Beherit วงแบล็คเมทัลระดับตำนานจากฟินแลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 1989 ที่เมืองโรวานิเอมิ ประเทศฟินแลนด์
- อัลบั้ม Drawing Down the Moon (1993) ถูกยกย่องให้เป็นผลงานระดับคลาสสิกของแนวแบล็คเมทัล
- มีการทดลองดนตรีแนว Dark Ambient ในช่วงปี 1994-1996
Beherit เป็นวงดนตรีแนวแบล็คเมทัล (Black Metal) จากเมืองโรวานิเอมิ ประเทศฟินแลนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1989 โดย Nuclear Holocausto Vengeance (Marko Laiho), Demonic Fornication (Jari Vaarala) และ Sodomatic Slaughter (Jari Pirinen) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสรรค์ดนตรีแบล็คเมทัลที่ "ดิบเถื่อน ป่าเถื่อน และหมกมุ่นในนรกมากที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้"
จุดเริ่มต้นและยุคแรก (1989–1990)
ในช่วงเริ่มต้น Beherit สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในฐานะวงดนตรีใต้ดินด้วยเสียงดนตรีที่ดิบและไม่เน้นการพาณิชย์ รวมถึงการแสดงสดที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งมีการใช้หัวหมูและแพะบนเวที เพื่อสร้างบรรยากาศที่มืดมนและลึกลับ ในปี 1990 วงได้ปล่อยเดโมสามชุด ได้แก่ Seventh Blasphemy, Morbid Rehearsals และ Demonomancy ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับความสนใจจากกลุ่มแฟนเพลงแนวนี้อย่างกว้างขวาง
อัลบั้ม The Oath of Black Blood และความขัดแย้งกับค่ายเพลง
ในปี 1991 วงได้ออกอัลบั้มรวมเพลง The Oath of Black Blood ซึ่งเป็นดนตรีแบล็คเมทัลแบบดั้งเดิมที่รวดเร็วและรุนแรง โดยได้รับอิทธิพลจากเดธเมทัล, แทรชเมทัล และกรินด์คอร์ อย่างไรก็ตาม อัลบั้มนี้เกิดจากความขัดแย้งกับค่ายเพลง Turbo Music ที่นำเดโม Demonomancy และ EP Dawn of Satan's Millennium มาออกจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางวง ทำให้ Marko Laiho ถึงกับกล่าวว่าเขาเกลียดอัลบั้มนี้เพราะคุณภาพการบันทึกเสียงที่ต่ำเกินไป
จุดสูงสุดกับ Drawing Down the Moon (1993)
อัลบั้ม Drawing Down the Moon ที่ปล่อยออกมาในปี 1993 ถือเป็นผลงานที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ Beherit และถูกยกย่องให้เป็นผลงานระดับคลาสสิกของแนวแบล็คเมทัล อัลบั้มนี้มีความโดดเด่นด้วยการทดลองใช้เสียงกระซิบ และเสียงสังเคราะห์ (Synth) ที่สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ในอวกาศ ทำให้เกิดความรู้สึกสะกดจิตและมืดมน ซึ่งแตกต่างจากแบล็คเมทัลทั่วไปในยุคนั้น
การเปลี่ยนผ่านสู่ดนตรีแอมเบียนต์ (1994–1996)
หลังจากความสำเร็จของ Drawing Down the Moon วงได้แยกทางกันในปี 1994 แต่ Marko Laiho ยังคงใช้ชื่อ Beherit ในการทำโปรเจกต์เดี่ยว โดยเปลี่ยนแนวทางดนตรีไปเป็น Dark Ambient ในอัลบั้ม H418ov21.C (1994) และ Electric Doom Synthesis (1996) ซึ่งแม้จะเป็นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด แต่ยังคงรักษาบรรยากาศความมืดมนแบบแบล็คเมทัลเอาไว้
การกลับมาและผลงานยุคหลัง (2008–ปัจจุบัน)
Beherit กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2008 โดยมีสมาชิกดั้งเดิมอย่าง Nuclear Holocausto และ Sodomatic Slaughter พร้อมสมาชิกใหม่ เพื่อออกอัลบั้ม Engram ในปี 2009 ซึ่งเป็นการกลับสู่แนวแบล็คเมทัลเต็มตัว และล่าสุดในปี 2020 ได้ออกอัลบั้ม Bardo Exist ซึ่งเป็นการกลับไปสู่สไตล์แบล็คแอมเบียนต์อีกครั้ง
ความขัดแย้ง "Dark War"
Beherit เป็นหนึ่งในวงบุกเบิกของแบล็คเมทัลคลื่นลูกที่สอง (Second Wave) และมีส่วนสำคัญในการทำให้ฉากดนตรีฟินแลนด์เป็นที่รู้จัก ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งกับวงจากนอร์เวย์ที่ถูกเรียกว่า "Dark War" ซึ่งเกิดจากความเข้าใจผิดและการล้อเล่นกันระหว่างนักดนตรีในยุคนั้น
คำถามที่พบบ่อย
Beherit เป็นวงดนตรีแนวไหน?
เริ่มต้นด้วยแนวแบล็คเมทัล (Black Metal) ที่มีความดิบและป่าเถื่อน ก่อนจะทดลองทำดนตรีแนว Dark Ambient ในเวลาต่อมา
อัลบั้มที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ Beherit คืออัลบั้มอะไร?
อัลบั้ม Drawing Down the Moon ซึ่งโดดเด่นด้วยการสร้างบรรยากาศที่มืดมนและมีการใช้เสียงสังเคราะห์
ความหมายของชื่อวง Beherit คืออะไร?
ตามแหล่งข้อมูลบางแห่ง ระบุว่า Beherit เป็นคำในภาษาซีเรียคที่หมายถึงปีศาจ

