← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ยุทธการปิดล้อมที่ฟาแลส จุดจบของกองทัพเยอรมันในนอร์มังดี

สรุปใจความสำคัญ

  • ยุทธการปิดล้อมที่ฟาแลสเป็นการทำลายล้างกองทัพบกกลุ่ม B ของเยอรมนีเกือบทั้งหมดในนอร์มังดี
  • เป็นการประสานงานระหว่างกองทัพสหรัฐฯ อังกฤษ และแคนาดา เพื่อล้อมกรอบทหารเยอรมัน
  • ผลของยุทธการนี้เปิดทางให้สัมพันธมิตรปลดปล่อยกรุงปารีสได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • เนิน 262 เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่กองพลยานเกราะโปแลนด์ต้องป้องกันเพื่อปิดปากถุง

ยุทธการปิดล้อมที่ฟาแลส (อังกฤษ: Falaise Pocket; เยอรมัน: Kessel von Falaise) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 12 ถึง 21 สิงหาคม ค.ศ. 1944 เป็นการปะทะกันครั้งสำคัญและเป็นจุดตัดสินของยุทธการนอร์มังดีในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยกองกำลังสัมพันธมิตรได้ทำการล้อมกรอบกองทัพบกกลุ่ม B (Army Group B) ของเยอรมนี ซึ่งประกอบด้วยกองทัพที่ 7 และกองทัพยานเกราะที่ 5 บริเวณเมืองฟาแลส (Falaise) ในจังหวัดกาลวาดอส ประเทศฝรั่งเศส

ผลลัพธ์ของยุทธการนี้คือกองทัพบกกลุ่ม B ส่วนใหญ่ที่อยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำแซนถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ ซึ่งเป็นการเปิดทางให้กองกำลังสัมพันธมิตรสามารถรุกคืบเข้าสู่กรุงปารีสและมุ่งหน้าไปยังพรมแดนฝรั่งเศส-เยอรมนีได้อย่างรวดเร็ว

แผนที่แสดงการปิดล้อมที่ฟาแลส
แผนที่แสดงตำแหน่งการวางกำลังและการโอบล้อมกองทัพเยอรมันในพื้นที่ฟาแลส

บริบทและเหตุการณ์นำไปสู่การปิดล้อม

หกสัปดาห์หลังจากการยกพลขึ้นบกในวันดี-เดย์ (6 มิถุนายน ค.ศ. 1944) กองกำลังเยอรมันตกอยู่ในสภาวะระส่ำระสายเนื่องจากการสูญเสียทรัพยากรที่ไม่อาจทดแทนได้ในการป้องกันแนวรบ และการที่สัมพันธมิตรครองอากาศได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้การส่งกำลังบำรุงทั้งอาหารและกระสุนของเยอรมนีเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

ความล้มเหลวในการรุกคืบช่วงแรก

ในช่วงแรกของการบุกนอร์มังดี สัมพันธมิตรประสบปัญหาในการบรรลุเป้าหมายตามกำหนดการ เช่น กองทัพอังกฤษที่คาดว่าจะปลดปล่อยเมืองกาง (Caen) ได้ทันที แต่กลับต้องใช้เวลาเกือบสองเดือน และกองทัพสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะควบคุมเมืองแซ็ง-โล (Saint-Lô) ภายในวันที่ 7 มิถุนายน แต่ถูกการต้านทานของเยอรมันยื้อไว้จนกระทั่งเมืองกางได้รับการปลดปล่อย

ปฏิบัติการโคบราและปฏิบัติการบลูโค้ท

เพื่อทำลายทางตัน สัมพันธมิตรได้ดำเนินยุทธวิธีหลายขั้นตอน เริ่มจาก ปฏิบัติการกู๊ดวูด (Operation Goodwood) ในวันที่ 18 กรกฎาคม ตามด้วย ปฏิบัติการโคบรา (Operation Cobra) ในวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ สามารถเจาะทะลวงแนวป้องกันของเยอรมันบริเวณแซ็ง-โล และรุกคืบอย่างรวดเร็ว

ในวันที่ 1 สิงหาคม พลโท จอร์จ เอส. แพตตัน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการกองทัพที่ 3 ของสหรัฐฯ ซึ่งนำกำลังรุกคืบลงใต้และมุ่งหน้าไปทางตะวันออกอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน กองทัพอังกฤษและแคนาดาได้ดำเนิน ปฏิบัติการบลูโค้ท (Operation Bluecoat) เพื่อดึงดูดและตรึงกองกำลังยานเกราะของเยอรมันไว้

การโอบล้อมและการปิดปากถุง

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายพลเบอร์นาร์ด มอนต์โกเมอรี ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของสัมพันธมิตร ได้สั่งการให้กองทัพต่างๆ เคลื่อนที่เข้าหากันในพื้นที่ฟาแลส-ช็องบัว (Falaise–Chambois) เพื่อล้อมกรอบกองทัพบกกลุ่ม B โดยมีโครงสร้างการล้อมดังนี้:

  • ปีกใต้: กองทัพที่ 1 ของสหรัฐฯ
  • ฐานการล้อม: กองทัพอังกฤษ
  • ปีกเหนือ: กองทัพแคนาดา

กองทัพเยอรมันเริ่มถอนตัวในวันที่ 17 สิงหาคม และในวันที่ 19 สิงหาคม กองกำลังสัมพันธมิตรสามารถเชื่อมต่อกันได้ที่เมืองช็องบัว อย่างไรก็ตาม กองทัพเยอรมันได้พยายามตีฝ่าวงล้อมออกไป โดยจุดที่สำคัญที่สุดคือการฝ่าแนวป้องกันของกองพลยานเกราะโปแลนด์ที่ 1 บริเวณเนิน 262 (Hill 262) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ปากถุง

ภายในเย็นวันที่ 21 สิงหาคม วงล้อมถูกปิดสนิท โดยคาดว่ามีทหารเยอรมันประมาณ 50,000 นายถูกกักขังอยู่ภายใน และมีทหารอีกประมาณ 20,000 ถึง 50,000 นายที่สามารถตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ก่อนที่ปากถุงจะปิดลง

ผลกระทบและบทสรุป

การล่มสลายของกองทัพบกกลุ่ม B นำไปสู่การปลดปล่อยกรุงปารีสในเวลาเพียงไม่กี่วันต่อมา และในวันที่ 30 สิงหาคม กองกำลังที่เหลือของกองทัพบกกลุ่ม B ได้ถอยร่นข้ามแม่น้ำแซน ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของ ปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด (Operation Overlord) อย่างสมบูรณ์

หัวข้อกองกำลังสัมพันธมิตรกองกำลังเยอรมัน (ในวงล้อม)
จำนวนทหารประมาณ 580,000 นายประมาณ 200,000 นาย
รถถังและปืนจู่โจม3,000 คัน719 คัน
ปืนใหญ่6,780 กระบอก988 กระบอก
อากาศยาน1,800 เครื่อง-
ยานพาหนะ64,400 คัน9,802 คัน

คำถามที่พบบ่อย

ยุทธการปิดล้อมที่ฟาแลสเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 12 ถึง 21 สิงหาคม ค.ศ. 1944 ในช่วงท้ายของยุทธการนอร์มังดี

เป้าหมายหลักของยุทธการนี้คืออะไร?

เพื่อล้อมกรอบและทำลายกองทัพบกกลุ่ม B ของเยอรมนีที่ติดอยู่ในพื้นที่นอร์มังดี เพื่อให้สามารถรุกคืบเข้าสู่ปารีสและพรมแดนเยอรมนีได้

ใครคือผู้บัญชาการหลักของฝ่ายสัมพันธมิตรในยุทธการนี้?

นายพลเบอร์นาร์ด มอนต์โกเมอรี เป็นผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของสัมพันธมิตรที่สั่งการให้เกิดการโอบล้อม

ทหารเยอรมันสามารถหนีออกจากวงล้อมได้หรือไม่?

มีทหารเยอรมันประมาณ 20,000 ถึง 50,000 นายที่สามารถตีฝ่าวงล้อมออกไปได้ก่อนที่ปากถุงจะปิดสนิทในวันที่ 21 สิงหาคม