← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การบริโภคอัตโนมัติ

สรุปใจความสำคัญ

  • การบริโภคอัตโนมัติคือรายจ่ายที่เกิดขึ้นแม้รายได้จะเป็นศูนย์
  • การบริโภคส่วนนี้มักใช้สำหรับสินค้าจำเป็นพื้นฐานและการชำระหนี้
  • หากไม่มีรายได้ การบริโภคอัตโนมัติจะถูกจัดเป็นการลดเงินออม (Dissaving) ผ่านการกู้ยืมหรือใช้เงินออม
  • ในฟังก์ชันการบริโภค การบริโภคอัตโนมัติคือค่าคงที่ (c0) ที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามรายได้

การบริโภคอัตโนมัติ (Autonomous Consumption) หรือบางครั้งเรียกว่า การบริโภคภายนอก (Exogenous Consumption) หรือการใช้จ่ายอัตโนมัติ (Autonomous Spending) คือ รายจ่ายในการบริโภคสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นแม้ว่าระดับรายได้ของผู้บริโภคจะเป็นศูนย์ก็ตาม การบริโภคในลักษณะนี้ถือว่าเป็นอิสระจากรายได้ เนื่องจากจำนวนเงินที่ใช้จ่ายไปกับสินค้าจำเป็นพื้นฐานจะไม่เปลี่ยนแปลงตามการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของรายได้ในระดับหนึ่ง

ความจำเป็นและการจัดหาเงินทุน

โดยทั่วไป การบริโภคอัตโนมัติเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค รวมถึงการชำระภาระหนี้สินที่จำเป็น หากบุคคลหรือครัวเรือนมีรายได้เป็นศูนย์ แต่ยังคงต้องมีการบริโภคเพื่อความอยู่รอด รายจ่ายส่วนนี้จะถูกนับเป็นการ ลดเงินออม (Dissaving) เนื่องจากต้องนำเงินออมที่มีอยู่มาใช้ หรือใช้วิธีการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้จ่าย

ความแตกต่างระหว่างการบริโภคอัตโนมัติและการบริโภคแบบชักนำ

การบริโภคอัตโนมัติมีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับ การบริโภคแบบชักนำ (Induced Consumption) โดยการบริโภคแบบชักนำคือรายจ่ายที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ในขณะที่การบริโภคอัตโนมัติจะไม่ผันแปรตามรายได้

ฟังก์ชันการบริโภค

ความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคอัตโนมัติและการบริโภคแบบชักนำสามารถอธิบายได้ผ่านฟังก์ชันการบริโภค (Consumption Function) ดังนี้:

สมการฟังก์ชันการบริโภค C = c0 + c1Yd
สมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคทั้งหมด รายได้สุทธิ และการบริโภคอัตโนมัติ

จากสมการ C = c0 + c1Yd มีรายละเอียดตัวแปรดังนี้:

  • C: การบริโภคทั้งหมด (Total Consumption)
  • c0: การบริโภคอัตโนมัติ (Autonomous Consumption) ซึ่งมีค่ามากกว่า 0
  • c1: ความโน้มเอียงหน่วยสุดท้ายในการบริโภค (Marginal Propensity to Consume - MPC) ซึ่งเป็นค่าความชันของการบริโภคแบบชักนำ โดยปกติจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1
  • Yd: รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้ (Disposable Income) คือรายได้หลังจากหักภาษีของรัฐบาล และรวมเงินโอนหรือสวัสดิการต่างๆ แล้ว

คำถามที่พบบ่อย

การบริโภคอัตโนมัติแตกต่างจากการบริโภคแบบชักนำอย่างไร?

การบริโภคอัตโนมัติคือรายจ่ายพื้นฐานที่ต้องจ่ายไม่ว่าจะมีรายได้เท่าใด ส่วนการบริโภคแบบชักนำคือรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามระดับรายได้ที่เปลี่ยนแปลงไป

ถ้าไม่มีรายได้เลย จะนำเงินจากไหนมาใช้ในการบริโภคอัตโนมัติ?

ผู้บริโภคจะใช้การลดเงินออม (Dissaving) ซึ่งหมายถึงการนำเงินออมสะสมที่มีอยู่มาใช้ หรือการกู้ยืมเงินจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

ตัวแปร c0 ในสมการการบริโภคหมายถึงอะไร?

c0 คือค่าของการบริโภคอัตโนมัติ ซึ่งเป็นจุดตัดแกน Y ในกราฟฟังก์ชันการบริโภค แสดงถึงระดับการบริโภคขั้นต่ำสุดที่จำเป็นต้องมีแม้รายได้จะเป็นศูนย์