สนามฝึกซ้อมทางอากาศ แบร์รี เอ็ม. โกลด์วอเตอร์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสนามฝึกซ้อมการทิ้งระเบิดทางอากาศสู่พื้นดินขนาดใหญ่ในรัฐแอริโซนา
- มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่ารัฐคอนเนตทิคัต
- ใช้สำหรับการฝึกซ้อมของกองทัพอากาศสหรัฐฯ กองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ และพันธมิตร NATO
- ตั้งชื่อตามวุฒิสมาชิก แบร์รี เอ็ม. โกลด์วอเตอร์ ผู้มีบทบาทสำคัญในกองทัพอากาศสหรัฐฯ
- เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับผู้อพยพที่ลักลอบเข้าเมืองเนื่องจากเป็นเขตทิ้งระเบิด
สนามฝึกซ้อมทางอากาศ แบร์รี เอ็ม. โกลด์วอเตอร์ (Barry M. Goldwater Air Force Range หรือ BMGR) เดิมมีชื่อว่า สนามฝึกซ้อมทางอากาศลุค (Luke Air Force Range) เป็นพื้นที่ฝึกซ้อมการทิ้งระเบิดทางอากาศสู่พื้นดินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ระหว่างพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก และทางหลวงระหว่างรัฐหมายเลข 8 (Interstate 8) พื้นที่นี้ตั้งอยู่คาบเกี่ยวระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติคาเบซา ปรีเอตา (Cabeza Prieta National Wildlife Refuge) และดินแดนของชนเผ่าโทโฮโน โอโอธัม (Tohono O’odham Nation)

ประวัติและการดำเนินงาน
สนามฝึกซ้อม BMGR ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1941 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้เป็นพื้นที่ฝึกซ้อมการโจมตีทางอากาศสู่พื้นดินสำหรับนักบินของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) และหน่วยงานทหารอื่น ๆ ได้แก่:
- กองทัพอากาศสหรัฐฯ: นักบินที่ขับเครื่องบิน A-10 Thunderbolt จากฐานทัพอากาศเดวิส-มอนธาน, F-16 Fighting Falcon และ F-35 Lightning II จากฐานทัพอากาศลุค และฐานทัพอากาศสำรองแห่งชาติทูซอน
- กองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ: นักบินและเจ้าหน้าที่การบินที่ขับเครื่องบิน F/A-18 Hornet, AV-8B Harrier และ F-35B จากสถานีอากาศนาวิกโยธินยูมา
- พันธมิตร NATO: รวมถึงลูกเรือการบินจากประเทศพันธมิตรที่เข้ามาปฏิบัติการฝึกซ้อมในฐานทัพดังกล่าว
พื้นที่ฝึกซ้อมนี้มีขนาดใหญ่กว่ารัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งทำให้เป็นทรัพยากรการฝึกที่สำคัญยิ่ง โดยรองรับการปฏิบัติการทั้งกลางวันและกลางคืน ประกอบด้วยสนามโจมตีพื้นดินที่ควบคุมโดยเจ้าหน้าที่และมีการให้คะแนนทางอิเล็กทรอนิกส์ 4 แห่ง รวมถึงสนามยุทธวิธี 3 แห่งที่มีพื้นที่ครอบคลุมหลายร้อยตารางไมล์ และมีแบบจำลองสนามบินขนาดเท่าของจริง 2 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสนามบินช่วยกองทัพอากาศกิลา เบนด์ (Gila Bend Air Force Auxiliary Field) ซึ่งใช้เป็นจุดลงจอดฉุกเฉินสำหรับนักบินและลูกเรือระหว่างการฝึกซ้อม
ในด้านการบริหารจัดการ กองทัพอากาศสหรัฐฯ จะเป็นผู้ดูแลพื้นที่ส่วนตะวันออก ในขณะที่กองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ จะเป็นผู้ดูแลพื้นที่ส่วนตะวันตก
ที่มาของชื่อ
สนามฝึกซ้อมแห่งนี้ตั้งชื่อตาม แบร์รี เอ็ม. โกลด์วอเตอร์ (Barry M. Goldwater) วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐแอริโซนา ผู้ดำรงตำแหน่งถึง 5 สมัย โกลด์วอเตอร์มีความผูกพันกับกองทัพอากาศอย่างลึกซึ้ง โดยได้รับยศพันเอกในกองทัพอากาศสหรัฐฯ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นผู้ผลักดันสำคัญในการก่อตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารอากาศสหรัฐฯ (U.S. Air Force Academy) นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ก่อตั้งกองทัพอากาศสำรองแห่งชาติแอริโซนา และเกษียณอายุราชการในยศพลตรี โดยตลอดอาชีพการบินเขาเคยขับเครื่องบินมาแล้วถึง 165 ประเภท
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
พื้นที่ของ BMGR ครอบคลุมภูมิประเทศที่หลากหลายในเขตทะเลทรายและภูเขา ได้แก่:
- ส่วนหนึ่งของทะเลทรายยูมา (Yuma Desert) และเทือกเขา กิลา (Gila Mountains)
- เกือบทั้งหมดของเทือกเขา ตินาฮาส อัลตัส (Tinajas Altas Mountains) และทะเลทรายเลชูกิลลา (Lechuguilla Desert)
- ทั้งหมดของเทือกเขาคอปเปอร์ (Copper Mountains)
- พื้นที่ส่วนใหญ่ของหุบเขาโมฮอว์ก (Mohawk Valley) และส่วนหนึ่งของเทือกเขาโมฮอว์ก (Mohawk Mountains)
- หุบเขาซาน คริสโตบัล (San Cristobal Valley) และเทือกเขาแกรนิต (Granite Mountains)
- พื้นที่ส่วนใหญ่ของหุบเขาไชลด์ส (Childs Valley) และส่วนหนึ่งของหุบเขาโกรว์เลอร์ (Growler Valley)
นอกจากนี้ เส้นทางประวัติศาสตร์ El Camino del Diablo ซึ่งในอดีตใช้เชื่อมต่อระหว่างเมืองยูมา รัฐแอริโซนา และเมืองโซโนอิตา ประเทศเม็กซิโก ยังตัดผ่านพื้นที่สนามฝึกซ้อมแห่งนี้ด้วย
ประเด็นด้านมนุษยธรรมและการลักลอบเข้าเมือง
แม้จะมีการติดตั้งป้ายเตือนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาสเปนรอบบริเวณพรมแดนทางทิศใต้ว่าพื้นที่นี้เป็นทรัพย์สินของรัฐบาลสหรัฐฯ และเป็นสนามฝึกซ้อมการทิ้งระเบิดที่ยังมีการใช้งานอยู่ แต่พื้นที่ BMGR ยังคงเป็นเส้นทางที่อันตรายสำหรับผู้อพยพชาวเม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ และชาวอเมริกากลางและใต้ที่ลักลอบเข้าสู่สหรัฐฯ โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในพื้นที่นี้
เจ้าหน้าที่กู้ภัยอาสาสมัครบางส่วนพยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการขอใบอนุญาตเข้าพื้นที่รายปีและยอมรับความเสี่ยงจากการถูกระเบิด อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าอาสาสมัครบางรายถูกสั่งห้ามเข้าพื้นที่และถูกขู่ว่าจะดำเนินคดีฐานบุกรุก โดยอ้างนโยบายการจัดการขยะในพื้นที่
ในปี ค.ศ. 2018 กลุ่มอาสาสมัครกู้ภัย Aguilas del Desierto (อินทรีแห่งทะเลทราย) รายงานว่าพบศพผู้อพยพจำนวนมากในพื้นที่จำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ค้นหา และเชื่อว่าอาจมีผู้เสียชีวิตอีกหลายร้อยคนที่ยังไม่ถูกค้นพบ เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ทางทหารทำให้การส่งอาหาร น้ำ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทำได้ยากลำบาก
เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง ในปี ค.ศ. 2020 กองทัพบกสหรัฐฯ (U.S. Army Corps of Engineers) ได้ดำเนินการติดตั้งแผงกั้นพรมแดนความสูง 30 ฟุต และน้ำหนัก 3 ตัน ตามแนวพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก บริเวณใกล้กับเมืองยูมา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสนามฝึกซ้อม BMGR
คำถามที่พบบ่อย
สนามฝึกซ้อม BMGR คืออะไร?
คือสนามฝึกซ้อมการทิ้งระเบิดทางอากาศสู่พื้นดินของกองทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ในรัฐแอริโซนา ใช้สำหรับฝึกนักบินจากหลายฐานทัพอากาศและใช้เครื่องบินหลายประเภท เช่น A-10, F-16 และ F-35
ใครเป็นผู้ดูแลพื้นที่ BMGR?
พื้นที่ส่วนตะวันออกดูแลโดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) และพื้นที่ส่วนตะวันตกดูแลโดยกองทัพนาวิกโยธินสหรัฐฯ (USMC)
ทำไมพื้นที่นี้ถึงอันตรายสำหรับผู้อพยพ?
เนื่องจากเป็นเขตฝึกซ้อมการทิ้งระเบิดที่ยังมีการใช้งานอยู่ (Active Bombing Range) และมีภูมิประเทศเป็นทะเลทรายที่ทุรกันดาร ทำให้ผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองมีความเสี่ยงที่จะถูกระเบิดหรือเสียชีวิตจากสภาพแวดล้อม
สนามฝึกซ้อมนี้ตั้งชื่อตามใคร?
ตั้งชื่อตาม แบร์รี เอ็ม. โกลด์วอเตอร์ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากรัฐแอริโซนา และอดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

