← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต (BCL) ประวัติและความสำคัญในระดับสากล

สรุปใจความสำคัญ

  • BCL ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดถือเป็นหนึ่งในคุณวุฒิระดับปริญญาโททางกฎหมายที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในโลก Common Law
  • เดิมที BCL ถูกสร้างขึ้นเพื่อแยกการศึกษากฎหมายออกจากกฎหมายศาสนจักร (Canon Law) ไม่ใช่เพื่อแยกจาก Common Law
  • ผู้ที่เรียนหลักสูตร BCL ที่ออกซฟอร์ดแต่มีพื้นฐานกฎหมายแพ่ง (Civil Law) จะได้รับปริญญา Magister Juris (MJur) แทน

ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า BCL (ภาษาละติน: Baccalaureus Civilis Legis) เป็นชื่อปริญญากฎหมายที่มอบโดยมหาวิทยาลัยในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจและมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละสถาบัน

จุดเริ่มต้นและวิวัฒนาการของ BCL

เดิมที BCL เริ่มต้นจากการเป็นปริญญาในระดับบัณฑิตศึกษา (Postgraduate) ในมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างออกซฟอร์ด (Oxford) และเคมบริดจ์ (Cambridge) โดยในระยะแรก คำว่า "กฎหมายแพ่ง" (Civil Law) ในชื่อปริญญานี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อแยกความแตกต่างจากกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) แต่ใช้เพื่อแยกออกจากกฎหมายศาสนจักร (Canon Law)

BCL ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดได้รักษาชื่อปริญญา BCL ไว้ และถือเป็นหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่สอนด้านกฎหมายอังกฤษ ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับปริญญาโททางกฎหมาย (LL.M.) ของมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในสหราชอาณาจักร โดยมีลักษณะเฉพาะดังนี้:

  • กลุ่มเป้าหมาย: ออกแบบมาสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษากฎหมายในระบบ Common Law
  • MJur: สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษากฎหมายแพ่ง (Civil Law) ในหลักสูตรเดียวกัน จะได้รับปริญญา Magister Juris (MJur) แทน
  • รูปแบบการเรียน: แตกต่างจาก LLM ทั่วไปตรงที่มีการสอนแบบสัมมนา การบรรยาย และที่สำคัญคือการสอนแบบกลุ่มย่อย (Tutorials) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์
  • การประเมินผล: เน้นการสอบปลายปี โดยผลการเรียนจะแบ่งเป็น "ผ่าน" (Pass) หรือ "ดีเยี่ยม" (Distinction)

ประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร

ในอดีต BCL ของออกซฟอร์ดเน้นการสอนกฎหมายโรมันเพียงอย่างเดียว จนกระทั่งมีการจัดตั้งตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านกฎหมายอังกฤษในปี ค.ศ. 1758 ต่อมาในปี ค.ศ. 1991 ได้มีการนำปริญญา MJur เข้ามาใช้ควบคู่กับ BCL เพื่อรองรับผู้สำเร็จการศึกษาจากพื้นฐานกฎหมายที่ไม่ใช่ Common Law

การใช้ชื่อ BCL ในสถาบันอื่นๆ

ในขณะที่ออกซฟอร์ดคงชื่อ BCL ไว้ แต่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อปริญญาเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น เช่น:

  • มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์: เปลี่ยนชื่อคณะกฎหมายแพ่งเป็นคณะนิติศาสตร์ และเปลี่ยนปริญญาบัณฑิตศึกษาเป็น LLB และต่อมาเป็น LLM
  • มหาวิทยาลัยเดอรัม (Durham University): ปัจจุบันใช้ชื่อปริญญา LLM แทน BCL
  • มหาวิทยาลัยนิวบรันสวิก (University of New Brunswick) ในแคนาดา: เคยใช้ชื่อ BCL สำหรับปริญญานิติศาสตรบัณฑิตในระบบ Common Law ก่อนจะเปลี่ยนเป็น LLB ในปี ค.ศ. 1969

คำถามที่พบบ่อย

ปริญญา BCL ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดแตกต่างจาก LLM อย่างไร?

แม้จะมีระดับเทียบเท่าปริญญาโท แต่ BCL เน้นการสอนแบบกลุ่มย่อย (Tutorials) ที่เข้มข้นกว่า และออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานกฎหมาย Common Law โดยเฉพาะ

ใครคือผู้ที่ได้รับปริญญา MJur แทน BCL?

ผู้ที่เข้าเรียนในหลักสูตรเดียวกันกับ BCL แต่สำเร็จการศึกษากฎหมายในระบบ Civil Law (กฎหมายแพ่ง) จะได้รับปริญญา Magister Juris (MJur)

ในปัจจุบันยังมีมหาวิทยาลัยใดในสหราชอาณาจักรที่ใช้ชื่อ BCL สำหรับระดับบัณฑิตศึกษา?

ปัจจุบันมีเพียงมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดเท่านั้นที่ยังคงใช้ชื่อ BCL สำหรับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาในลักษณะนี้ ในขณะที่สถาบันอื่นเปลี่ยนไปใช้ LLM หรือ LLB แล้ว