ยุทธการที่ลั่วหยาง (ค.ศ. 328–329)
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นการรบระหว่างรัฐจ้าวหน้า (Former Zhao) และรัฐจ้าวหลัง (Later Zhao) ในช่วงปี ค.ศ. 328–329
- ผลลัพธ์คือชัยชนะเด็ดขาดของรัฐจ้าวหลัง นำไปสู่การจับกุมจักรพรรดิหลิวเหยาแห่งรัฐจ้าวหน้า
- ชัยชนะครั้งนี้ทำให้รัฐจ้าวหลังกลายเป็นอำนาจหลักในจีนตอนเหนือเป็นเวลา 19 ปี
- มีการใช้กลยุทธ์ทำลายเขื่อนเฉียนจินเพื่อให้น้ำท่วมป้อมจินยงในระหว่างการรบ
ยุทธการที่ลั่วหยาง เป็นการปะทะทางทหารครั้งสำคัญในช่วงยุคหกราชวงศ์ (Sixteen Kingdoms) ของจีน โดยเป็นการสู้รบระหว่าง รัฐจ้าวหลัง (Later Zhao) และ รัฐจ้าวหน้า (Former Zhao) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค.ศ. 328 ถึงวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 329 ผลลัพธ์ของการรบครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะอย่างเด็ดขาดของรัฐจ้าวหลัง และการจับกุมตัวจักรพรรดิหลิวเหยาแห่งรัฐจ้าวหน้า ซึ่งส่งผลให้รัฐจ้าวหลังสามารถแผ่อำนาจครอบคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของจีนได้ยาวนานถึง 19 ปีต่อมา
ภูมิหลังและความขัดแย้ง
ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 319 เมื่อความตึงเครียดระหว่างจักรพรรดิหลิวเหยา (Liu Yao) แห่งราชวงศ์ฮั่น และแม่ทัพสือเล่อ (Shi Le) นำไปสู่การแยกตัวของอาณาจักร หลิวเหยาได้ย้ายเมืองหลวงไปทางตะวันตกสู่ฉางอันและสถาปนาราชวงศ์จ้าว (ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า "รัฐจ้าวหน้า") ในขณะที่สือเล่อได้ประกาศเอกราชทางตะวันออกที่เมืองเซียงกั๋วและสถาปนาตนเองเป็นเจ้าชายแห่งจ้าว (ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า "รัฐจ้าวหลัง")
ในช่วงแรก ทั้งสองรัฐอยู่ในสภาวะคุมเชิงกันจนกระทั่งปี ค.ศ. 324 เมื่อสือเซิ่ง (Shi Sheng) บุตรบุญธรรมของสือเล่อ ได้โจมตีและยึดครองพื้นที่ในเหอหนาน ทำให้เกิดสงครามยืดเยื้อระหว่างรัฐจ้าวทั้งสองในบริเวณมณฑลเหอตงและหงหนง
การปะทะเบื้องต้น ยุทธการที่ทุ่งราบเกาโฮ่ว
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 328 สือหู (Shi Hu) นำกองกำลัง 40,000 นาย โจมตีมณฑลเหอตงและมุ่งหน้าสู่ผู่ป่าน เพื่อตอบโต้ หลิวเหยานำกองทัพบกและกองทัพเรือรวม 100,000 นาย ข้ามแม่น้ำเหลืองเพื่อช่วยเหลือผู่ป่าน
การเผชิญหน้าครั้งสำคัญเกิดขึ้นที่ ทุ่งราบเกาโฮ่ว (Gaohou Plain) ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือกันยายน ซึ่งหลิวเหยาได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น สามารถสังหารทหารของสือหูได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงสือจ้าน (Shi Zhan) บุตรบุญธรรมของสือหู และยึดเสบียงกรังได้มหาศาล
การรุกรานลั่วหยางและการล้อมป้อมจินยง
หลังจากชัยชนะที่ทุ่งราบเกาโฮ่ว หลิวเหยาได้ข้ามแม่น้ำเหลืองอีกครั้งและเข้าโจมตี ป้อมจินยง (Jinyong Fortress) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของลั่วหยาง ซึ่งมีสือเซิ่งเป็นผู้รักษาการ หลิวเหยาใช้กลยุทธ์ทำลายเขื่อนเฉียนจิน (Qianjin Dam) เพื่อให้น้ำท่วมป้อม พร้อมกับส่งกองกำลังแยกไปโจมตีมณฑลจีและเหอเน่ย
การรุกรานครั้งนี้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับราชสำนักของรัฐจ้าวหลังที่เซียงกั๋ว เนื่องจากเจ้าเมืองหลายแห่ง เช่น อินจวี้ (Yin Ju) และจางจิน (Zhang Jin) ต่างยอมจำนนต่อหลิวเหยา
การโต้กลับของสือเล่อ
ในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม ค.ศ. 328 สือเล่อตัดสินใจนำทัพออกรบด้วยตนเอง แม้ว่าขุนนางหลายคนจะคัดค้านด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่สือเล่อได้รับคำยืนยันจากสวี่กวง (Xu Guang) และพระภิกษุโฟทูเฉิง (Fotu Cheng) ว่าจะได้รับชัยชนะ
สือเล่อนำทหาร 40,000 นาย ข้ามแม่น้ำเหลืองและมุ่งหน้าสู่ซิงหยาง โดยพบว่าหลิวเหยาไม่ได้วางกำลังป้องกันที่ด่านเฉิงเกาตามที่คาดไว้ ทำให้สือเล่อสามารถรุกคืบเข้าสู่พื้นที่ลั่วหยางได้อย่างรวดเร็ว
ความประมาทของหลิวเหยา
ในขณะที่สือเล่อกำลังเคลื่อนทัพ หลิวเหยากลับใช้เวลาไปกับการดื่มสุราและสังสรรค์กับขุนนางใกล้ชิด โดยเพิกเฉยต่อคำเตือนของนายทหาร หลิวเหยาเริ่มเตรียมการป้องกันที่ด่านหวงหม่าและริมแม่น้ำลั่วก็ต่อเมื่อทราบข่าวว่าสือเล่อได้ข้ามแม่น้ำเหลืองมาแล้วเท่านั้น
เมื่อสือเล่อมาถึงลั่วหยาง เขาพบว่ากองทัพของหลิวเหยาขาดการเตรียมพร้อมอย่างรุนแรง ซึ่งเปิดโอกาสให้รัฐจ้าวหลังเข้าควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้
คำถามที่พบบ่อย
ยุทธการที่ลั่วหยางเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด?
เกิดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคม ค.ศ. 328 ถึงวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 329 ในยุคหกราชวงศ์ของจีน
ใครคือผู้นำทัพที่สำคัญในยุทธการนี้?
ผู้นำที่สำคัญคือจักรพรรดิหลิวเหยาแห่งรัฐจ้าวหน้า และสือเล่อแห่งรัฐจ้าวหลัง
ผลลัพธ์ของยุทธการนี้ส่งผลอย่างไรต่อประวัติศาสตร์จีน?
ทำให้รัฐจ้าวหลังได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดและสามารถครอบครองพื้นที่ทางตอนเหนือของจีนได้เกือบทั้งหมด ส่งผลให้รัฐจ้าวหน้าล่มสลายในเวลาต่อมา
ทำไมหลิวเหยาถึงพ่ายแพ้ในท้ายที่สุด?
ส่วนหนึ่งเกิดจากความประมาทของหลิวเหยาที่ใช้เวลาไปกับการดื่มสุราและเพิกเฉยต่อคำเตือนของนายทหารในช่วงที่สือเล่อกำลังเคลื่อนทัพ


