← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ท่าอากาศยานนานาชาติอันโตนิโอ บี วอน แพต

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นท่าอากาศยานนานาชาติเพียงแห่งเดียวในดินแดนกวม
  • ตั้งชื่อตาม อันโตนิโอ บอร์จา วอน แพต ผู้แทนคนแรกของกวมในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
  • เคยเป็นฐานทัพเรืออากานา (Naval Air Station Agana) ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสนามบินพลเรือน
  • เป็นศูนย์กลางการบินหลักของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ในภูมิภาค

ท่าอากาศยานนานาชาติอันโตนิโอ บี วอน แพต (ภาษาอังกฤษ: Antonio B. Won Pat International Airport; รหัส IATA: GUM, รหัส ICAO: PGUM) หรือที่รู้จักกันในชื่อ สนามบินนานาชาติกวม เป็นท่าอากาศยานหลักเพียงแห่งเดียวในดินแดนกวม ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลทามูนิง (Tamuning) และบาร์ริกาดา (Barrigada) โดยอยู่ห่างจากเมืองฮากัตญา (Hagåtña) ซึ่งเป็นเมืองหลวงไปทางทิศตะวันออกประมาณ 3 ไมล์ (4.8 กิโลเมตร)

สนามบินแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบินของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ (United Airlines) และเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าหลักของเอเชียแปซิฟิกแอร์ไลน์ (Asia Pacific Airlines) โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสถานีการบินทหารเรืออากานา (Naval Air Station Agana) มาก่อน

ทัศนียภาพของท่าอากาศยานนานาชาติอันโตนิโอ บี วอน แพต
ทัศนียภาพโดยรวมของท่าอากาศยานนานาชาติอันโตนิโอ บี วอน แพต

ประวัติความเป็นมา

สนามบินแห่งนี้ตั้งชื่อตาม อันโตนิโอ บอร์จา วอน แพต (Antonio Borja Won Pat) ผู้แทนคนแรกจากกวมที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา โดยปัจจุบันบริหารงานโดยหน่วยงานท่าอากาศยานนานาชาติ เอ.บี. วอน แพต กวม (A.B. Won Pat International Airport Authority, Guam หรือ GIAA) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้รัฐบาลกวม

การใช้งานทางทหาร

สนามบินถูกสร้างขึ้นโดยกองทัพเรือญี่ปุ่นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1943 โดยใช้ชื่อว่า Guamu Dai Ni (กวม หมายเลข 2) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันหมู่เกาะมาเรียนา ต่อมากองทัพสหรัฐฯ ได้ยึดคืนเกาะกวมในปี ค.ศ. 1944 และเปลี่ยนชื่อเป็น สนามบินอากานา (Agana Airfield)

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAAF) ได้ใช้สนามบินแห่งนี้เป็นฐานทัพสำหรับกลุ่มทิ้งระเบิดที่ 11 ซึ่งใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด B-24 Liberator จนกระทั่งย้ายไปยังโอกินาวาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1945 หลังจากนั้นได้มีการใช้เครื่องบินลาดตระเวนระยะไกล F-5 Lightning จนถึงเดือนมกราคม ค.ศ. 1946

หลังสิ้นสุดสงคราม สนามบินยังคงถูกใช้เพื่อการป้องกันทางอากาศและการขนส่ง จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1947 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ส่งมอบสนามบินให้แก่กองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งได้ควบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกจากฐานทัพอากาศฮาร์มอน (Harmon Air Force Base) ที่ปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1949 และดำเนินงานในชื่อ สถานีการบินทหารเรืออากานา (Naval Air Station Agana) จนกระทั่งถูกสั่งปิดโดยคณะกรรมการปรับปรุงและปิดฐานทัพ (Base Realignment and Closure Commission) ในปี ค.ศ. 1993

การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานทางพลเรือน

ก่อนปี ค.ศ. 1962 การเดินทางเข้าสู่กวมถูกจำกัดไว้สำหรับบุคลากรทางทหารที่มีใบอนุญาตด้านความมั่นคงเท่านั้น โดยในช่วงแรกมีเพียงอาคาร Quonset hut หลังเดียวที่ใช้เป็นอาคารผู้โดยสาร เมื่อมีการยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางในปี ค.ศ. 1962 จึงนำไปสู่การพัฒนาสนามบินอย่างรวดเร็ว โดยอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1967 และเริ่มรับกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกจากญี่ปุ่นในอีกสองเดือนต่อมา

ในปี ค.ศ. 1975 ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานท่าอากาศยานนานาชาติกวม (GIAA) เพื่อบริหารจัดการสนามบินแยกเป็นเอกเทศ และหลังจากสถานีการบินทหารเรืออากานาปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1995 GIAA จึงเข้าควบคุมการดำเนินงานทั้งหมดของสนามบิน

อาคารผู้โดยสารหลังใหม่เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1982 และอาคารผู้โดยสารปัจจุบันที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากได้เปิดใช้งานเป็นระยะระหว่างปี ค.ศ. 1996 ถึง 1998

การพัฒนาและโครงการปรับปรุง

โครงการ Vision Hulo'

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 GIAA ได้เปิดตัวแคมเปญ Vision Hulo' ซึ่งเป็นแผนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าประมาณ 167 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ซึ่งเดิมมีจำนวนผู้โดยสารขาออกและผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องประมาณ 3.55 ล้านคนต่อปี

โครงการสำคัญภายใต้ Vision Hulo' ได้แก่:

  • การย้ายจุดตรวจสัมภาระขนาดใหญ่
  • การเพิ่มช่องตรวจความปลอดภัย
  • การขยายพื้นที่จอดรถ
  • การสร้างทางเดินผู้โดยสารขาเข้าสากล (International Arrivals Corridor) มูลค่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแยกผู้โดยสารขาเข้าและขาออกให้เป็นสัดส่วนตามระเบียบของสำนักงานความปลอดภัยการขนส่ง (TSA) ของสหรัฐฯ

การตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร

การตรวจสอบผู้โดยสารขาเข้าดำเนินการโดยหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection - CBP) ในส่วนของการตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานศุลกากรและกักกันของกวม (Guam Customs and Quarantine Agency) ในส่วนของศุลกากร

เนื่องจากกวมอยู่นอกเขตอำนาจศุลกากรของสหรัฐฯ ผู้โดยสารจากทุกเที่ยวบินขาเข้าจะต้องผ่านการตรวจโดยหน่วยงานศุลกากรและกักกันของกวม ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางไปยังโฮโนลูลู (ซึ่งเป็นเที่ยวบินเดียวที่มุ่งหน้าสู่รัฐในสหรัฐฯ) จะต้องผ่านการตรวจศุลกากรของ CBP อีกครั้งเมื่อเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง

คำถามที่พบบ่อย

สนามบินนานาชาติกวมมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าอะไร?

ชื่ออย่างเป็นทางการคือ ท่าอากาศยานนานาชาติอันโตนิโอ บี วอน แพต (Antonio B. Won Pat International Airport)

ใครเป็นผู้บริหารจัดการสนามบินแห่งนี้?

บริหารงานโดยหน่วยงานท่าอากาศยานนานาชาติ เอ.บี. วอน แพต กวม (A.B. Won Pat International Airport Authority หรือ GIAA)

สนามบินแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?

สนามบินถูกสร้างขึ้นโดยกองทัพเรือญี่ปุ่นในปี 1943 และต่อมาถูกใช้เป็นฐานทัพอากาศและฐานทัพเรือของสหรัฐฯ ก่อนจะพัฒนาเป็นสนามบินพลเรือนในปัจจุบัน

ผู้โดยสารต้องผ่านการตรวจศุลกากรที่ไหนบ้าง?

ผู้โดยสารขาเข้าทุกคนต้องผ่านการตรวจของหน่วยงานศุลกากรและกักกันของกวม เนื่องจากกวมอยู่นอกเขตอำนาจศุลกากรของสหรัฐฯ และหากเดินทางต่อไปยังรัฐในสหรัฐฯ จะต้องผ่านการตรวจศุลกากรของ CBP อีกครั้ง

โครงการ Vision Hulo' คืออะไร?

เป็นโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 167 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มความจุของผู้โดยสารและปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานของ TSA