← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ดนตรีอาแคปเปลลา ศิลปะการขับร้องแบบไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ

สรุปใจความสำคัญ

  • อาแคปเปลลา (A cappella) หมายถึงการขับร้องที่ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ โดยมีรากศัพท์มาจากภาษาอิตาลีที่แปลว่า 'ในรูปแบบของโบสถ์'
  • ดนตรีรูปแบบนี้มีรากฐานสำคัญจากเพลงสวดเกรกอเรียน (Gregorian chant) และดนตรีโพลีโฟนีในยุคเรเนซองส์
  • ความหมายปัจจุบันที่เน้นการไม่มีเครื่องดนตรี เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนในศตวรรษที่ 19 เกี่ยวกับการบรรเลงเพลงยุคเรเนซองส์

อาแคปเปลลา (A cappella) เป็นคำศัพท์ทางดนตรีที่ใช้เรียกการขับร้องโดยนักร้องเดี่ยวหรือกลุ่มนักร้อง โดยไม่มีการใช้เครื่องดนตรีประกอบใดๆ คำนี้มีรากศัพท์มาจากภาษาอิตาลีว่า a cappella ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ในรูปแบบของโบสถ์" (in the style of the chapel)

ภาพประกอบดนตรีในโบสถ์และการขับร้องประสานเสียง
การขับร้องในโบสถ์เป็นรากฐานสำคัญของดนตรีอาแคปเปลลา

ความหมายและการเปลี่ยนแปลงทางนิยาม

ในยุคแรก คำว่า "อาแคปเปลลา" ถูกนำมาใช้เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างรูปแบบดนตรีโพลีโฟนี (Polyphonic) ในยุคเรเนซองส์ กับรูปแบบคอนเชอร์ตาโต (Concertato) ในยุคบาโรก อย่างไรก็ตาม ในช่วงศตวรรษที่ 19 ความสนใจในดนตรีโพลีโฟนีสมัยเรเนซองส์กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง แต่เนื่องจากในสมัยนั้นมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเพลงเหล่านี้ขับร้องโดยไม่มีเครื่องดนตรี (ทั้งที่ในความเป็นจริงมักมีการใช้เครื่องดนตรีบรรเลงควบคู่ไปกับแนวเสียงร้อง) จึงทำให้ความหมายของคำว่าอาแคปเปลลาเปลี่ยนมาหมายถึง "การขับร้องที่ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ" ดังที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์และต้นกำเนิดทางศาสนา

การขับร้องแบบอาแคปเปลลามีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับดนตรีทางศาสนา โดยเฉพาะในคริสต์ศาสนา อิสลาม และยูดาย

บทบาทในคริสต์ศาสนา

ดนตรีอาแคปเปลลาในคริสต์ศาสนาเริ่มพัฒนาอย่างเด่นชัดในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 9 ผ่านการขับร้องแบบ ออร์กานุม (Organum) และก้าวสู่จุดสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 14 ถึง 16 โดยกลุ่มนักประพันธ์เพลงสำนักแฟรนโก-ฟลีมิช (Franco-Flemish school) เช่น Guillaume Du Fay และ Josquin des Prez

ตัวอย่างที่ชัดเจนของการขับร้องแบบอาแคปเปลลาคือ เกรกอเรียน แชนท์ (Gregorian chant) ซึ่งเป็นการขับร้องแนวเดียวที่ใช้ในพิธีกรรมของคริสตจักรโรมันคาทอลิก นอกจากนี้ ในนิกายออร์ทอดอกซ์ (Eastern Orthodox) และนิกายลูเทอแรนบางกลุ่ม การขับร้องในพิธีกรรมยังคงยึดถือรูปแบบที่ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบอย่างเคร่งครัด

ความขัดแย้งเรื่องการใช้เครื่องดนตรีในโบสถ์

ตลอดประวัติศาสตร์คริสต์ศาสนา มีการถกเถียงอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการใช้เครื่องดนตรีในโบสถ์ นักปฏิรูปศาสนาหลายท่าน เช่น มาร์ติน ลูเทอร์ (Martin Luther) และจอห์น คัลวิน (John Calvin) คัดค้านการใช้เครื่องดนตรี โดยเชื่อว่าการสรรเสริญพระเจ้าควรใช้เพียงเสียงมนุษย์ตามแบบอย่างในคัมภีร์และประวัติศาสตร์ยุคแรกของคริสตจักร

รูปแบบดนตรีอาแคปเปลลาในยุคต่างๆ

  • ยุคเรเนซองส์: เพลงมาดริกัล (Madrigal) ในยุคแรกมักขับร้องแบบอาแคปเปลลาก่อนจะพัฒนาไปสู่รูปแบบที่มีเครื่องดนตรีประกอบในยุคบาโรก
  • ดนตรีทางศาสนาอื่นๆ: การขับร้องแบบ อนาชีด (Anasheed) ในศาสนาอิสลาม และ เซมิรอต (Zemirot) ในศาสนายูดาย ต่างเป็นรูปแบบการขับร้องที่ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบเช่นกัน
  • ดนตรีรัสเซีย: ในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 เริ่มมีการปรับรูปแบบดนตรีแบบเวนิสมาเป็นเพลงประสานเสียงแบบอาแคปเปลลา (Khorovïye kontsertï) ซึ่งส่งผลต่อผลงานของคีตกวีชื่อดังอย่าง Pyotr Tchaikovsky และ Sergei Rachmaninoff ในเวลาต่อมา

คำถามที่พบบ่อย

อาแคปเปลลา คืออะไร?

อาแคปเปลลา คือรูปแบบการขับร้องที่ใช้เพียงเสียงของมนุษย์ โดยไม่มีการใช้เครื่องดนตรีใดๆ มาบรรเลงประกอบ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องเดี่ยวหรือกลุ่มนักร้องประสานเสียง

ทำไมถึงเรียกว่า A cappella?

คำนี้มาจากภาษาอิตาลี แปลว่า 'ในรูปแบบของโบสถ์' เนื่องจากในอดีตการขับร้องในโบสถ์หลายแห่งนิยมขับร้องโดยไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ

เพลงเกรกอเรียน แชนท์ เป็นอาแคปเปลลาหรือไม่?

ใช่ เพลงสวดเกรกอเรียน (Gregorian chant) เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการขับร้องแบบอาแคปเปลลา เนื่องจากเป็นการขับร้องแนวเดียวที่ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ

ในอดีตเพลงอาแคปเปลลาต้องไม่มีเครื่องดนตรีเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป ในยุคเรเนซองส์ เพลงที่ปัจจุบันเราเรียกว่าอาแคปเปลลาหลายเพลง ในความเป็นจริงมักมีการใช้เครื่องดนตรีบรรเลงควบคู่ไปกับแนวเสียงร้อง (Doubling) แต่ความเข้าใจนี้เปลี่ยนไปในศตวรรษที่ 19 จนกลายเป็นนิยามปัจจุบัน

ศาสนาอื่นนอกเหนือจากคริสต์ศาสนามีการขับร้องแบบนี้หรือไม่?

คำตอบคือมี เช่น การขับร้องแบบอนาชีด (Anasheed) ในศาสนาอิสลาม และเซมิรอต (Zemirot) ในศาสนายูดาย ซึ่งเน้นการใช้เสียงมนุษย์เป็นหลัก