← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Astragalus cicer ทำความรู้จักกับพืชตระกูลถั่วชนิดนี้

สรุปใจความสำคัญ

  • มีความทนทานต่อความแห้งแล้งสูง สามารถเติบโตได้ในพื้นที่ที่มีน้ำฝนน้อยกว่า 360 มม. ต่อปี
  • ใช้ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกับแบคทีเรียไรโซเบียมเพื่อตรึงไนโตรเจนในดิน
  • มีเปลือกหุ้มเมล็ดที่หนามาก ซึ่งช่วยให้เมล็ดพักตัวได้นานและป้องกันจุลินทรีย์
  • มีประโยชน์ทางการเกษตรในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและเป็นอาหารสัตว์ที่ปลอดภัย

Astragalus cicer หรือที่รู้จักกันในชื่อ chickpea milkvetch เป็นพืชล้มลุกหลายปีที่มีดอกสวยงาม มีถิ่นกำเนิดในยุโรปตะวันออก และต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในพื้นที่ต่างๆ ของยุโรปตอนใต้ อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ จุดเด่นของพืชชนิดนี้คือฝักที่ดูคล้ายกับถั่วลูกไก่ (chickpeas) ดอกมีสีเหลืองอ่อนหรือบางครั้งเป็นสีขาว ซึ่งดึงดูดผึ้งบัมเบิลบีและผึ้งยุโรปให้มาช่วยผสมเกสร โดยทั่วไปแล้ว พืชชนิดนี้จะมีความสูงประมาณ 0.6 ถึง 1 เมตร

Astragalus cicer
Astragalus cicer พืชตระกูลถั่วที่มีความทนทานสูง

การกระจายพันธุ์และถิ่นที่อยู่

ในสหรัฐอเมริกา Astragalus cicer เติบโตได้ดีที่สุดในบริเวณเทือกเขา Rocky Mountain แต่ยังพบว่าสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะในรัฐอะลาสก้า นอกจากนี้ พืชชนิดนี้ยังมีความทนทานต่อความแห้งแล้งสูงมาก ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในพื้นที่แห้งแล้งของรัฐไอดาโฮ มอนทานา และไวโอมิง ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนต่อปีน้อยกว่า 360 มิลลิเมตร

ระบบนิเวศและสภาพแวดล้อม

โดยทั่วไปแล้ว เราจะพบ Astragalus cicer ได้ตามชายป่า ทุ่งหญ้า และริมลำธาร รวมถึงบริเวณริมถนน พืชชนิดนี้สามารถเติบโตได้ในดินหลายประเภท ทั้งดินเหนียวและดินทราย โดยเฉพาะในดินที่มีเนื้อหยาบ อย่างไรก็ตาม เกลือในปริมาณที่มากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อพืช และระดับ pH ของดินที่อยู่นอกช่วง 6.0 ถึง 8.1 จะส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโต แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ แต่พืชชนิดนี้ยังสามารถเติบโตได้ดีในดินที่มีสารอาหารต่ำหรือดินที่ถูกรบกวน

ในด้านการปรับตัว Astragalus cicer เติบโตได้ดีในอุณหภูมิสูง แต่จะเติบโตช้าลงเมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงถึง 7-18 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ พืชชนิดนี้ยังมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันกับแบคทีเรียไรโซเบียม (rhizobia bacteria) เพื่อช่วยในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาใช้ในการเจริญเติบโต

ลักษณะทางสัณฐานวิทยา

Astragalus cicer มีระบบรากแบบเหง้า (rhizomes) หรือลำต้นใต้ดินที่แผ่ขยายในแนวนอน ซึ่งจะเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อพืชมีอายุมากขึ้น ทำให้พืชมีความแข็งแรงมากขึ้นตามกาลเวลา การขยายพันธุ์ทำได้ทั้งการใช้เหง้าและการใช้เมล็ด เมล็ดที่ผลิตจากฝักจะมีเปลือกหุ้มเมล็ดที่หนามาก ซึ่งจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำให้เปลือกเมล็ดแตก (scarification) เพื่อให้เมล็ดงอกได้ เปลือกที่หนานี้ช่วยป้องกันการรุกรานของจุลินทรีย์และลดการดูดซึมน้ำ ทำให้เมล็ดสามารถพักตัวได้เป็นเวลานาน

ดอกและผล

ดอกของ Astragalus cicer มีสีเหลืองอ่อน ความยาวประมาณ 15-16 เซนติเมตร โดยดอกจะออกเป็นช่อแบบ raceme (ช่อดอกแบบกระจะ) ซึ่งในหนึ่งช่อจะมีดอกประมาณ 15 ถึง 60 ดอก กลีบเลี้ยงมีขนและมี 5 แฉก กลีบดอกไม่เชื่อมติดกัน และมีเกสรตัวผู้ 9 ถึง 10 อัน ผลของพืชชนิดนี้เป็นแบบฝัก (legume) ซึ่งมีสีเหลืองอ่อนและจะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อสุกเต็มที่

ประโยชน์และการใช้งาน

Astragalus cicer มีประโยชน์ทางการเกษตรหลายประการ ได้แก่ การใช้เพื่อยึดเกาะดินเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลาย และการใช้เป็นหญ้าแห้งหรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงตามแบบฉบับของพืชตระกูลถั่ว และที่สำคัญคือไม่มีคุณสมบัติที่ทำให้สัตว์เคี้ยวเอื้องเกิดอาการท้องอืด (non-bloat characteristics) ในแคนาดาตะวันตกมีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มปริมาณพืชอาหารสัตว์และเพิ่มความแข็งแรงของต้นกล้า

คำถามที่พบบ่อย

Astragalus cicer คืออะไร?

เป็นพืชล้มลุกหลายปีในตระกูลถั่ว มีถิ่นกำเนิดในยุโรปตะวันออก และมีฝักที่คล้ายกับถั่วลูกไก่

พืชชนิดนี้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมอย่างไร?

ทนแล้งได้ดีเยี่ยม เติบโตได้ในดินหลายประเภท และสามารถอยู่รอดได้ในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนต่ำมาก

ทำไมถึงนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์?

เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและไม่ทำให้สัตว์เคี้ยวเอื้องเกิดอาการท้องอืด ซึ่งเป็นข้อดีเมื่อเทียบกับพืชตระกูลถั่วบางชนิด