← กลับไปยังบทความทั้งหมด

รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้

สรุปใจความสำคัญ

  • รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้ (Disposable Income) คือรายได้หลังหักภาษีเงินได้
  • รายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบ (Discretionary Income) คือรายได้ที่เหลือหลังจากหักทั้งภาษีและค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐาน
  • ความโน้มเอียงในการบริโภคหน่วยสุดท้าย (MPC) คือสัดส่วนของรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้นซึ่งถูกนำไปใช้จ่าย

รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้ หรือ Disposable Income คือ จำนวนเงินรายได้ทั้งหมดของบุคคลหรือครัวเรือนหลังจากที่ได้หักภาษีเงินได้และภาษีทางตรงอื่น ๆ ที่ต้องชำระให้แก่รัฐบาลแล้ว รายได้ส่วนนี้คือจำนวนเงินที่แท้จริงที่บุคคลสามารถนำไปใช้ในการบริโภคสินค้าและบริการ หรือนำไปเก็บสะสมเป็นเงินออม

การคำนวณและองค์ประกอบของรายได้สุทธิ

ในทางบัญชีแห่งชาติ รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้คำนวณได้จากสมการพื้นฐาน ดังนี้:

  • รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้ = รายได้ส่วนบุคคลทั้งหมด - ภาษีเงินได้ปัจจุบัน

เมื่อบุคคลได้รับรายได้สุทธิส่วนนี้แล้ว จะสามารถนำไปจัดสรรได้เป็นสองส่วนหลัก คือ รายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก การเดินทาง) และ เงินออมส่วนบุคคล ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า:

รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้ = รายจ่ายเพื่อการบริโภค + เงินออม

แนวคิดความโน้มเอียงในการบริโภคหน่วยสุดท้าย (MPC)

ในทางเศรษฐศาสตร์ มีการใช้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า ความโน้มเอียงในการบริโภคหน่วยสุดท้าย (Marginal Propensity to Consume หรือ MPC) เพื่อดูว่าเมื่อรายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้น 1 หน่วย บุคคลจะนำเงินนั้นไปใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าใด ตัวอย่างเช่น หากรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 100 บาท และบุคคลนั้นนำไปใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 65 บาท ค่า MPC จะเท่ากับ 65% และส่วนที่เหลืออีก 35% จะถือเป็นความโน้มเอียงในการออมหน่วยสุดท้าย (Marginal Propensity to Save หรือ MPS)

ความแตกต่างระหว่างรายได้สุทธิ (Disposable Income) และรายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบ (Discretionary Income)

บ่อยครั้งที่ผู้คนมักใช้คำว่า "รายได้สุทธิ" สลับกับ "รายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบ" แต่ในทางเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย ทั้งสองคำนี้มีความหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

รายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบ (Discretionary Income)

คือ รายได้ที่เหลือหลังจากหักทั้งภาษีและ รายจ่ายที่จำเป็นขั้นพื้นฐาน ในการดำรงชีวิตออกหมดแล้ว เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ยารักษาโรค และค่าสาธารณูปโภค รายได้ส่วนนี้คือ "เงินสำหรับใช้จ่ายตามความพอใจ" หรือเงินที่สามารถนำไปใช้กับสินค้าฟุ่มเฟือย การท่องเที่ยว หรือการลงทุน

สูตรคำนวณรายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบ
แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของรายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบ
การคำนวณรายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบจากรายได้รวม
การคำนวณรายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบโดยหักภาษีและรายจ่ายบังคับ
การคำนวณรายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบจากรายได้สุทธิ
การคำนวณรายได้ที่ใช้สอยได้ตามใจชอบโดยหักรายจ่ายเพื่อการดำรงชีวิตพื้นฐาน

ความหมายในบริบทต่าง ๆ

1. ในระดับมหภาค (National Accounts)

รายได้สุทธิแห่งชาติ (National Disposable Income) คือ รายได้ประชาชาติหักด้วยการโอนเงินปัจจุบัน (เช่น ภาษีเงินได้, เงินสมทบทางสังคม) บวกด้วยเงินโอนที่ได้รับจากต่างประเทศ สำหรับภาคธุรกิจ รายได้สุทธิจะเท่ากับกำไรสะสม และสำหรับรัฐบาล จะเท่ากับภาษีบวกรายได้จากรัฐวิสาหกิจ

2. ในบริบททางกฎหมาย (ตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกา)

ในการคำนวณเพื่อหักเงินเดือนตามคำสั่งศาล (Garnishments) กฎหมายรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ นิยามรายได้สุทธิว่าคือ ค่าตอบแทนทั้งหมด (เงินเดือน, โอที, โบนัส) หลังจากหักเบี้ยประกันสุขภาพและรายการที่กฎหมายบังคับให้หัก เช่น ภาษีระดับรัฐและท้องถิ่น และภาษีประกันสังคม แต่จะไม่หักเงินสมทบกองทุนเกษียณอายุโดยสมัครใจก่อนการคำนวณการหักเงินตามคำสั่งศาล

อัตราส่วนเลเวอเรจของผู้บริโภค (Consumer Leverage Ratio)

เป็นตัวชี้วัดทางการเงินที่แสดงอัตราส่วนระหว่าง หนี้สินรวมของครัวเรือน ต่อ รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงทางการเงินของภาคครัวเรือน

คำถามที่พบบ่อย

Disposable Income กับ Discretionary Income ต่างกันอย่างไร?

Disposable Income คือรายได้หลังหักภาษี แต่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหารและค่าเช่าบ้าน ส่วน Discretionary Income คือรายได้ที่เหลือหลังจากหักทั้งภาษีและค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐานทั้งหมดแล้ว

รายได้สุทธิที่นำไปใช้จ่ายได้นำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

สามารถนำไปใช้ในการบริโภคสินค้าและบริการ (Consumption) หรือเก็บสะสมเป็นเงินออม (Savings)

MPC คืออะไรและสำคัญอย่างไร?

MPC หรือความโน้มเอียงในการบริโภคหน่วยสุดท้าย คือสัดส่วนของรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้นซึ่งถูกนำไปใช้จ่าย ช่วยให้นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ได้ว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้จะส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคมากน้อยเพียงใด