AN/MPN ระบบเรดาร์นำทางเคลื่อนที่ของกองทัพสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- รหัส MPN ย่อมาจาก Mobile (M), Radar (P), และ Navigational Aid (N) ตามระบบ JETDS
- //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/c/cf/File-MPN-1_air_traffic_control_radar.jpg/330px-File-MPN-1_air_traffic_control_radar.jpg?utm_source=en.wikipedia.org&utm_campaign=parser&utm_content=thumbnail เป็นหนึ่งในรุ่นแรกๆ ของระบบนี้
- ถูกนำมาใช้งานครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อช่วยในการลงจอดของเครื่องบิน
- เป็นระบบเรดาร์นำทางแบบเคลื่อนที่ที่ออกแบบมาเพื่อการควบคุมการจราจรทางอากาศในภาคสนาม
AN/MPN คือรหัสเรียกชื่อระบบเรดาร์นำทางแบบเคลื่อนที่ (Mobile Ground-Controlled Approach - GCA) ของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งถูกนำมาใช้งานครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อช่วยให้เครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยในสภาพอากาศที่ทัศนวิสัยต่ำ
ระบบการตั้งชื่อ (JETDS)
รหัส MPN ในระบบการตั้งชื่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ร่วม (Joint Electronics Type Designation System - JETDS) มีความหมายดังนี้:
- M: หมายถึงระบบเคลื่อนที่ (Ground Mobile Systems)
- P: หมายถึงเรดาร์ (Radar)
- N: หมายถึงอุปกรณ์ช่วยนำทาง (Navigational Aid)
โดยปกติแล้ว รหัส AN/MPN จะตามด้วยเครื่องหมายขีดกลางและตัวเลข เพื่อระบุลำดับการพัฒนาและผลิตระบบเรดาร์รุ่นนั้นๆ
รุ่นย่อยและวิวัฒนาการ
ระบบ AN/MPN ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและนำทาง โดยมีรุ่นย่อยที่สำคัญดังนี้:

รุ่นแรกๆ เช่น AN/MPN-1 ถูกนำมาใช้เพื่อวางรากฐานของการควบคุมการจราจรทางอากาศในภาคสนาม

ต่อมามีการพัฒนาเป็นรุ่น AN/MPN-5 และรุ่นอื่นๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการนำทางเครื่องบินเข้าสู่รันเวย์


รุ่นที่ทันสมัยขึ้น เช่น AN/MPN-25 ได้รับการปรับปรุงให้มีความทนทานและมีความสามารถในการตรวจจับที่สูงขึ้น เพื่อรองรับการปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลหรือสนามบินชั่วคราว
คำถามที่พบบ่อย
AN/MPN คืออะไร?
คือรหัสเรียกชื่อกลุ่มระบบเรดาร์นำทางแบบเคลื่อนที่ (Mobile Ground-Controlled Approach) ของกองทัพสหรัฐฯ ที่ใช้สำหรับช่วยนำเครื่องบินลงจอด
ตัวอักษร M, P, N ในรหัส MPN หมายถึงอะไร?
M หมายถึงระบบเคลื่อนที่ (Mobile), P หมายถึงเรดาร์ (Radar) และ N หมายถึงอุปกรณ์ช่วยนำทาง (Navigational Aid)
ระบบ AN/MPN เริ่มใช้งานครั้งแรกเมื่อใด?
เริ่มนำมาใช้งานครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

