gothic arches)
ลักษณะเด่นทางโครงสร้าง
- การออกแบบพื้นที่แบบย้อนกลับ (Reverse Floor Plate): พื้นที่ใช้สอยในชั้นบนจะมีขนาดเฉลี่ย 24,000 ตารางฟุต (2,200 ตารางเมตร) ซึ่งกว้างกว่าพื้นที่ชั้นล่างที่มีขนาดเฉลี่ยเพียง 20,000 ตารางฟุต (1,900 ตารางเมตร)
- การตกแต่งภายนอก: บริเวณภายนอกชั้น 4 มีการใช้แผงคอนกรีตหล่อสำเร็จและหินแกรนิตสีดำที่ตัดกันจนดูเหมือนรูปสามเหลี่ยมที่ขัดประสานกัน
พื้นที่สาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวก
บริเวณลานพลาซ่าบนถนนไทรอนถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็น "มินิร็อกเกเฟลเลอร์เซ็นเตอร์" (mini-Rockefeller Center) โดยมีความยาว 160 ฟุต และกว้าง 65 ฟุต พื้นที่นี้ถูกจัดวางด้วยงานศิลปะสาธารณะและร้านอาหาร เพื่อส่งเสริมให้ย่านอัปทาวน์เป็นจุดหมายปลายทางด้านศิลปะ
ภายในล็อบบี้ถนนคอลเลจมีการติดตั้งราวทองเหลืองที่ออกแบบโดย เอ็ดการ์ บรันด์ต (Edgar Brandt) ซึ่งนำมาจากห้างสรรพสินค้า Le Bon Marche ในกรุงปารีส นอกจากนี้ ในระดับชั้นลอย (Mezzanine) อาคารนี้ยังเชื่อมต่อกับ Bank of America Corporate Center ผ่านสะพานลอย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Overstreet Mall

ประวัติการก่อสร้างและการเปลี่ยนแปลง
ก่อนการก่อสร้างทรูอิสต์ เซ็นเตอร์ พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นที่ตั้งของอาคาร CityFair ซึ่งเปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1988 แต่ประสบปัญหาทางการเงินจนผู้พัฒนาโครงการต้องยื่นล้มละลายในเวลาต่อมา อาคาร CityFair ถูกระเบิดทำลายในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1999 เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างอาคารใหม่
โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง Trammel Crow Co. และ The Keith Corporation เพื่อสร้างให้ Bank of America โดยมีงบประมาณก่อสร้างเริ่มต้น 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การก่อสร้างเริ่มขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 1999 และอาคารเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002
ในช่วงแรก อาคารนี้มีผู้เช่ารายใหญ่คือ Hearst Corporation ซึ่งเช่าพื้นที่กว่า 200,000 ตารางฟุต ทำให้อาคารใช้ชื่อว่า เฮิร์สต์ ทาวเวอร์ (Hearst Tower) ต่อมาในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2012 Bank of America ได้ขายอาคารนี้ให้กับ Parkway Properties ในราคา 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่ Truist จะเข้าซื้อกิจการและเปลี่ยนชื่ออาคารเป็นทรูอิสต์ เซ็นเตอร์ ในเวลาต่อมา
การใช้งานในปัจจุบัน
ปัจจุบันอาคารนี้ทำหน้าที่เป็นสำนักงานใหญ่ของ Truist โดยพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading Floor) ของ Bank of America ซึ่งมีขนาด 6,000 ตารางฟุต ได้ถูกเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technology Innovation Center) ของ Truist ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 100,000 ตารางฟุต
คำถามที่พบบ่อย
ทรูอิสต์ เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ในย่านอัปทาวน์ (Uptown) ของเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา เลียบถนนนอร์ท ไทรอน
อาคารนี้มีความสูงเท่าไหร่?
มีความสูง 47 ชั้น หรือประมาณ 201 เมตร (659 ฟุต)
ทำไมอาคารนี้ถึงถูกเรียกว่า 'มินิร็อกเกเฟลเลอร์เซ็นเตอร์'?
เพราะบริเวณลานพลาซ่าบนถนนไทรอนถูกออกแบบมาให้มีลักษณะคล้ายกับร็อกเกเฟลเลอร์เซ็นเตอร์ในนิวยอร์ก โดยเน้นการสร้างพื้นที่สาธารณะที่รวมร้านอาหารและงานศิลปะเข้าด้วยกัน
อาคารนี้เคยชื่อว่าอะไรมาก่อน?
เดิมชื่อว่า เฮิร์สต์ ทาวเวอร์ (Hearst Tower) จนถึงปี 2019


