Arthur Salter, 1st Baron Salter ผู้บุกเบิกแนวคิดสหภาพยุโรป
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้ร่วมวางรากฐานแนวคิดโครงสร้างเหนือรัฐ (supranational structure) ของสหภาพยุโรป (EU) ร่วมกับ Jean Monnet
- ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคนแรกของคณะกรรมาธิการค่าปฏิกรรมสงครามตามสนธิสัญญาแวร์ซาย
- เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และต่อมาเป็นสมาชิกสภาขุนนาง (Baron)
- มีบทบาทสำคัญในการจัดการขนส่งทางเรือในช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้งและงานด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
James Arthur Salter หรือ 1st Baron Salter (15 มีนาคม 1881 – 27 มิถุนายน 1975) เป็นข้าราชการพลเรือน นักการเมือง และนักวิชาการชาวอังกฤษ ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานแนวคิด สหภาพการเมืองยุโรป โดยทำงานร่วมกับเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานอย่าง Jean Monnet

ประวัติและการศึกษา
Salter เป็นบุตรชายคนโตของ James Edward Salter เจ้าของบริษัทเรือ Salters Steamers และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองออกซฟอร์ดในปี 1909 เขาได้รับการศึกษาจาก Oxford City High School และ Brasenose College แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในสาขา Literae Humaniores ในปี 1903
เส้นทางการทำงานและบทบาทสำคัญ
การทำงานในภาครัฐและสงครามโลกครั้งที่ 1
Salter เริ่มต้นอาชีพในหน่วยงานราชการพลเรือนในปี 1904 โดยทำงานในแผนกขนส่งของกระทรวงทหารเรือ (Admiralty) และได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนได้เป็นผู้ช่วยเลขาธิการในปี 1913 เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการด้านการเกณฑ์เรือ และถูกส่งไปยังวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อผลักดันโครงการก่อสร้างเรือใหม่ของสหรัฐอเมริกา
บทบาทในระดับนานาชาติและสันนิบาตชาติ
ในระหว่างปี 1917–1918 เขาได้ทำงานร่วมกับ Jean Monnet ในคณะกรรมการจัดหาเรือของสภาการขนส่งทางทะเลของฝ่ายสัมพันธมิตร และในปี 1919 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการของสภาเศรษฐกิจสูงสุดในปารีส ต่อมาในปี 1920 เขาได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคนแรกของคณะกรรมาธิการค่าปฏิกรรมสงคราม (Reparation Commission) ที่จัดตั้งขึ้นตามสนธิสัญญาแวร์ซาย
หลังจากนั้น Salter ได้เข้าร่วมกับ Monnet ในสำนักงานเลขาธิการของสันนิบาตชาติ (League of Nations) ณ กรุงเจนีวา ในฐานะหัวหน้าแผนกเศรษฐกิจและการเงิน โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพของสกุลเงินในออสเตรียและฮังการี รวมถึงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในกรีซและบัลแกเรีย
แนวคิดสหภาพยุโรปและงานเขียน
ในปี 1933 Salter ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ The United States of Europe ซึ่งนำเสนอแนวคิดเรื่อง Zollverein (สหภาพศุลกากร) ทั่วทั้งยุโรป โดยเขาระบุว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีแรงจูงใจทางการเมืองที่รุนแรงและการรวมตัวกันทางการเมืองอย่างใกล้ชิดระหว่างประเทศต่างๆ
โครงสร้างที่เขานำเสนอในหนังสือเล่มนี้มีความคล้ายคลึงกับโครงสร้างของประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) ที่ Jean Monnet นำมาใช้ในปี 1957 เป็นอย่างมาก จนทำให้ Salter ถูกมองว่าเป็นผู้ร่วมเขียนโครงสร้างเหนือรัฐ (supranational structure) ของสิ่งที่กลายเป็นสหภาพยุโรป (EU) ในปัจจุบัน
บทบาททางการเมืองและวิชาการ
Salter ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ Gladstone ด้านทฤษฎีและสถาบันทางการเมืองที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และเป็นสมาชิกของ All Souls College ในปี 1934 นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) อิสระของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดตั้งแต่ปี 1937 ถึง 1950
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาได้รับตำแหน่งเลขาธิการรัฐสภาประจำกระทรวงการขนส่งทางเรือ และในปี 1940 เขาได้สนับสนุน Jean Monnet ในข้อเสนอการรวมตัวทางการเมืองระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสเพื่อต่อต้านลัทธินาซี
ช่วงปลายอาชีพและการได้รับบรรดาศักดิ์
Salter ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (Minister of State for Economic Affairs) และรัฐมนตรีด้านวัสดุ (Minister of Materials) ในปี 1952 เขาได้รับบรรดาศักดิ์เป็น Baron Salter แห่ง Kidlington ในมณฑลออกซฟอร์ด เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1953 และเสียชีวิตในปี 1975 ขณะมีอายุ 94 ปี
คำถามที่พบบ่อย
Arthur Salter เป็นใคร?
เขาเป็นข้าราชการพลเรือน นักการเมือง และนักวิชาการชาวอังกฤษ ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวคิดการรวมตัวทางการเมืองและเศรษฐกิจของยุโรป ซึ่งเป็นรากฐานของสหภาพยุโรปในปัจจุบัน
ความสัมพันธ์ระหว่าง Arthur Salter และ Jean Monnet คืออะไร?
ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานที่ทำงานร่วมกันในหลายวาระ ทั้งในด้านการขนส่งทางเรือในช่วงสงคราม และการด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดย Salter เป็นผู้เสนอแนวคิดโครงสร้างที่คล้ายกับ EEC ในปี 1933 ซึ่ง Monnet นำมาใช้ในเวลาต่อมา
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ Arthur Salter คืออะไร?
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือหนังสือ 'The United States of Europe' (1933) และการวางรากฐานแนวคิดสหภาพศุลกากรและโครงสร้างเหนือรัฐสำหรับยุโรป รวมถึงการทำงานในสันนิบาตชาติและคณะกรรมาธิการค่าปฏิกรรมสงคราม

