← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การต่อต้านชาวยิวในสหรัฐอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • ตั้งแต่ปี 1991 ชาวยิวเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเป้าหมายอาชญากรรมจากความเกลียดชังทางศาสนาบ่อยที่สุดในสหรัฐฯ
  • ในปี 2023 เหตุการณ์ต่อต้านชาวยิวคิดเป็น 68% ของอาชญากรรมจากความเกลียดชังทางศาสนาทั้งหมดตามข้อมูลของ FBI
  • การต่อต้านชาวยิวในปัจจุบันปรากฏทั้งในกลุ่มขวาจัด (ผ่านทฤษฎีสมคบคิดการแทนที่) และกลุ่มซ้ายจัด (ซึ่งเพิ่มขึ้นในช่วงสงครามอิสราเอล-ฮามาส)

การต่อต้านชาวยิวในสหรัฐอเมริกา (Antisemitism in the United States) หมายถึง เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความเกลียดชัง ความเป็นศัตรู การทำร้าย การมีอคติ หรือการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่ระบุตนเองว่าเป็นชาวยิว ไม่ว่าจะเป็นในด้านศาสนา วัฒนธรรม หรือเชื้อชาติ ภายในอาณาเขตของสหรัฐอเมริกา

รูปแบบและลักษณะของการต่อต้านชาวยิว

การต่อต้านชาวยิวในสหรัฐฯ มักปรากฏใน 3 รูปแบบหลัก ดังนี้:

  • ทัศนคติ: รวมถึงความเชื่อของกลุ่มสร้างความเกลียดชังที่มีการจัดตั้ง เช่น คูคลักซ์แคลน (Ku Klux Klan), องค์กรนีโอนาซี (Neo-Nazi) และเนชันออฟอิสลาม (Nation of Islam) รวมถึงอคติที่แพร่กระจายอยู่ในประชากรทั่วไป
  • พฤติกรรม: การกระทำที่คุกคามความปลอดภัยของชาวยิวอเมริกัน ซึ่งวัดผลได้จากเหตุการณ์เฉพาะหน้า รวมถึงอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crimes)
  • การเลือกปฏิบัติ: การจำกัดสิทธิหรือการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อชาวยิว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและการใช้ชีวิตในสังคม

สถิติและสถานการณ์ปัจจุบัน

ข้อมูลจากสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ระบุว่า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 เป็นต้นมา ชาวยิวตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่มีแรงจูงใจทางศาสนาบ่อยครั้งที่สุด อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าตัวเลขดังกล่าวอาจต่ำกว่าความเป็นจริงเนื่องจากการรายงานเหตุการณ์ที่ไม่ครบถ้วน

ในปี ค.ศ. 2023 FBI รายงานว่าเหตุการณ์ต่อต้านชาวยิวคิดเป็นร้อยละ 68 ของอาชญากรรมจากความเกลียดชังทางศาสนาทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 63 เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2022 ขณะที่สมาคมชาวยิวอเมริกัน (AJC) ระบุว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก

ผลสำรวจจาก Anti-Defamation League (ADL) ในปี ค.ศ. 2025 พบว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 60 เห็นด้วยว่าการต่อต้านชาวยิวเป็นปัญหาที่ร้ายแรง แต่ในขณะเดียวกัน มีชาวอเมริกันร้อยละ 24 ที่มองว่าการโจมตีชาวยิวในช่วงที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้

มิติทางการเมืองของการต่อต้านชาวยิว

ในอดีต การต่อต้านชาวยิวในสหรัฐฯ มักจำกัดอยู่ในกลุ่มขวาจัดหรือกลุ่มที่ยึดถือแนวคิดคนผิวขาวเป็นใหญ่ แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าปัญหาดังกล่าวขยายตัวไปยังทั้งสองฝั่งของสเปกตรัมทางการเมือง:

แนวคิดจากฝั่งขวาจัด (Far-Right)

กลุ่มขวาจัดมักใช้ทฤษฎีสมคบคิด เช่น "การแทนที่ครั้งใหญ่" (Great Replacement) โดยกล่าวหาว่าชาวยิวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนการย้ายถิ่นฐานของคนที่ไม่ใช่ผิวขาว (โดยเฉพาะชาวมุสลิม) เข้าสู่ประเทศที่มีประชากรผิวขาวเป็นส่วนใหญ่ เพื่อบ่อนทำลายความเหนือกว่าของคนผิวขาว นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาว่าชาวยิวพยายามผลักดันการยอมรับอัตลักษณ์ LGBTQ+ เพื่อสร้างความแตกแยกในสังคม

แนวคิดจากฝั่งซ้ายจัด (Far-Left)

Southern Poverty Law Center (SPLC) ระบุว่าเหตุการณ์ต่อต้านชาวยิวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2023 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส โดยปรากฏในรูปแบบของการทำลายทรัพย์สินของสถาบันชาวยิว สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และการทำร้ายร่างกายบุคคลหรือธุรกิจของชาวยิว

คำถามที่พบบ่อย

การต่อต้านชาวยิวในสหรัฐฯ มีลักษณะอย่างไร?

ครอบคลุมตั้งแต่ทัศนคติเชิงลบจากกลุ่มสร้างความเกลียดชัง พฤติกรรมที่คุกคามความปลอดภัย เช่น อาชญากรรมจากความเกลียดชัง ไปจนถึงการเลือกปฏิบัติในสังคม

ทำไมสถิติของ FBI ถึงอาจไม่สะท้อนความเป็นจริงทั้งหมด?

เนื่องจากอาชญากรรมจากความเกลียดชังจำนวนมากไม่ได้รับการรายงาน (Underreported) ทำให้ตัวเลขอย่างเป็นทางการต่ำกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

ความแตกต่างระหว่างการต่อต้านชาวยิวจากฝั่งขวาและฝั่งซ้ายคืออะไร?

ฝั่งขวาจัดมักเน้นทฤษฎีสมคบคิดเรื่องการบ่อนทำลายเผ่าพันธุ์ผิวขาว ส่วนฝั่งซ้ายจัดมักมีความเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางการเมืองในตะวันออกกลางและสงครามอิสราเอล-ฮามาส