อนาเบซีน สารอัลคาลอยด์และกลไกการออกฤทธิ์ต่อตัวรับนิโคตินิก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสารพิษอัลคาลอยด์ที่พบในหนอนเนเมอร์ทีนและมดสกุล Aphaenogaster
- ออกฤทธิ์เป็น Agonist ต่อตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีน โดยเฉพาะหน่วยย่อย α7 ในสมอง
- ทำให้เกิดอาการอัมพาตในแมลงและครัสเตเชียน แต่ไม่ส่งผลในลักษณะเดียวกันกับสัตว์มีกระดูกสันหลัง
- อนุพันธ์ GTS-21 เคยถูกพัฒนาเพื่อรักษาอาการทางพุทธิปัญญาในโรคจิตเภท
อนาเบซีน (Anabaseine) หรือมีชื่อทางเคมีว่า 3,4,5,6-tetrahydro-2,3′-bipyridine เป็นสารพิษในกลุ่มอัลคาลอยด์ (Alkaloid toxin) ที่ถูกสร้างขึ้นตามธรรมชาติโดยหนอนเนเมอร์ทีน (Nemertines worms) และมดในสกุล Aphaenogaster สารชนิดนี้มีโครงสร้างทางเคมีที่คล้ายคลึงกับนิโคติน (Nicotine) และอนาบาซีน (Anabasine) ซึ่งส่งผลให้มันสามารถออกฤทธิ์เป็นสารกระตุ้น (Agonist) ต่อตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีน (Nicotinic acetylcholine receptors) ส่วนใหญ่ ทั้งในระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทส่วนปลาย

กลไกการออกฤทธิ์
ในสภาวะทางสรีรวิทยา อนาเบซีนในรูปแบบอิมีเนียม (Iminium form) จะเข้าจับกับตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีนในระบบประสาทส่วนกลางและส่วนปลาย โดยมีความสามารถในการจับ (Binding affinity) สูงเป็นพิเศษกับตัวรับในสมองที่มีหน่วยย่อย α7 (alpha-7 subunit) และตัวรับในกล้ามเนื้อโครงร่าง เมื่อเกิดการจับกันจะนำไปสู่การลดขั้วของเซลล์ประสาท (Depolarization) และกระตุ้นให้มีการหลั่งโดพามีน (Dopamine) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine)
ผลกระทบทางชีวภาพ
อนาเบซีนส่งผลให้เกิดอาการอัมพาตในสัตว์กลุ่มครัสเตเชียน (Crustaceans) และแมลง โดยออกฤทธิ์ผ่านตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีนที่รอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อส่วนปลาย อย่างไรก็ตาม สารนี้ไม่ส่งผลให้เกิดอาการอัมพาตในสัตว์มีกระดูกสันหลัง
โครงสร้างทางเคมี
โมเลกุลของอนาเบซีนประกอบด้วยวงแหวนเททระไฮโดรพายริดีน (Tetrahydropyridine ring) ที่ไม่ใช่สารอะโรมาติก เชื่อมต่อกับคาร์บอนตำแหน่งที่ 3 ของวงแหวน 3-พายริดิล (3-pyridyl ring) ที่สภาวะ pH ทางสรีรวิทยา อนาเบซีนสามารถดำรงอยู่ได้ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบคีโตน (Ketone), อิมีน (Imine) และอิมีเนียม (Iminium) เนื่องจากมีการคอนจูเกชัน (Conjugation) ระหว่างอิมีนและวงแหวน 3-พายริดิล ทำให้โมเลกุลของอนาเบซีนมีลักษณะเกือบเป็นระนาบเดียวกัน (Coplanar)

การสังเคราะห์ทางเคมี
อนาเบซีนถูกสังเคราะห์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1936 โดย Spath และ Mamoli ผ่านกระบวนการทำปฏิกิริยาระหว่างเบนโซอิกแอนไฮไดรด์ (Benzoic anhydride) กับ δ-วาลีโรแลคแทม (δ-valerolactam) เพื่อให้ได้ N-เบนโซอิลพายเพอริโดน (N-benzoylpiperidone) จากนั้นนำไปทำปฏิกิริยากับเอทิลนิโคตินิกเอสเทอร์ (Nicotinic acid ethyl ester) เพื่อสร้าง α-นิโคตินอยล์-N-เบนโซอิล-2-พายเพอริโดน ซึ่งจะผ่านขั้นตอนการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ (Decarboxylation), การปิดวงแหวน (Ring closure) และการไฮโดรไลซิสเอไมด์ (Amide hydrolysis) จนได้เป็นอนาเบซีนในที่สุด

อนุพันธ์และการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์
เนื่องจากอนาเบซีนมีการจับกับตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีนแบบไม่เฉพาะเจาะจง ทำให้ในช่วงแรกไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัยหรือการแพทย์ อย่างไรก็ตาม มีการพัฒนาอนุพันธ์ของอนาเบซีนที่มีความจำเพาะเจาะจงต่อตัวรับ α7 มากขึ้น เช่น GTS-21 (3-(2,4-dimethoxybenzylidene)-anabaseine) ซึ่งถูกศึกษาเพื่อใช้เป็นยารักษาความบกพร่องทางพุทธิปัญญาและความจำ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคจิตเภท (Schizophrenia) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 2 แต่ไม่ได้ดำเนินต่อไปถึงระยะที่ 3 นอกจากนี้ การดัดแปลงโครงสร้างพายริดีนของอนาเบซีนยังนำไปสู่การค้นพบอนุพันธ์ที่มีความจำเพาะต่อตัวรับชนิด α3β4 อีกด้วย
คำถามที่พบบ่อย
อนาเบซีนคืออะไร?
อนาเบซีนเป็นสารพิษในกลุ่มอัลคาลอยด์ที่พบได้ตามธรรมชาติในหนอนเนเมอร์ทีนและมดบางชนิด มีโครงสร้างคล้ายกับนิโคตินและออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท
อนาเบซีนออกฤทธิ์อย่างไรต่อร่างกาย?
สารนี้จะเข้าจับกับตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีนในระบบประสาท ทำให้เกิดการลดขั้วของเซลล์ประสาท และกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาท เช่น โดพามีน และนอร์เอพิเนฟริน
อนาเบซีนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้หรือไม่?
แม้ตัวสารบริสุทธิ์จะไม่มีความจำเพาะเจาะจงสูง แต่มีการพัฒนาอนุพันธ์ เช่น GTS-21 เพื่อศึกษาการรักษาความบกพร่องทางความจำและโรคจิตเภท
ทำไมอนาเบซีนถึงทำให้แมลงเป็นอัมพาตแต่ไม่ทำให้สัตว์มีกระดูกสันหลังเป็นอัมพาต?
สันนิษฐานว่าเกิดจากการออกฤทธิ์ที่จำเพาะต่อตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีนที่รอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางกลุ่มเท่านั้น

