กรมทรัพยากรน้ำเบเกอร์สฟิลด์ การจัดการน้ำในแคลิฟอร์เนีย
สรุปใจความสำคัญ
- การก่อตั้งกรมทรัพยากรน้ำเบเกอร์สฟิลด์เกิดจากการซื้อสิทธิในน้ำจาก Tenneco West ในราคา 18 ล้านดอลลาร์ในปี 1973-1976
- คดี Lux vs Haggin เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่กำหนดบรรทัดฐานสิทธิในน้ำของแม่น้ำ Kern และอเมริกาตะวันตก
- จุดวัดน้ำสองจุดถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าน้ำ 1 ใน 3 ของไหลผ่านไปยังพื้นที่ตอนล่างของแม่น้ำ Kern
- การซื้อสิทธิในน้ำครั้งนี้ยังนำไปสู่การการสร้าง Kern River Parkway ซึ่งเป็นสวนสาธารณะในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเบเกอร์สฟิลด์
กรมทรัพยากรน้ำเบเกอร์สฟิลด์เป็นหน่วยงานสาธารณูปโภคของเทศบาลในเมืองเบเกอร์สฟิลด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมีหน้าที่หลักในการจัดการสิทธิในน้ำของเมืองต่อแม่น้ำ Kern (Kern River) เพื่อให้มั่นใจว่ามีการกระจายน้ำไปยังผู้ค้าปลีกน้ำและอ่างเก็บน้ำเพื่อการเติมน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของเมือง

ประวัติศาสตร์และการต่อสู้เพื่อสิทธิในน้ำ
ประวัติศาสตร์ยุคแรก
ในช่วงทศวรรษ 1860 ผู้อยู่อาศัยในเคิร์นเคาน์ตี้ (Kern County) เริ่มพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตร โดยในช่วงแรกผู้คนสามารถตักน้ำจากแม่น้ำได้ตามความต้องการ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการสร้างคลองส่งน้ำทางตอนบนของแม่น้ำมากขึ้น ปริมาณน้ำที่ไหลลงมายังเจ้าของที่ดินทางตอนล่างลดลงอย่างมาก จนกระทั่งในปี 1879 คลอง Calloway Canal ถูกสร้างเสร็จสิ้น ซึ่งส่งผลให้น้ำทางตอนล่างถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
เหตุการณ์นี้ก่อให้ให้เกิด "สงครามน้ำ" ระหว่าง Henry Miller และ Charles Lux (ทางตอนล่าง) กับ James Haggin และ Lloyd Tevis (ทางตอนบน) ซึ่งนำไปสู่คดีความทางกฎหมายที่โด่งดังในชื่อ Lux vs Haggin ซึ่งผลลัพธ์ของคดีนี้ได้กลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับสิทธิในน้ำของแม่น้ำ Kern และคดีที่เกี่ยวข้องในอเมริกาตะวันตก
ข้อตกลงประนีประนอม
ผลของคดีความนำไปสู่การประนีประนอม โดยมีการกำหนดจุดวัดน้ำสองจุด ได้แก่:
- จุดวัดที่หนึ่ง: อยู่เหนือ Gordon's Ferry (ปัจจุบันอยู่ในเบเกอร์สฟิลด์ตะวันออกเฉียงเหนือ)
- จุดวัดที่สอง: อยู่ใกล้กับ Enos Lane (ปัจจุบันอยู่ใกล้กับทางหลวงระหว่างรัฐ I-5)
หลังจากวัดปริมาณน้ำไหลผ่านจุดแรกเป็นเวลาหลายฤดูกาลเพื่อหาค่าเฉลี่ย 1 ใน 3 ของปริมาณน้ำที่ผ่านจุดแรกจะต้องถูกปล่อยให้ไหลผ่านจุดที่สอง เพื่อให้ส่วนที่เหลือเป็นสิทธิของคลองส่งน้ำและสิทธิในน้ำของเจ้าของที่ดินทางตอนบน
การเข้าซื้อกิจการโดยเมืองเบเกอร์สฟิลด์
ก่อนทศวรรษ 1960 เมืองเบเกอร์สฟิลด์ไม่มีหน่วยงานสาธารณูปโภคน้ำประปาของเทศบาล และพึ่งพาแหล่งน้ำใต้ดินเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 เริ่มเกิดปัญหาบ่อน้ำบาดาลของบริษัท California Water Service Company แห้งขอดและต้องขุดให้ลึกขึ้น เนื่องจากเมืองใช้ปริมาณน้ำมากกว่าที่ได้รับการเติมเต็ม
จากการศึกษาในปี 1967 พบว่าสาเหตุหลักสองประการคือ การบุคลองด้วยคอนกรีตเพื่อป้องกันการรั่วซึมทำให้การเติมน้ำใต้ดินลดลง และการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมเป็นพื้นที่เมืองทำให้น้ำที่เคยใช้รดน้ำต้นไม้ถูกเปลี่ยนทิศทางไปใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมที่ไกลออกไป นอกจากนี้ บริษัท Tenneco West ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิในน้ำรายใหญ่ เริ่มได้รับข้อเสนอซื้อสิทธิจากบริษัทอื่นและเขตน้ำทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับ Owens Valley ซึ่งที่ดินเกษตรกรรมกลายเป็นทะเลทรายหลังจากที่ Los Angeles Department of Water and Power เข้าซื้อสิทธิในน้ำ เมืองเบเกอร์สฟิลด์จึงดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตน จนกระทั่งในปี 1973 Tenneco West ตกลงขายสิทธิในน้ำทั้งหมดของแม่น้ำ Kern (ประมาณ 1 ใน 3 ของน้ำทั้งหมดที่ผ่านจุดวัดที่หนึ่ง) รวมถึงอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานให้แก่เมืองในราคา 18 ล้านดอลลาร์
ประชาชนได้อนุมัติพันธบัตรสำหรับการซื้อครั้งนี้ในปี 1976 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง กรมทรัพยากรน้ำเบเกอร์สฟิลด์ และการสร้าง Kern River Parkway ซึ่งเป็นสวนสาธารณะในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเบเกอร์สฟิลด์
การดำเนินงานและพื้นที่ให้บริการ
หลังจากเข้าซื้อกิจการ เมืองเบเกอร์สฟิลด์ได้ดำเนินการบูรณะโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรม เช่น ฝายน้ำล้น (weirs) และประตูระบายน้ำ ซึ่งโครงการบูรณะทั้งหมดรวมถึงการสร้างธนาคารน้ำ (water bank) ขนาด 2,800 เอเคอร์ ได้เสร็จสิ้นลงในปี 1985
ปัจจุบัน กรมทรัพยากรน้ำเบเกอร์สฟิลด์มีสัญญาจ้างเพื่อจัดหาน้ำให้แก่เขตน้ำเพื่อการเกษตร 5 แห่ง และให้บริการน้ำโดยตรงแก่ลูกค้าในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเบเกอร์สฟิลด์ตะวันตกเฉียงใต้ และบางส่วนของเบเกอร์สฟิลด์ตะวันตกเฉียงเหนือ
คำถามที่พบบ่อย
กรมทรัพยากรน้ำเบเกอร์สฟิลด์ทำหน้าที่อะไร?
ทำหน้าที่จัดการสิทธิในน้ำของเมืองเบเกอร์สฟิลด์ต่อแม่น้ำ Kern โดยจัดหาน้ำให้แก่เขตน้ำเพื่อการเกษตรและลูกค้าในพื้นที่เบเกอร์สฟิลด์ตะวันตกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงเหนือ
ทำไมเมืองเบเกอร์สฟิลด์จึงต้องเข้าซื้อสิทธิในน้ำของแม่น้ำ Kern?
เพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำใต้ดินที่เกิดจากการบุคลองด้วยคอนกรีตและการขยายตัวของเมือง และเพื่อป้องกันไม่ให้สิทธิในน้ำถูกขายให้กับหน่วยงานภายนอกเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นใน Owens Valley
โครงการบูรณะโครงสร้างพื้นฐานน้ำของเมืองมีอะไรบ้าง?
มีการบูรณะฝายน้ำล้น ประตูระบายน้ำ และการสร้างธนาคารน้ำขนาด 2,800 เอเคอร์ ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นในปี 1985