← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อาหมัด อัล-มีร์กานี อดีตประธานาธิบดีซูดานและนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 3 ของซูดาน ระหว่างปี 1986-1989
  • เป็นผู้สืบเชื้อสายจากตระกูลมีร์กานีที่ทรงอิทธิพลและได้รับบรรดาศักดิ์ 'ซัยยิด'
  • ริเริ่มโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจและร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในช่วงดำรงตำแหน่ง
  • ถูกโค่นล้มโดยการรัฐประหารของโอมาร์ อัล-บาชีร์ ในปี 1989
  • มีบทบาทสำคัญในการพยายามสร้างสันติภาพในพื้นที่ดาร์ฟูร์ในช่วงบั้นปลายชีวิต

อาหมัด อาลี อัล-มีร์กานี (Ahmad Ali Al-Mirghani; 16 สิงหาคม 1941 – 2 พฤศจิกายน 2008) เป็นนักการเมืองชาวซูดาน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 3 ของประเทศซูดาน ระหว่างปี 1986 ถึง 1989 ก่อนที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยจะถูกโค่นล้มโดยการรัฐประหารที่นำโดย โอมาร์ อัล-บาชีร์

ภาพถ่ายของอาหมัด อัล-มีร์กานี
อาหมัด อัล-มีร์กานี อดีตประธานาธิบดีซูดาน

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

อัล-มีร์กานี เกิดในตระกูลมีร์กานี ซึ่งเป็นตระกูลที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงในซูดาน เขาเป็นบุตรของ อาลี อัล-มีร์กานี และเป็นทวดของ อัล-ซัยยิด โมฮัมเหม็ด อุสมาน อัล-มีร์กานี อัล-คาทีม โดยเขาได้รับบรรดาศักดิ์ ซัยยิด (Sayyid) ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงการยอมรับว่าเขาเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากศาสดามูฮัมหมัด

ด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ก่อนจะเดินทางกลับมายังซูดาน และได้มีบทบาทสำคัญในทางการทูต โดยเป็นผู้โน้มน้าวให้กษัตริย์ไฟซาลแห่งซาอุดีอาระเบีย เสด็จมาพบกับประธานาธิบดีนาสเซอร์แห่งอียิปต์ ในการประชุมสุดยอดสันนิบาตอาหรับปี 1967 ที่กรุงคาร์ทูม

การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

อัล-มีร์กานี ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีของซูดานในเดือนพฤษภาคม 1986 ภายหลังการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยครั้งสุดท้ายของประเทศ ในช่วงการบริหารงาน เขาได้ริเริ่มโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในเดือนสิงหาคม 1987 และต่อมาในเดือนตุลาคม 1988 ได้ดำเนินโครงการฟื้นฟูระยะสามปีเพื่อปฏิรูปนโยบายการค้าและควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ลดการอุดหนุนจากภาครัฐและลดการขาดดุลบประมาณ พร้อมทั้งส่งเสริมการส่งออกและการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ รัฐบาลของเขายังได้สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

อย่างไรก็ตาม วาระการดำรงตำแหน่งของเขาสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันจากการรัฐประหารในซูดานปี 1989 ซึ่งนำโดยโอมาร์ อัล-บาชีร์

บทบาทในช่วงบั้นปลายชีวิต

ภายหลังการรัฐประหาร อัล-มีร์กานี ได้ลี้ภัยและพำนักอยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ก่อนจะเดินทางกลับสู่ซูดานในช่วงสั้นๆ ก่อนเสียชีวิต โดยเขาได้ทุ่มเทให้กับการรณรงค์เพื่อสันติภาพในสงครามดาร์ฟูร์ และได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้ากลุ่มดาร์ฟูร์ (Darfur Circle) ภายในพรรค Democratic Unionist Party

ในการเดินทางต่างประเทศครั้งสุดท้าย เขาได้เดินทางไปยังประเทศลิเบียเพื่อประชุมร่วมกับกลุ่มกบฏดาร์ฟูร์และผู้นำลิเบีย เพื่อหาทางออกให้กับปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ซูดานตะวันตก

การเสียชีวิต

อาหมัด อัล-มีร์กานี เสียชีวิตที่ประเทศอียิปต์เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2008 ขณะมีอายุ 67 ปี ร่างของเขาถูกส่งกลับมายังกรุงคาร์ทูมในวันที่ 5 พฤศจิกายน และมีการจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ โดยมีนักการเมืองซูดานหลายคน รวมถึงโอมาร์ อัล-บาชีร์ เข้าร่วมไว้อาลัย

ประเด็นเรื่องเอกสารปานามา (Panama Papers)

ในเดือนเมษายน 2016 ชื่อของอัล-มีร์กานี ปรากฏในเอกสารปานามา (Panama Papers) ในฐานะเจ้าของบริษัท Orange Star Corporation ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1995 ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ซึ่งเป็นแหล่งเลี่ยงภาษี (Tax Haven) เอกสารดังกล่าวระบุว่าบริษัท Orange Star ได้ซื้ออพาร์ตเมนต์ทางตอนเหนือของพื้นที่ไฮด์พาร์กในลอนดอนด้วยราคา 600,000 ปอนด์ ซึ่งในปัจจุบันมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านปอนด์ และข้อมูลระบุว่า ณ ปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่เขาเสียชีวิต อัล-มีร์กานี มีสินทรัพย์ผ่านบริษัทนี้มูลค่าประมาณ 2.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คำถามที่พบบ่อย

อาหมัด อัล-มีร์กานี คือใคร?

เขาเป็นอดีตประธานาธิบดีคนที่ 3 ของประเทศซูดาน ผู้ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 1986 ถึง 1989 และเป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในพรรค Democratic Unionist Party

สาเหตุที่เขาพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีคืออะไร?

เขาถูกโค่นล้มจากการรัฐประหารในปี 1989 ซึ่งนำโดยโอมาร์ อัล-บาชีร์

อัล-มีร์กานี มีบทบาทอย่างไรในสงครามดาร์ฟูร์?

ในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มดาร์ฟูร์ในพรรค Democratic Unionist Party และพยายามเจรจากับกลุ่มกบฏและผู้นำลิเบียเพื่อหาทางออกให้แก่ความขัดแย้งในซูดานตะวันตก

เอกสารปานามาเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร?

เอกสารปานามาเปิดเผยว่าเขาเป็นเจ้าของบริษัท Orange Star Corporation ในหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ซึ่งใช้ในการถือครองสินทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน