← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เรือดำน้ำชั้น Astute ขุมพลังนิวเคลียร์ล้ำสมัยของกองทัพเรืออังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ (SSN) ที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพเรืออังกฤษ
  • ใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ Rolls-Royce PWR2 ซึ่งไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงตลอดอายุการใช้งานของเรือ
  • ติดตั้งระบบ Sonar 2076 ของ Thales ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระบบโซนาร์ที่ดีที่สุดในโลก

เรือดำน้ำชั้น Astute เป็นเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ (SSN) รุ่นล่าสุดที่ประจำการในกองทัพเรืออังกฤษ (Royal Navy) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อปฏิบัติภารกิจที่มีความซับซ้อนสูง ทั้งการลาดตระเวน การรวบรวมข่าวกรอง และการโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ โดยเรือชั้นนี้ถูกสร้างขึ้นโดย BAE Systems Submarines ที่เมือง Barrow-in-Furness เพื่อนำมาทดแทนเรือดำน้ำชั้น Trafalgar

เรือดำน้ำชั้น Astute
เรือดำน้ำชั้น Astute ขุมพลังนิวเคลียร์ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของอังกฤษ

ข้อมูลทางเทคนิคและสมรรถนะ

เรือดำน้ำชั้น Astute มีการออกแบบที่เน้นความเงียบและการตรวจจับที่แม่นยำ โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้:

หัวข้อรายละเอียด
ระวางขับน้ำ (ผิวน้ำ)7,000 ถึง 7,400 ตัน
ระวางขับน้ำ (ดำน้ำ)7,400 ถึง 7,800 ตัน
ระบบขับเคลื่อนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ Rolls-Royce PWR2 และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล MTU 600 กิโลวัตต์
ระบบเซนเซอร์Thales Sonar 2076, Atlas DESO 25 echosounder, Thales CM010 optronic masts

ระบบอาวุธและการโจมตี

เรือดำน้ำชั้นนี้ติดตั้งท่อตอร์ปิโดขนาด 21 นิ้ว (533 มม.) จำนวน 6 ท่อ ซึ่งสามารถบรรทุกอาวุธได้สูงสุด 38 ลูก โดยรองรับอาวุธหลักดังนี้:

  • ขีปนาวุธครูซ Tomahawk Block IV: สำหรับการโจมตีเป้าหมายบนบกจากระยะไกล
  • ตอร์ปิโดหนัก Spearfish: สำหรับการต่อสู้กับเรือดำน้ำและเรือผิวน้ำ

ประวัติการพัฒนา

จากโครงการ SSN20 สู่ Batch 2 Trafalgar

จุดเริ่มต้นของเรือชั้น Astute เกิดขึ้นในปี 1986 ภายใต้โครงการ SSN20 ในช่วงสงครามเย็น ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเรือดำน้ำที่มีสมรรถนะสูงเพื่อต่อกรกับเรือดำน้ำของโซเวียต อย่างไรก็ตาม เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลงในปี 1990 โครงการนี้ถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็นโครงการ Batch 2 Trafalgar (B2TC) ซึ่งเน้นการควบคุมต้นทุนและต่อยอดจากแบบเรือชั้น Trafalgar เดิม

การกำเนิดของโปรแกรม Astute

ในปี 1997 กระทรวงกลาโหมอังกฤษได้ลงนามสัญญาจ้าง GEC-Marconi (ซึ่งต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของ BAE Systems) เพื่อสร้างเรือดำน้ำชั้น Astute โดยมีการนำซอฟต์แวร์ 3D CAD และเทคนิคการก่อสร้างแบบโมดูลาร์มาใช้เป็นครั้งแรก แม้ว่าในตอนแรกจะตั้งเป้าให้เป็นการปรับปรุงจากชั้น Trafalgar แต่ในที่สุดการใช้เตาปฏิกรณ์ PWR2 ทำให้เรือต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความซับซ้อนมากขึ้น จนกลายเป็นเรือชั้นใหม่ทั้งหมด

ความท้าทายในการก่อสร้าง

การสร้างเรือชั้น Astute ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายประการ ทั้งการสูญเสียบุคลากรที่มีทักษะในอู่ต่อเรือ Barrow และปัญหาทางเทคนิคจากการใช้ซอฟต์แวร์ออกแบบใหม่ ทำให้เกิดความล่าช้าและงบประมาณบานปลายในระยะแรก แต่เมื่อเรือลำแรก (HMS Astute) ได้รับการส่งมอบและปฏิบัติการเต็มรูปแบบในปี 2014 ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เหนือชั้นในด้านการพรางตัวและการตรวจจับ

คำถามที่พบบ่อย

เรือดำน้ำชั้น Astute แตกต่างจากเรือดำน้ำชั้น Trafalgar อย่างไร?

เรือชั้น Astute มีขนาดใหญ่กว่า มีระบบขับเคลื่อนนิวเคลียร์ที่ทรงพลังกว่า และมีระบบเซนเซอร์และโซนาร์ที่ทันสมัยกว่ามาก ทำให้มีความสามารถในการตรวจจับและพรางตัวสูงกว่า

เรือดำน้ำชั้นนี้สามารถใช้อาวุธชนิดใดได้บ้าง?

สามารถยิงขีปนาวุธครูซ Tomahawk Block IV เพื่อโจมตีเป้าหมายบนบก และใช้ตอร์ปิโดหนัก Spearfish ในการโจมตีเป้าหมายใต้น้ำและผิวน้ำ

ใครเป็นผู้สร้างเรือดำน้ำชั้น Astute?

สร้างโดย BAE Systems Submarines ที่อู่ต่อเรือในเมือง Barrow-in-Furness ประเทศอังกฤษ