← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อ็องตวน-คริสโตม ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี นักทฤษฎีสถาปัตยกรรมและผู้พิทักษ์ศิลปะ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนักทฤษฎีสถาปัตยกรรมและผู้บริหารด้านศิลปะชาวฝรั่งเศสที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดนีโอคลาสสิก
  • คัดค้านการเคลื่อนย้ายงานศิลปะจากโรมมายังฝรั่งเศส โดยโต้แย้งว่างานศิลปะควรอยู่ในบริบทดั้งเดิม
  • นำเสนอแนวคิดว่าสถาปัตยกรรมคือ 'ภาษา' ซึ่งเป็นรากฐานของการวิเคราะห์สถาปัตยกรรมในปัจจุบัน
  • ดำรงตำแหน่งเลขาธิการถาวรของ Académie des Beaux-Arts เป็นเวลากว่า 20 ปี

อ็องตวน-คริสโตม ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี (Antoine-Chrysostome Quatremère de Quincy; 21 ตุลาคม 1755 – 28 ธันวาคม 1849) เป็นนักทฤษฎีสถาปัตยกรรม นักโบราณคดี และผู้บริหารด้านศิลปะชาวฝรั่งเศสที่มีอิทธิพลอย่างสูงในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ถึงกลางศตวรรษที่ 19 ผลงานของเขามีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานทางทฤษฎีให้กับสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก (Neoclassical) และการกำหนดแนวทางการอนุรักษ์โบราณสถานในยุโรป

ภาพเหมือนของ อ็องตวน-คริสโตม ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี โดย F. Bonneville
ภาพเหมือนของ อ็องตวน-คริสโตม ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี

ประวัติและการศึกษา

ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี เกิดที่กรุงปารีส เขาเริ่มต้นด้วยการศึกษาด้านกฎหมาย ก่อนจะเปลี่ยนความสนใจมาทางด้านศิลปะและประวัติศาสตร์ที่ Collège Louis-le-Grand นอกจากนี้เขายังได้ฝึกฝนทักษะด้านประติมากรรมในสตูดิโอของ Guillaume Coustou the Younger และ Pierre Julien ซึ่งทำให้เขาได้รับประสบการณ์เชิงปฏิบัติในงานศิลปะ

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตทางวิชาการของเขาเกิดขึ้นเมื่อได้เดินทางไปยังเมืองเนเปิลส์ร่วมกับ ฌัก-ลุย ดาวีด (Jacques-Louis David) ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ได้จุดประกายความสนใจอย่างแรงกล้าในสถาปัตยกรรมกรีกและโรมันโบราณ อันเป็นรากฐานสำคัญของทฤษฎีที่เขาพัฒนาในเวลาต่อมา

บทบาทในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส

ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี มีจุดยืนทางการเมืองเป็นฝ่ายรอยัลลิสต์ (Royalist) และคาทอลิก เขาได้ดำรงตำแหน่งในสมัชชาแห่งชาติ (National Legislative Assembly) ระหว่างปี 1791–1792 และมีบทบาทในคณะกรรมการการศึกษาด้านการปฏิวัติ โดยเขาได้เสนอแผนการปฏิรูปสถาบันศิลปะ (Academies) เพื่อให้มีการเปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดปารีสซาลอน (Paris Salons) ให้กับศิลปินทั่วไป

ผลงานที่โดดเด่นในช่วงนี้คือการผลักดันให้เปลี่ยนโบสถ์ Ste-Geneviève ในปารีส ให้กลายเป็น วิหารแพนธีออน (Panthéon) โดยมีการปรับปรุงหน้าต่างเพื่อให้อาคารมีลักษณะเป็นสุสานหลวงสำหรับบุคคลสำคัญของชาติ

อย่างไรก็ตาม จุดยืนทางการเมืองทำให้เขาต้องเผชิญกับอันตราย ในปี 1795 เขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อจลาจลของฝ่ายรอยัลลิสต์ในวันที่ 13 Vendémiaire และถูกตัดสินประหารชีวิต แม้ว่าในภายหลังจะได้รับการยกฟ้อง แต่เขาก็ต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนและลี้ภัยในเยอรมนี ซึ่งในช่วงเวลานี้เขาได้ศึกษาปรัชญาของ อิมมานูเอล คานท์ (Immanuel Kant) และ กอทโฮลด์ เลสซิง (Gotthold Lessing) ซึ่งส่งผลต่อแนวคิดด้านสุนทรียศาสตร์ของเขาอย่างมาก

การต่อต้านการย้ายโบราณวัตถุจากโรม

ในปี 1796 ขณะที่เขากำลังหลบซ่อนตัว ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี ได้เขียนบทความในรูปแบบจดหมายเพื่อคัดค้านแผนการของฝรั่งเศสที่จะยึดครองและเคลื่อนย้ายงานศิลปะจากกรุงโรมมายังปารีส เขาโต้แย้งว่าการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุออกจากถิ่นกำเนิดจะทำลาย "อารยธรรม" และเสนอให้มหาอำนาจในยุโรปร่วมกันสนับสนุนเงินทุนแก่สันตะปาปาเพื่อการดูแลรักษาศิลปะและวิชาการในสถานที่เดิม

เขายังได้รวบรวมรายชื่อศิลปินชาวปารีส 47 คน รวมถึง ฌัก-ลุย ดาวีด เพื่อยื่นคำร้องคัดค้านการเคลื่อนย้ายงานศิลปะดังกล่าว แม้ว่าความพยายามนี้จะไม่ประสบความสำเร็จในเชิงนโยบาย แต่ก็ได้สร้างบรรทัดฐานสำคัญในเรื่องจริยธรรมการอนุรักษ์และการรักษาโบราณวัตถุให้อยู่ในบริบทดั้งเดิม

ผลงานทางวิชาการและอิทธิพลทางทฤษฎี

หลังจากกลับมาปารีส ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการถาวรของ Académie des Beaux-Arts ระหว่างปี 1816–1839 และเป็นศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีที่ Bibliothèque Nationale ในปี 1818 ซึ่งทำให้เขามีอิทธิพลอย่างสูงต่อทิศทางของสถาปัตยกรรมทางการในฝรั่งเศส

การวิเคราะห์สถาปัตยกรรมในฐานะภาษา

เขามีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองต่อสถาปัตยกรรม โดยนำเสนอแนวคิดว่าสถาปัตยกรรมคือ "ภาษา" (Language) ซึ่งส่งผลให้เกิดการวิเคราะห์โครงสร้างสถาปัตยกรรมผ่าน "คำศัพท์" (Vocabulary) และ "สำนวน" (Idiom) แนวคิดนี้เป็นรากฐานให้แก่นักเขียนและนักทฤษฎีรุ่นหลังในการอธิบายสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น (Vernacular architecture) หรือสถาปัตยกรรมแบบบาโรก

งานเขียนที่สำคัญ

  • Encyclopédie Méthodique: เขาเขียนเนื้อหาในส่วนสถาปัตยกรรม 3 เล่ม ระหว่างปี 1788–1825
  • Dictionnaire historique de l'Architecture: พจนานุกรมประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมที่ตีพิมพ์ในปี 1832–1833
  • De l'Architecture Égyptienne: บทความเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมอียิปต์ (ตีพิมพ์ปี 1803) ซึ่งมีอิทธิพลต่อกระแสการฟื้นฟูศิลปะอียิปต์ (Egyptian Revival) ในสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิก
  • ชีวประวัติศิลปิน: เขาเขียนชีวประวัติของ อันโตนิโอ คาโนวา (Antonio Canova), ราฟาเอล (Raphael) และ ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo)

นอกจากนี้ เขายังเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการใช้สี (Polychromy) ในประติมากรรมและสถาปัตยกรรมกรีกโบราณ และมีบทบาทในการผลักดันให้เกิดการสร้างสุสานแบบจัดสวน (Landscaped cemeteries) ในยุโรป

คำถามที่พบบ่อย

ควอเทรแมร์ เดอ แก็งซี มีบทบาทอย่างไรในการอนุรักษ์ศิลปะ?

เขาคัดค้านการเคลื่อนย้ายงานศิลปะจากโรมมายังปารีสในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยโต้แย้งว่าการย้ายโบราณวัตถุออกจากถิ่นกำเนิดจะทำลายคุณค่าทางอารยธรรมและเสนอให้สนับสนุนการอนุรักษ์ในสถานที่เดิม

แนวคิด 'สถาปัตยกรรมในฐานะภาษา' ของเขาคืออะไร?

คือการมองว่าองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมมีหน้าที่เหมือนคำศัพท์และสำนวนที่ใช้สื่อสารความหมาย ซึ่งแนวคิดนี้ส่งผลต่อการวิเคราะห์สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในเวลาต่อมา

เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับวิหารแพนธีออนในปารีสอย่างไร?

เขาเป็นผู้ประสานงานในการเปลี่ยนโบสถ์ Ste-Geneviève ให้กลายเป็นวิหารแพนธีออน เพื่อใช้เป็นสุสานสำหรับบุคคลสำคัญของชาติในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส

ผลงานเขียนที่สำคัญของเขาคืออะไร?

เขาเขียน Encyclopédie Méthodique ในส่วนสถาปัตยกรรม และ Dictionnaire historique de l'Architecture ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมในศตวรรษที่ 19