เบลลาโจ เมืองริมทะเลสาบโคโมที่สวยที่สุดในอิตาลี
สรุปใจความสำคัญ
- ตั้งอยู่บนจุดบรรจบของแขนสองข้างของทะเลสาบโคโม ในแคว้นลอมบาร์ดี ประเทศอิตาลี
- มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคหินเก่า (30,000 ปีก่อน) และเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของชาวกอลและชาวโรมัน
- เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ Triangolo lariano ซึ่งมีชื่อเสียงด้านความงามทางธรรมชาติและทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์
เบลลาโจ (ภาษาอิตาลี: Bellagio) เป็นเทศบาล (comune) ในจังหวัดโคโม แคว้นลอมบาร์ดี ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของทะเลสาบโคโม (Lake Como) หรือที่รู้จักในชื่อละตินว่า ลาริโอ (Lario) โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนปลายคาบสมุทรซึ่งเป็นจุดที่ทะเลสาบแยกออกเป็นสองแขนทางทิศใต้ ก่อให้เกิดพื้นที่ที่เรียกว่า Triangolo lariano (สามเหลี่ยมลาริโอ)
ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์ทางตอนเหนือและผืนน้ำที่กว้างขวาง ทำให้เบลลาโจเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านความงามทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรม โดยปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Comunità montana del Triangolo lariano ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองคันโซ (Canzo)

ประวัติศาสตร์ของเบลลาโจ
ยุคเริ่มต้นและยุคก่อนประวัติศาสตร์
หลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์รอบบริเวณเบลลาโจสามารถย้อนกลับไปได้ถึงยุคหินเก่า (Paleolithic) ประมาณ 30,000 ปีก่อน โดยในช่วงศตวรรษที่ 7 ถึง 5 ก่อนคริสตกาล คาดว่ามีการสร้าง castellum หรือนิคมป้อมปราการบนยอดเขา ซึ่งอาจใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและศูนย์กลางการค้าสำหรับหมู่บ้านต่าง ๆ รอบทะเลสาบ
ตั้งแต่ประมาณ 400 ปีก่อนคริสตกาล เผ่าอินซูเบรส (Insubres) ซึ่งเป็นชนเผ่าเซลติก ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นกลุ่มแรกในบริเวณนี้ โดยครอบครองชายฝั่งตะวันตกของทะเลสาบโคโมจนถึงจุดกึ่งกลาง ต่อมาในช่วงประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาล ชาวกอล (Gauls) ภายใต้การนำของเบลโลเวโซ (Belloveso) ได้เข้ายึดครองและสถาปนาอำนาจในมิลานและโคโม โดยใช้เบลลาโจเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหารทางตอนเหนือสุดของดินแดน
ยุคโรมัน
ในปี 225 ก่อนคริสตกาล ชาวโรมันเริ่มขยายอำนาจขึ้นสู่ทิศเหนือและเข้ายึดครองดินแดนของชาวกอล-อินซูเบรส กองทัพโรมันภายใต้การนำของกงสุล มาร์คัส คลาวดิอุส มาร์เซลลัส (Marcus Claudius Marcellus) สามารถเอาชนะศัตรูได้ที่บริเวณคาเมอร์ลาตา (Camerlata) ทำให้โรมันเข้าควบคุมเมืองโคโมและชายฝั่งทะเลสาบทั้งหมด
เบลลาโจกลายเป็นจุดพักทัพและจุดส่งกำลังบำรุงสำหรับกองทัพโรมันที่มุ่งหน้าไปยังแคว้นเรเทีย (Raetia) และช่องเขา สปลูเกน (Splügen Pass) โดยบริเวณที่ตั้งของวิลลา เซอร์เบลโลนี (Villa Serbelloni) ในปัจจุบัน เคยเป็นจุดที่กองทัพโรมันใช้พักแรมในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากมีสภาพอากาศที่อบอุ่นและกำบังลมเหนือได้ดี

ในด้านเกษตรกรรม ชาวโรมันได้นำพืชพรรณจากเมดิเตอร์เรเนียนเข้ามาปลูก เช่น มะกอก และใบกระวาน (Bay Laurel) ซึ่งเชื่อกันว่าชื่อละตินของใบกระวานคือ Laurus เป็นที่มาของชื่อเรียกทะเลสาบโคโมในภาษาละตินว่า Larius
ยุคกลางและการเปลี่ยนแปลงอำนาจ
ในช่วงยุคการอพยพ (Migration Period) นายพลนาร์เซส (Narses) ภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิยุสติเนียนที่ 1 ได้สร้างแนวป้องกันตามแนวทะเลสาบโคโมเพื่อต่อต้านชาวกอธ (Goths) โดยมีการสร้างป้อมปราการที่เบลลาโจ และเกาะอิโซลา โคมาซินา (Isola Comacina)
ต่อมาในปี ค.ศ. 568 ชาวลอมบาร์ด (Lombards) ได้เข้ายึดครองหุบเขาแอลป์และพื้นที่ริมทะเลสาบ รวมถึงป้อมปราการที่เบลลาโจด้วย จนกระทั่งในยุคของพระเจ้าชาร์เลอมาญ (Charlemagne) ชาวแฟรงก์ (Franks) ได้เข้าพิชิตชาวลอมบาร์ดในปี ค.ศ. 773 และแบ่งดินแดนออกเป็นเคาน์ตี (Counties) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของระบบฟิวดัลในพื้นที่นี้ โดยเบลลาโจตกอยู่ภายใต้การปกครองของเคาน์ตีแห่งมิลาน

ลักษณะทางภูมิศาสตร์และจุดเด่น
เบลลาโจตั้งอยู่บนจุดบรรจบของแขนสองข้างของทะเลสาบโคโม ทำให้เมืองนี้มีลักษณะเป็นคาบสมุทรที่ยื่นออกไปในน้ำ ทัศนียภาพที่โดดเด่นคือการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบอิตาลีคลาสสิก บ้านเรือนสีสันสดใส และสวนพฤกษศาสตร์ที่สวยงาม โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ที่ปกคลุมด้วยหิมะในบางฤดูกาล
คำถามที่พบบ่อย
เบลลาโจตั้งอยู่ที่ไหน?
เบลลาโจเป็นเมืองในจังหวัดโคโม แคว้นลอมบาร์ดี ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บนคาบสมุทรที่จุดแยกของแขนสองข้างของทะเลสาบโคโม
ทำไมเบลลาโจถึงมีความสำคัญในยุคโรมัน?
ในยุคโรมัน เบลลาโจเป็นจุดพักทัพและจุดส่งกำลังบำรุงที่สำคัญสำหรับกองทัพที่มุ่งหน้าไปยังแคว้นเรเทียและช่องเขาสปลูเกน รวมถึงเป็นจุดพักแรมในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากสภาพอากาศที่อบอุ่น
ชื่อ Larius ของทะเลสาบโคโมมีที่มาจากอะไร?
เชื่อกันว่ามาจากคำว่า Laurus ซึ่งเป็นภาษาละตินที่แปลว่าใบกระวาน ซึ่งเป็นพืชที่ชาวโรมันนำเข้ามาปลูกในบริเวณนี้
เบลลาโจมีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับชนเผ่าใดบ้าง?
เบลลาโจมีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับชนเผ่าอินซูเบรส (เซลติก), ชาวกอล, ชาวโรมัน และชาวลอมบาร์ด ตามลำดับการเข้าครอบครองดินแดน