ฟิสิกส์บรรยากาศ การศึกษาโครงสร้างและพลวัตของชั้นบรรยากาศ
สรุปใจความสำคัญ
- ฟิสิกส์บรรยากาศใช้สมการการไหลของของไหลและงบประมาณการแผ่รังสีเพื่อสร้างแบบจำลองชั้นบรรยากาศ
- การตรวจวัดระยะไกล (Remote Sensing) แบ่งเป็นแบบ Passive ที่ตรวจจับรังสีธรรมชาติ และ Active ที่ปล่อยพลังงานเพื่อตรวจวัดการสะท้อนกลับ
- แอรอนอมิ (Aeronomy) เป็นสาขาวิชาที่ศึกษาชั้นบรรยากาศชั้นบนซึ่งมีการแตกตัวเป็นไอออน
ฟิสิกส์บรรยากาศ คือการประยุกต์ใช้หลักการทางฟิสิกส์เพื่อศึกษาชั้นบรรยากาศของโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ โดยนักฟิสิกส์บรรยากาศจะพยายามสร้างแบบจำลองของชั้นบรรยากาศโดยใช้สมการการไหลของของไหล (Fluid Flow Equations), งบประมาณการแผ่รังสี (Radiation Budget) และกระบวนการถ่ายโอนพลังงาน เพื่อทำความเข้าใจว่าปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อระบบพรมแดน เช่น มหาสมุทร อย่างไร

การสร้างแบบจำลองและเครื่องมือทางคณิตศาสตร์
ในการสร้างแบบจำลองระบบสภาพอากาศ นักฟิสิกส์บรรยากาศต้องใช้เครื่องมือทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงและทฤษฎีทางฟิสิกส์ที่หลากหลาย เช่น:
- ทฤษฎีการกระเจิง (Scattering Theory): ใช้ในการศึกษาการเดินทางของแสงและรังสีผ่านชั้นบรรยากาศ
- แบบจำลองการแพร่กระจายของคลื่น (Wave Propagation Models): ศึกษาการเคลื่อนที่ของคลื่นในอากาศ
- ฟิสิกส์ของเมฆ (Cloud Physics): ศึกษาการก่อตัวของเมฆและหยาดน้ำฟ้า
- กลศาสตร์สถิติและสถิตเชิงพื้นที่ (Statistical Mechanics and Spatial Statistics): ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศที่มีความซับซ้อน
ฟิสิกส์บรรยากาศมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ อุตุนิยมวิทยา (Meteorology) และ ภูมิอากาศวิทยา (Climatology) นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการออกแบบและสร้างเครื่องมือสำหรับศึกษาชั้นบรรยากาศ รวมถึงการตีความข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดระยะไกล (Remote Sensing)
แอรอนอมิ (Aeronomy)
เมื่อเข้าสู่ยุคอวกาศและการใช้จรวดตรวจอากาศ (Sounding Rockets) สาขาวิชา แอรอนอมิ ได้กลายเป็นสาขาย่อยที่มุ่งเน้นการศึกษาชั้นบรรยากาศระดับบน ซึ่งเป็นบริเวณที่การแตกตัวของโมเลกุล (Dissociation) และการแตกตัวเป็นไอออน (Ionization) มีความสำคัญอย่างยิ่ง
การตรวจวัดระยะไกล (Remote Sensing)
การตรวจวัดระยะไกล คือการรวบรวมข้อมูลของวัตถุหรือปรากฏการณ์โดยใช้เครื่องมือบันทึกหรืออุปกรณ์ตรวจวัดแบบเรียลไทม์ โดยที่ตัวอุปกรณ์ไม่ได้สัมผัสกับวัตถุนั้นโดยตรง เช่น การใช้เครื่องบิน ยานอวกาศ ดาวเทียม ทุ่นลอย หรือเรือ

ประเภทของการตรวจวัดระยะไกล
การตรวจวัดระยะไกลแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่:
- เซนเซอร์แบบพาสซีฟ (Passive Sensors): ตรวจจับรังสีธรรมชาติที่ปล่อยออกมาหรือสะท้อนจากวัตถุหรือพื้นที่ที่สังเกต เช่น แสงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับ ซึ่งเป็นแหล่งรังสีที่พบบ่อยที่สุด ตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพด้วยฟิล์ม, อินฟราเรด, อุปกรณ์ CCD และเรดิโอมิเตอร์
- เซนเซอร์แบบแอคทีฟ (Active Sensors): ปล่อยพลังงานออกไปเพื่อสแกนวัตถุและพื้นที่ จากนั้นเซนเซอร์จะตรวจจับและวัดรังสีที่สะท้อนกลับหรือกระเจิงกลับจากเป้าหมาย ตัวอย่างที่สำคัญในฟิสิกส์บรรยากาศ ได้แก่ เรดาร์ (Radar), ไลดาร์ (Lidar) และโซดาร์ (SODAR)
คำถามที่พบบ่อย
ฟิสิกส์บรรยากาศแตกต่างจากอุตุนิยมวิทยอย่างไร?
ฟิสิกส์บรรยากาศเน้นการประยุกต์ใช้กฎทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์เพื่อสร้างแบบจำลองและทำความเข้าใจกลไกพื้นฐานของชั้นบรรยากาศ ในขณะที่อุตุนิยมวิทยาเน้นการพยากรณ์อากาศและปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศในระยะสั้น
Remote Sensing แบบ Active และ Passive ต่างกันอย่างไร?
Passive sensors ตรวจจับรังสีที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ (เช่น แสงอาทิตย์) ส่วน Active sensors จะส่งสัญญาณพลังงานออกไปเองและวัดการสะท้อนกลับของสัญญาณนั้น
แอรอนอมิ (Aeronomy) คืออะไร?
เป็นสาขาวิชาที่ศึกษาชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก โดยเน้นกระบวนการทางเคมีและฟิสิกส์ เช่น การแตกตัวเป็นไอออนและการแตกตัวของโมเลกุล
