การลงประชามติเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของเบลเยียม ค.ศ. 1950
สรุปใจความสำคัญ
- การลงประชามติเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1950 เพื่อตัดสินการกลับคืนสู่พระราชอำนาจของพระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 3
- ผลการลงคะแนนในภาพรวมคือร้อยละ 58 เห็นชอบให้พระมหากษัตริย์กลับคืนสู่ประเทศ
- ผลการลงคะแนนสะท้อนความแตกแยกทางภูมิภาคอย่างชัดเจน โดยฟลานเดอร์สสนับสนุน (72%) แต่วอลโลเนียคัดค้าน (58%)
การลงประชามติในเบลเยียมเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1950 เป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเพื่อตัดสินว่าประชาชนจะอนุญาตให้ พระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 3 (King Leopold III) กลับคืนสู่ประเทศเบลเยียม และฟื้นฟูพระราชอำนาจและหน้าที่ในฐานะพระมหากษัตริย์หรือไม่ ผลการลงประชามติปรากฏว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งร้อยละ 58 เห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว
ภูมิหลังและสาเหตุของความขัดแย้ง
พระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 3 ทรงถูกบีบให้ลี้ภัยออกจากเบลเยียมในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1944 ตามคำสั่งของไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ (Heinrich Himmler) และถูกคุมขังโดยกองทัพนาซีในเมืองสโตรบล ประเทศออสเตรีย จนกระทั่งเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1945 เมื่อทรงได้รับอิสรภาพจากการช่วยเหลือของหน่วยทหารม้าที่ 106 ของสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของพระองค์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ส่งผลให้พระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 3 ต้องประทับลี้ภัยอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์จนถึงปี ค.ศ. 1950 โดยมีเจ้าชายชาร์ลส์ เคานต์แห่งฟลานเดอร์ส (Prince Charles, Count of Flanders) พระอนุชา ทรงปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ภายหลังการปลดปล่อยเบลเยียมในปี ค.ศ. 1944
ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1949 พรรคคาทอลิกซึ่งสนับสนุนการกลับคืนสู่พระราชอำนาจของพระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 3 ได้รับเสียงข้างมากในวุฒิสภา และได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเสรีนิยม ซึ่งนำไปสู่การกำหนดวันลงประชามติในวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1950 ตามความประสงค์ของพระมหากษัตริย์
ในขณะเดียวกัน พอล-อองรี สปาอัก (Paul-Henri Spaak) ผู้นำพรรคสังคมนิยม ได้คัดค้านการจัดลงประชามติครั้งนี้ โดยคาดการณ์ว่าผลคะแนนอาจจะออกมาอยู่ในช่วงร้อยละ 55 ถึง 65 ซึ่งไม่ถือเป็นอาณัติที่เด็ดขาด และที่สำคัญคือจะเกิดความแตกแยกทางภูมิศาสตร์ โดยคาดว่าชาวฟลานเดอร์ส (Flanders) จะสนับสนุน แต่ชาววอลโลเนีย (Wallonia) จะคัดค้าน ซึ่งจะสร้างความตึงเครียดระหว่างภูมิภาคในเบลเยียม

ผลการลงประชามติ
คำถามที่ใช้ในการลงประชามติคือการขอความเห็นชอบให้พระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 3 กลับคืนสู่พระราชอำนาจ ผลการลงคะแนนสรุปได้ดังนี้:
- ภาพรวมทั้งประเทศ: ผู้ลงคะแนนร้อยละ 58 เห็นชอบให้พระองค์กลับคืนสู่พระราชอำนาจ
- ภูมิภาคฟลานเดอร์ส (Flanders): ร้อยละ 72 เห็นชอบ
- ภูมิภาควอลโลเนีย (Wallonia): ร้อยละ 58 คัดค้าน
- กรุงบรัสเซลส์ (Brussels): ร้อยละ 52 คัดค้าน
ผลลัพธ์นี้ยืนยันตามข้อกังวลของ พอล-อองรี สปาอัก ที่ว่าการลงประชามติจะเผยให้เห็นความแตกแยกอย่างรุนแรงระหว่างพื้นที่ทางตอนเหนือ (ที่พูดภาษาดัตช์) และตอนใต้ (ที่พูดภาษาฝรั่งเศส) ของประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมพระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 3 ถึงต้องลี้ภัยก่อนการลงประชามติ?
พระองค์ถูกสั่งให้ลี้ภัยโดยนาซีเยอรมันในปี ค.ศ. 1944 และต่อมาเกิดความขัดแย้งทางการเมืองเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระองค์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องประทับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์จนถึงปี ค.ศ. 1950
ผลการลงประชามติในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันอย่างไร?
มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยในภูมิภาคฟลานเดอร์สมีผู้เห็นชอบถึงร้อยละ 72 ในขณะที่ภูมิภาควอลโลเนียร้อยละ 58 และกรุงบรัสเซลส์ร้อยละ 52 ลงคะแนนคัดค้าน
ใครคือผู้คัดค้านการลงประชามติครั้งนี้และเพราะเหตุใด?
พอล-อองรี สปาอัก ผู้นำพรรคสังคมนิยม เป็นผู้คัดค้าน เนื่องจากเขามองว่าผลคะแนนที่ก้ำกึ่งและความแตกต่างระหว่างภูมิภาคจะนำไปสู่ความไม่สงบและความโกรธแค้นระหว่างชาวฟลานเดอร์สและชาววอลโลเนีย
