← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ขบวนการต่อต้านนิวเคลียร์ในเยอรมนี

สรุปใจความสำคัญ

  • ขบวนการต่อต้านนิวเคลียร์เริ่มต้นอย่างโดดเด่นจากการประท้วงที่ Wyhl ในปี 1975 ซึ่งนำไปสู่การระงับการสร้างโรงไฟฟ้า
  • การเคลื่อนไหวนี้เป็นรากฐานสำคัญในการก่อตั้งพรรคกรีน (The Greens) ในเยอรมนี
  • ภัยพิบัติฟุกุชิมะในปี 2011 เป็นตัวเร่งให้นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ประกาศปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมด
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งสุดท้ายของเยอรมนีปิดตัวลงอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2023

ขบวนการต่อต้านนิวเคลียร์ในเยอรมนีเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวทางสังคมที่มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของประเทศ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการประท้วงในระดับท้องถิ่นในช่วงทศวรรษ 1970 และพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับชาติที่นำไปสู่การยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ในที่สุด

จุดเริ่มต้นและการประท้วงที่ Wyhl

ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลังงานนิวเคลียร์และการกำจัดกากกัมมันตรังสีปรากฏในสิ่งพิมพ์ของเยอรมนีตั้งแต่ทศวรรษ 1950 และ 1960 อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1975 ที่หมู่บ้าน Wyhl ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก

ภาพการประท้วงต่อต้านนิวเคลียร์ในเยอรมนี
การชุมนุมประท้วงต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในยุคแรก

เมื่อมีการเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Wyhl ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1975 ชาวบ้านในพื้นที่ได้รวมตัวกันเข้ายึดพื้นที่ก่อสร้างในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ แม้ว่าตำรวจจะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม แต่ภาพการใช้ความรุนแรงกับเกษตรกรและชาวบ้านที่ถูกเผยแพร่ผ่านโทรทัศน์ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วประเทศ และดึงดูดการสนับสนุนจากนักศึกษาและปัญญาชนจากเมืองไฟรบูร์ก (Freiburg)

ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ผู้ประท้วงประมาณ 30,000 คนได้กลับเข้ายึดพื้นที่อีกครั้ง จนกระทั่งศาลปกครองได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างในวันที่ 21 มีนาคม 1975 ส่งผลให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นและพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติในเวลาต่อมา ความสำเร็จที่ Wyhl กลายเป็นต้นแบบของการใช้ การปฏิบัติการโดยตรง (Direct Action) และการดื้อแพ่ง ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กลุ่มต่อต้านนิวเคลียร์ในส่วนอื่นๆ ของเยอรมนีตะวันตก ยุโรป และอเมริกาเหนือ

การขยายตัวและผลกระทบทางการเมือง

ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องพลังงาน แต่ยังเชื่อมโยงกับการต่อต้านการตัดสินใจ Double-Track Decision ของ NATO ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง พรรคกรีน (The Greens) หรือ Alliance 90/The Greens ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่นำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสันติภาพเข้าสู่ระบบรัฐสภาอย่างเป็นทางการ

สัญลักษณ์หรือภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสิ่งแวดล้อม
การเชื่อมโยงระหว่างการต่อต้านนิวเคลียร์และการก่อตั้งพรรคการเมืองสายสิ่งแวดล้อม

เหตุการณ์เชอร์โนบิลและวิกฤตฟุกุชิมะ

ภัยพิบัติเชอร์โนบิลในปี 1986 ส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนของกัมมันตรังสีในหลายพื้นที่ของเยอรมนี ซึ่งตอกย้ำความเชื่อของกลุ่มต่อต้านนิวเคลียร์ว่าพลังงานนิวเคลียร์มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะยอมรับได้ ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 การประท้วงส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่การขนส่งกากกัมมันตรังสีในตู้คอนเทนเนอร์ "CASTOR"

การประท้วงการขนส่งกากนิวเคลียร์
การต่อต้านการขนส่งกากกัมมันตรังสีในเยอรมนี

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ในญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2011 ซึ่งทำให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วเยอรมนี นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) ได้ตัดสินใจระงับการขยายอายุการใช้งานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และประกาศในวันที่ 29 พฤษภาคม 2011 ว่าเยอรมนีจะปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทุกแห่งภายในปี 2022

การสิ้นสุดของยุคนิวเคลียร์ในเยอรมนี

ในเดือนเมษายน 2023 โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งสุดท้ายของเยอรมนีได้ยุติการดำเนินงานอย่างเป็นทางการ ปิดฉากการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียง โดยนักวิจารณ์ระบุว่าการปิดโรงไฟฟ้าอย่างรวดเร็วทำให้เยอรมนีต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น โดยเฉพาะถ่านหินภายในประเทศและก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าจากรัสเซียในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อชดเชยการขาดหายไปของพลังงานนิวเคลียร์

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเยอรมนี
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ถูกปิดตัวลงตามนโยบาย Energiewende

คำถามที่พบบ่อย

เหตุการณ์ที่ Wyhl มีความสำคัญอย่างไรต่อขบวนการต่อต้านนิวเคลียร์?

การประท้วงที่ Wyhl ในปี 1975 เป็นครั้งแรกที่ชุมชนท้องถิ่นประสบความสำเร็จในการหยุดยั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ผ่านการปฏิบัติการโดยตรงและการดื้อแพ่ง ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้กับการประท้วงในพื้นที่อื่นๆ ทั่วเยอรมนีและโลก

พรรคกรีนมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับขบวนการนี้?

พรรคกรีนก่อตั้งขึ้นโดยได้รับแรงผลักดันจากกลุ่มต่อต้านนิวเคลียร์และกลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำข้อเรียกร้องในการยุติพลังงานนิวเคลียร์และสันติภาพเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายและรัฐสภา

ทำไมเยอรมนีถึงตัดสินใจปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมดในปี 2023?

การตัดสินใจนี้เป็นผลมาจากแรงกดดันทางสังคมที่ยาวนานหลายทศวรรษ และถูกเร่งให้เกิดขึ้นจริงหลังภัยพิบัติฟุกุชิมะในปี 2011 ซึ่งทำให้รัฐบาลเยอรมันประเมินความเสี่ยงใหม่และประกาศแผนการเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear Phase-out)