← กลับไปยังบทความทั้งหมด

แบคเพจ (Backpage)

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2547 โดย New Times Inc./New Times Media เพื่อแข่งกับ Craigslist
  • กลายเป็นเว็บไซต์ประกาศโฆษณาออนไลน์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหรัฐฯ หลังจาก Craigslist ปิดหมวดบริการทางเพศในปี พ.ศ. 2553
  • เผชิญกับการฟ้องร้องและข้อกล่าวหาว่าอำนวยความสะดวกในการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี
  • ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในช่วงแรกจากมาตรา 230 ของ Communications Decency Act

แบคเพจ (Backpage) คือเว็บไซต์ให้บริการประกาศโฆษณาออนไลน์ (Classified Advertising) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดยเครือหนังสือพิมพ์ทางเลือก New Times Inc./New Times Media (ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Village Voice Media หรือ VVM) เพื่อสร้างคู่แข่งให้กับ Craigslist โดยมีรูปแบบการให้บริการที่คล้ายคลึงกัน คืออนุญาตให้ผู้ใช้โพสต์โฆษณาในหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น สินค้าทั่วไป, อสังหาริมทรัพย์, การจ้างงาน และบริการทางเพศ

ในช่วงเวลาหนึ่ง Backpage ได้ก้าวขึ้นเป็นเว็บไซต์ประกาศโฆษณาออนไลน์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะหลังจากที่ Craigslist ปิดหมวดหมู่ "บริการทางเพศ" (Adult Services) ในปี พ.ศ. 2553 เนื่องจากแรงกดดันจากอัยการรัฐและนักวิจารณ์ที่ระบุว่าหมวดหมู่นี้ส่งเสริมการค้าประเวณี ส่งผลให้ผู้ใช้และโฆษณาจำนวนมากย้ายมายัง Backpage แทน

หน้าตาเว็บไซต์ Backpage ในอดีต
อินเทอร์เฟซของ Backpage ที่เน้นความเรียบง่ายคล้ายกับ Craigslist

ประวัติและการก่อตั้ง

ไมเคิล เลซีย์ (Michael Lacey) ผู้ก่อตั้ง Phoenix New Times และจิม ลาร์กิน (Jim Larkin) ได้ร่วมกันก่อตั้ง Backpage.com ในปี พ.ศ. 2547 โดยแนวคิดนี้มาจาก คาร์ล เฟอร์เรอร์ (Carl Ferrer) พนักงานขายของ New Times ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการนี้ ชื่อของเว็บไซต์มีที่มาจากหน้าสุดท้ายของหนังสือพิมพ์ New Times ที่มักจะเป็นพื้นที่สำหรับโฆษณาประกาศขายสินค้าและบริการในราคาพิเศษ

Backpage ช่วยสร้างรายได้มหาศาลให้กับ New Times และ Village Voice Media ก่อนที่เลซีย์และลาร์กินจะขาย Village Voice Media ให้กับผู้บริหารบริษัทในปี พ.ศ. 2555 และขาย Backpage ให้กับเฟอร์เรอร์ในปี พ.ศ. 2558

ข้อพิพาทด้านโฆษณาผู้ใหญ่และการค้ามนุษย์

หลังจาก Craigslist ยกเลิกหมวดหมู่โฆษณาผู้ใหญ่ Backpage กลายเป็นจุดหมายหลักของโฆษณาประเภทนี้ ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบและการฟ้องร้องทางกฎหมายอย่างกว้างขวาง โดยมีข้อกล่าวหาว่าเว็บไซต์เป็นแหล่งอำนวยความสะดวกในการค้าประเวณีและการค้ามนุษย์

การตอบโต้และมาตรการป้องกัน

ในปี พ.ศ. 2553 มีเด็กสาวชาวมิสซูรีฟ้องร้อง Village Voice Media โดยอ้างว่าเธอถูกหลอกมาค้าประเวณีตั้งแต่อายุ 14 ปีผ่านโฆษณาบนเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐบาลกลางได้ยกฟ้องโดยอ้างอิงมาตรา 230 ของกฎหมายความเหมาะสมในการสื่อสาร (Communications Decency Act) ซึ่งคุ้มครองผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจากการรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผู้ใช้เป็นผู้โพสต์

เพื่อลดผลกระทบและภาพลักษณ์เชิงลบ Backpage ได้จ้างอดีตอัยการรัฐบาลกลางและสมาชิกคณะกรรมการ NCMEC (ศูนย์ระดับชาติว่าด้วยการสูญหายและการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก) ชื่อ เฮมันชู นิกัม (Hemanshu Nigam) เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในการต่อต้านการใช้เว็บไซต์ในทางที่ผิด โดยมีการนำคำต้องห้าม เช่น "Lolita", "incest" และ "new in town" มาใช้ในการกรองเนื้อหา

ความขัดแย้งกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

แม้ว่า Backpage จะอ้างว่ามีความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เช่น FBI และตำรวจท้องถิ่นในการช่วยติดตามตัวผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และคาร์ล เฟอร์เรอร์ เคยได้รับใบประกาศเกียรติคุณจาก FBI ในปี พ.ศ. 2554 สำหรับความร่วมมือในการสืบสวนคดีสำคัญ แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวและนักวิจารณ์ยังคงมองว่าเว็บไซต์นี้เป็นศูนย์กลางของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ โดยมีการประท้วงหน้าสำนักงานของ The Village Voice ในนครนิวยอร์กเพื่อเรียกร้องให้ปิดหมวดหมู่โฆษณาผู้ใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

Backpage คืออะไร?

Backpage คือเว็บไซต์ประกาศโฆษณาออนไลน์ที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา โดยให้บริการโพสต์โฆษณาในหมวดหมู่ต่าง ๆ รวมถึงหมวดหมู่บริการทางเพศที่สร้างความขัดแย้งอย่างมาก

ทำไม Backpage ถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์?

เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งอำนวยความสะดวกให้กับการค้าประเวณีและการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการแสวงหาประโยชน์จากเด็กและเยาวชน

Backpage แตกต่างจาก Craigslist อย่างไรในด้านโฆษณาผู้ใหญ่?

ในขณะที่ Craigslist ปิดหมวดหมู่บริการทางเพศในปี พ.ศ. 2553 เพื่อลดปัญหาการค้ามนุษย์ แต่ Backpage ยังคงเปิดให้บริการหมวดหมู่นี้ต่อไป ทำให้กลายเป็นแหล่งรวมโฆษณาผู้ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้น