← กลับไปยังบทความทั้งหมด

3D Television วิวัฒนาการและเทคโนโลยีการแสดงผลแบบ 3 มิติ

สรุปใจความสำคัญ

  • Sir Charles Wheatstone ประดิษฐ์ stereoscope เป็นครั้งแรกในปี 1838
  • John Logie Baird สาธิตโทรทัศน์ 3 มิติครั้งแรกในปี 1928
  • ความนิยมของ 3D TV พุ่งสูงขึ้นหลังความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Avatar ในปี 2009
  • การผลิตโทรทัศน์ 3 มิติส่วนใหญ่สิ้นสุดลงในปี 2016

3D television (3DTV) คือโทรทัศน์ประเภทหนึ่งที่สร้างการรับรู้ถึงความลึกให้กับผู้ชมโดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การแสดงผลแบบ stereoscopic, multi-view หรือรูปแบบการแสดงผล 3 มิติอื่นๆ เพื่อให้ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอมีความสมจริงและมีมิติมากขึ้น

ประวัติความเป็นมาของเทคโนโลยี 3 มิติ

จุดเริ่มต้นของความลึกในภาพถ่ายเกิดขึ้นในปี 1838 เมื่อ Sir Charles Wheatstone ประดิษฐ์ stereoscope ซึ่งพิสูจน์ว่าเมื่อภาพสองภาพถูกมองผ่านอุปกรณ์นี้ สมองจะรวมภาพทั้งสองเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นภาพ 3 มิติ ต่อมามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 1928 เมื่อ John Logie Baird สาธิตการส่งสัญญาณโทรทัศน์ 3 มิติเป็นครั้งแรกในลอนดอน

ในช่วงทศวรรษ 1950 ภาพยนตร์ 3 มิติเริ่มได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา เช่น เรื่อง Bwana Devil (1952) และ House of Wax (1953) อย่างไรก็ตาม ความนิยมลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากคุณภาพของภาพที่ยังไม่ดีพอ จนกระทั่งการกลับมาอีกครั้งในช่วงปี 2000 ซึ่งมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Avatar ในปี 2009 ที่กระตุ้นให้ผู้ผลิตโทรทัศน์รายใหญ่เริ่มวางจำหน่าย 3D TV อย่างเต็มตัวหลังงาน CES 2010

เทคโนโลยีการแสดงผล 3 มิติ

หลักการพื้นฐานของ 3D TV คือการแสดงภาพที่เยื้อง offset กัน ซึ่งถูกกรองแยกกันส่งไปยังตาซ้ายและตาขวา โดยแบ่งออกเป็นสองกลยุทธ์หลัก คือการใช้แว่นตาเพื่อกรองภาพ และการใช้แหล่งกำเนิดแสงแยกภาพตามทิศทางโดยไม่ต้องใช้แว่นตา

การทำงานของระบบ 3D
แผนผังแสดงการทำงานของระบบการแสดงผลภาพ 3 มิติ

ประเภทของระบบ 3 มิติ

  • Anaglyph 3D: ใช้แว่นกรองสี (มักเป็นสีแดงและน้ำเงิน) เพื่อแยกภาพของตาแต่ละข้าง
  • Polarized 3D: ใช้แว่นกรองแสงโพลาไรซ์แบบ passive ซึ่งไม่ต้องใช้แบตเตอรี่
  • Active Shutter 3D: ใช้แว่นตาที่ทำงานสลับกันเปิด-ปิดหน้าเลนส์อย่างรวดเร็วตามจังหวะของหน้าจอ
  • Autostereoscopic: ระบบที่สามารถมองเห็นเป็น 3 มิติได้โดยไม่ต้องสวมแว่นตา

การเสื่อมถอยของความนิยม

แม้ว่าในช่วงปี 2012 ยอดจัดส่ง 3D TV จะสูงถึง 41.45 ล้านเครื่อง แต่หลังจากปี 2013 จำนวนผู้ชมเริ่มลดลง เนื่องจากความไม่สะดวกในการสวมแว่นตา และการขาดแคลนเนื้อหา (content) ที่รองรับ 3 มิติ ส่งผลให้การผลิต 3D TV สิ้นสุดลงในปี 2016 โดยจำกัดอยู่เพียงรุ่นพรีเมียมบางรุ่นเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

3D TV คืออะไร?

คือโทรทัศน์ที่สามารถแสดงผลภาพที่มีความลึกและมิติ โดยใช้เทคนิคการแสดงผลแบบ stereoscopic หรือ multi-view เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่าภาพมีความลึกเข้าไปในหน้าจอ

ระบบ Active Shutter ต่างจาก Polarized 3D อย่างไร?

Active Shutter ใช้แว่นตาที่มีระบบไฟฟ้าสลับการปิดหน้าเลนส์ซ้าย-ขวาอย่างรวดเร็ว ส่วน Polarized 3D ใช้แว่นกรองแสงแบบ passive ที่มีเลนส์กรองแสงในโพลาไรซ์ที่ต่างกัน

ทำไม 3D TV ถึงไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน?

เนื่องจากความไม่สะดวกในการสวมแว่นตา และการขาดแคลนเนื้อหาหรือภาพยนตร์ที่ผลิตในรูปแบบ 3 มิติสำหรับรับชมที่บ้าน