← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อลิซ จอห์นสัน นักสัตววิทยาหญิงผู้บุกเบิกและผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิญญาณ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้หญิงคนแรกที่ตีพิมพ์บทความวิจัยใน Proceedings of the Royal Society ในปี 1884
  • เป็นผู้อำนวยการคนแรกของห้องปฏิบัติการชีววิทยาบัลฟอร์สำหรับสตรี (Balfour Biological Laboratory for Women)
  • มีบทบาทสำคัญในสมาคมวิจัยทางจิต (SPR) โดยเป็นทั้งเลขานุการและเจ้าหน้าที่วิจัย
  • เชี่ยวชาญด้านสัณฐานวิทยาของสัตว์ โดยเฉพาะการศึกษาตัวอ่อนของนิวต์

อลิซ จอห์นสัน (7 กรกฎาคม 1860 – 13 มกราคม 1940) เป็นนักสัตววิทยาชาวอังกฤษผู้มีความสามารถโดดเด่น นอกจากบทบาทในด้านวิทยาศาสตร์แล้ว เธอยังมีบทบาทสำคัญในการบริหารและบรรณาธิการงานวิจัยของสมาคมวิจัยทางจิต (Society for Psychical Research - SPR) ในช่วงปี 1899 ถึง 1916

ชีวิตและการศึกษา

อลิซเกิดที่เมืองเคมบริดจ์ เป็นบุตรสาวของวิลเลียม เฮนรี ฟาร์ธิง จอห์นสัน ครูโรงเรียนเอกชน และแฮร์เรียต บริมสลีย์ โดยมีพี่ชายคือ วิลเลียม เออร์เนสต์ จอห์นสัน นักตรรกศาสตร์ชื่อดัง

เธอได้รับการศึกษาในเคมบริดจ์และโดเวอร์ และเข้าศึกษาที่ Newnham College ในปี 1878 ในปี 1881 เธอทำคะแนนได้ในระดับเทียบเท่ากับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง (First Class) ของ Natural Sciences Tripos อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้นผู้หญิงยังไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รับปริญญาบัตรอย่างเป็นทางการ

ความสำเร็จทางวิชาการและงานวิจัย

อลิซ จอห์นสัน เป็นผู้อำนวยการคนแรกของห้องปฏิบัติการชีววิทยาบัลฟอร์สำหรับสตรี (Balfour Biological Laboratory for Women) และดำรงตำแหน่งผู้สาธิตด้านสัณฐานวิทยาของสัตว์ในห้องปฏิบัติการตั้งแต่ปี 1884 ถึง 1890 เธอศึกษาต่อภายใต้การดูแลของฟรานซิส บัลฟอร์ และต่อมาคืออดัม เซดจ์วิก

งานวิจัยที่โดดเด่นของเธอเน้นไปที่การพัฒนาในระยะแรกของ นิวต์ (Newt) โดยในปี 1884 เธอได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ตีพิมพ์บทความวิจัยในวารสาร Proceedings of the Royal Society นอกจากนี้เธอยังได้ร่วมกับลิเลียน เชลดอน ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาของเส้นประสาทสมองในตัวอ่อนของนิวต์อีกด้วย

บทบาทในสมาคมวิจัยทางจิต (SPR)

ในปี 1890 อลิซได้ก้าวเข้าสู่บทบาทเลขานุการส่วนตัวของ เอเลนอร์ มิลเดรด ซิดจ์วิก บุคคลสำคัญของสมาคมวิจัยทางจิต (Society for Psychical Research) ต่อมาเธอได้ดำรงตำแหน่งเลขานุการของสมาคมในช่วงปี 1903 ถึง 1907 และเป็นเจ้าหน้าที่วิจัยตั้งแต่ปี 1907 ถึง 1916

ผลงานที่สำคัญของเธอในด้านนี้ ได้แก่:

  • การช่วยเหลือในการทดลองที่ไบรตัน (Brighton experiments) เกี่ยวกับการส่งผ่านทางความคิด (thought transference)
  • การทำงานในโครงการสำมะโนประชากรผู้มีอาการประสาทหลอน (Census of Hallucinations)
  • การเรียบเรียงและเตรียมงานเขียนเรื่อง Human Personality and Its Survival of Bodily Death ของเฟรเดอริก ดับเบิลยู. เอช. ไมเยอร์ส เพื่อการตีพิมพ์หลังจากที่ไมเยอร์สเสียชีวิต

นอกจากนี้ เธอยังรับหน้าที่เป็นเลขานุการของเอเลนอร์ ซิดจ์วิก เมื่อครั้งที่ซิดจ์วิกดำรงตำแหน่งอธิการบดีของ Newnham College ระหว่างปี 1892 ถึง 1903 และเป็นผู้ช่วยของวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1893 ถึง 1902

บั้นปลายชีวิต

อลิซ จอห์นสัน เสียชีวิตที่เมืองเคมบริดจ์ในวัย 79 ปี ทิ้งมรดกทางวิชาการทั้งในด้านสัตววิทยาและการวิจัยทางจิตวิทยาที่ท้าทายความเชื่อในยุคนั้น

ผลงานตีพิมพ์ที่สำคัญ

ปีที่พิมพ์ชื่อผลงานวารสาร/แหล่งที่มา
1884On the changes and ultimate fate of the blastopore in the newtProceedings of the Royal Society of London
1886On the development of the cranial nerves of the newtProceedings of the Royal Society of London
1908Report on Some Recent Sittings for Physical Phenomena in AmericaProceedings of the Society for Psychical Research
1908On the Automatic Writing of Mrs. HollandProceedings of the Society for Psychical Research
1909The Education of the SitterProceedings of the Society for Psychical Research

คำถามที่พบบ่อย

อลิซ จอห์นสัน มีความสำคัญอย่างไรในวงการวิทยาศาสตร์?

เธอเป็นผู้บุกเบิกทางวิชาการสำหรับสตรี โดยเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ตีพิมพ์งานวิจัยใน Proceedings of the Royal Society และเป็นผู้อำนวยการคนแรกของห้องปฏิบัติการชีววิทยาบัลฟอร์สำหรับสตรี

ทำไมอลิซ จอห์นสัน ถึงไม่ได้รับปริญญาจากเคมบริดจ์แม้จะเรียนจบด้วยคะแนนระดับ First Class?

เนื่องจากในสมัยนั้น มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ยังไม่มีนโยบายอนุญาตให้ผู้หญิงได้รับปริญญาบัตรอย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะสามารถเข้าเรียนและสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานได้ก็ตาม

งานวิจัยด้านจิตวิญญาณของเธอเกี่ยวข้องกับอะไร?

เธอทำงานกับสมาคมวิจัยทางจิต (SPR) โดยศึกษาเรื่องการส่งผ่านทางความคิด (thought transference) และการสำรวจอาการประสาทหลอน รวมถึงการเรียบเรียงงานเขียนเกี่ยวกับบุคลิกภาพของมนุษย์และการมีอยู่หลังความตาย