ทีมฟุตบอลเบย์ลอร์แบร์ส
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสมาชิกของคอนเฟอเรนซ์ Big 12 ในระดับดิวิชัน I FBS
- คว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์เซาท์เวสต์ (SWC) หลายครั้ง รวมถึงปี 1915, 1916, 1922, 1924, 1974 และ 1980
- สร้างเหตุการณ์ 'ปาฏิหาริย์แห่งบราโซส' ในปี 1974 โดยพลิกกลับมาเอาชนะทีมเท็กซัส
- เป็นผู้ริเริ่มประเพณีการจัดงาน Homecoming ครั้งแรกของโลกในปี 1909
ทีมฟุตบอลเบย์ลอร์แบร์ส (Baylor Bears) เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนของมหาวิทยาลัยเบย์ลอร์ (Baylor University) ที่แข่งขันในระดับดิวิชัน I ของระบบฟุตบอลมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา (FBS) โดยเป็นสมาชิกของคอนเฟอเรนซ์ Big 12
ในด้านสนามแข่งขัน ทีมเบย์ลอร์แบร์สเคยใช้สนามเบย์ลอร์สเตเดียม (Baylor Stadium) ซึ่งต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสนามฟลอยด์ เคซีย์ (Floyd Casey Stadium) ในปี 1988 เป็นเวลานานถึง 64 ฤดูกาล ก่อนที่จะย้ายมาใช้สนามแมคเลน (McLane Stadium) ซึ่งตั้งอยู่ภายในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ฤดูกาล 2014 เป็นต้นมา

ประวัติความเป็นมา
ยุคเริ่มต้น
ทีมฟุตบอลของมหาวิทยาลัยเบย์ลอร์เริ่มก่อตั้งและแข่งขันในปี 1898 โดยในช่วงแรกใช้สนามที่ไม่มีชื่อเรียกใกล้กับวิทยาเขต ต่อมาในปี 1905 ได้ย้ายไปใช้สนามแคร์รอล (Carroll Field) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอาคารวิทยาศาสตร์แคร์รอลและลำธารเวโกครีก (Waco Creek)

มหาวิทยาลัยเบย์ลอร์เริ่มใช้ชื่อมาสคอต "เบย์ลอร์แบร์ส" (Baylor Bears) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 1914 และในปีเดียวกันนั้นเอง เบย์ลอร์ก็ได้กลายเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของคอนเฟอเรนซ์เซาท์เวสต์ (Southwest Conference - SWC)
ในช่วงปี 1899-1900 ทีมได้รับการนำโดยโค้ช อาร์.เอช. แฮมิลตัน (R.H. Hamilton) ซึ่งทำสถิติชนะ 5 แพ้ 1 เสมอ 1 โดยในปี 1899 เบย์ลอร์ได้เริ่มการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเท็กซัสเอแอนด์เอ็ม (Texas A&M) ซึ่งกลายเป็นคู่ปรับสำคัญในชื่อ "การต่อสู้แห่งบราโซส" (Battle of the Brazos) ต่อมาในปี 1901 ภายใต้การนำของโค้ช ดับเบิลยู.เจ. ริตชี (W.J. Ritchie) ทีมได้เริ่มแข่งขันกับมหาวิทยาลัยเท็กซัส (Texas) และมหาวิทยาลัยคริสเตียนเท็กซัส (TCU) ซึ่ง TCU ถือเป็นหนึ่งในคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเบย์ลอร์จนกระทั่งการยุบตัวของ SWC ในปี 1995

ทีมฟุตบอลเบย์ลอร์มีช่วงที่ไม่ได้ส่งทีมแข่งขันอยู่ 3 ฤดูกาล ได้แก่ ปี 1906 (เนื่องจากมีการสั่งห้ามการเล่นฟุตบอลเพราะความรุนแรงในเกม), ปี 1943 และปี 1944 (ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2)
ความสำเร็จในยุค SWC และการแข่งขันโบวล์
เบย์ลอร์ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ SWC ในปี 1915, 1916, 1922 และ 1924 โดยในปี 1957 ทีมได้สร้างประวัติศาสตร์เอาชนะทีมเทนเนสซี โวลันเทียร์ส (Tennessee Volunteers) ซึ่งในขณะนั้นเป็นทีมอันดับ 2 ของประเทศ ในการแข่งขันชูการ์โบวล์ (Sugar Bowl) ด้วยคะแนน 13-7 ซึ่งถือเป็นการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีอันดับสูงที่สุดเท่าที่เบย์ลอร์เคยทำได้ในขณะนั้น
ปาฏิหาริย์แห่งบราโซส (Miracle on the Brazos)
ในปี 1974 เบย์ลอร์สร้างเหตุการณ์ที่ถูกขนานนามว่า "ปาฏิหาริย์แห่งบราโซส" โดยก่อนเริ่มฤดูกาลนั้น ทีมเบย์ลอร์มีสถิติแพ้ให้กับทีมเท็กซัส ลองฮอร์นส์ (Texas Longhorns) ติดต่อกันถึง 16 นัด และในเกมดังกล่าวเบย์ลอร์ตามหลังถึง 24-7 ในช่วงครึ่งแรก แต่สามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ 34-24 ส่งผลให้เบย์ลอร์คว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ SWC ในปีนั้นและได้เข้าแข่งขันในคอตตอนโบวล์ (Cotton Bowl) เป็นครั้งแรก
ยุคของแกรนท์ ทีฟฟ์ (1972–1992)
แกรนท์ ทีฟฟ์ (Grant Teaff) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโค้ชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม โดยเขานำทีมคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ในปี 1974 และปี 1980 ซึ่งในปี 1980 ทีมได้เข้าแข่งขันในคอตตอนโบวล์เพื่อพบกับทีมอะลาบามา คริมสัน ไทด์ (Alabama Crimson Tide)
ประเพณีและวัฒนธรรม
- Baylor Line: ประเพณีการต้อนรับทีมฟุตบอลเข้าสู่สนาม
- มาสคอตหมีมีชีวิต: เบย์ลอร์ใช้หมีเป็นมาสคอตที่มีชีวิตมาตั้งแต่ปี 1915
- Homecoming: เบย์ลอร์อ้างว่าเป็นผู้ริเริ่มการจัดงานโฮมคัมมิ่ง (Homecoming) ครั้งแรกของโลกในปี 1909 ซึ่งประกอบด้วยขบวนพาเหรด คอนเสิร์ต และกองไฟ
คำถามที่พบบ่อย
ทีมฟุตบอลเบย์ลอร์แบร์สสังกัดคอนเฟอเรนซ์ใด?
ปัจจุบันทีมฟุตบอลเบย์ลอร์แบร์สเป็นสมาชิกของคอนเฟอเรนซ์ Big 12
สนามเหย้าปัจจุบันของทีมเบย์ลอร์แบร์สคือสนามใด?
สนามเหย้าปัจจุบันคือสนามแมคเลน (McLane Stadium) ซึ่งเริ่มใช้งานตั้งแต่ฤดูกาล 2014
เหตุการณ์ 'ปาฏิหาริย์แห่งบราโซส' คืออะไร?
คือเหตุการณ์ในปี 1974 ที่ทีมเบย์ลอร์พลิกกลับมาเอาชนะทีมเท็กซัส ลองฮอร์นส์ หลังจากตามหลังในครึ่งแรก ส่งผลให้ทีมคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ SWC และเข้าแข่งขันในคอตตอนโบวล์เป็นครั้งแรก
ใครคือโค้ชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของเบย์ลอร์?
แกรนท์ ทีฟฟ์ (Grant Teaff) ซึ่งนำทีมคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ในปี 1974 และ 1980
เบย์ลอร์มีประเพณีที่โดดเด่นอะไรบ้าง?
ประเพณีที่สำคัญ ได้แก่ Baylor Line, การใช้มาสคอตหมีมีชีวิต และการจัดงาน Homecoming ซึ่งเบย์ลอร์อ้างว่าเป็นผู้ริเริ่มรายแรกของโลก
