← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เบนจามิน ซี. เคดาร์ นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามครูเสด

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็ม
  • ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านประวัติศาสตร์ยุคกลางและสงครามครูเสด โดยเน้นการศึกษาเชิงเปรียบเทียบ
  • อดีตประธานสมาคมการศึกษาเรื่องสงครามครูเสดและตะวันออกละติน (SSCLE)
  • ได้รับรางวัลสูงสุดทางวิชาการของอิสราเอล คือ รางวัลอิสราเอล (Israel Prize) ในปี 2020

เบนจามิน เซฟ เคดาร์ (Benjamin Ze'ev Kedar; เกิด 2 กันยายน ค.ศ. 1938) เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวอิสราเอล และศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็ม (Hebrew University of Jerusalem) เขาเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงวิชาการระดับนานาชาติ โดยเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมการศึกษาเรื่องสงครามครูเสดและตะวันออกละติน (Society for the Study of the Crusades and the Latin East) ระหว่างปี ค.ศ. 1995–2002 และประธานคณะกรรมการบริหารของหน่วยงานโบราณคดีอิสราเอล (Israel Antiquities Authority) ระหว่างปี ค.ศ. 2000–2012 รวมถึงดำรงตำแหน่งรองประธานสถาบันวิทยาศาสตร์และมนุษยศาสตร์แห่งอิสราเอล (Israel Academy of Sciences and Humanities) ระหว่างปี ค.ศ. 2010–2015

ภาพถ่ายของเบนจามิน ซี. เคดาร์
เบนจามิน ซี. เคดาร์ นักประวัติศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก

ประวัติและการศึกษา

เคดาร์เกิดที่เมืองนิตรา ประเทศเชโกสโลวาเกีย โดยมีบิดามารดาเป็นแพทย์ ในช่วงปี ค.ศ. 1944–1945 ครอบครัวของเขาต้องหลบซ่อนตัวอยู่กับชาวนาชาวสโลวักเป็นเวลา 7 เดือนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันเอาชวิทซ์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1949 เขาได้อพยพไปยังประเทศอิสราเอลผ่านโครงการ Youth Aliyah

ด้านการศึกษา เคดาร์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์และสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็ม จากนั้นได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทภายใต้การดูแลของ โจชัว พราวเวอร์ (Joshua Prawer) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์ยุคกลางจากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ในปี ค.ศ. 1969 ภายใต้การดูแลของ โรเบอร์โต ซาบาติโน โลเปซ (Roberto Sabatino Lopez)

บทบาททางวิชาการและการบริหาร

ภายในมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็ม

เคดาร์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรประวัติศาสตร์ โดยในช่วงปี ค.ศ. 1998–2001 เขาได้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะประวัติศาสตร์ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้ง และได้นำวิชาประวัติศาสตร์โลกมาเป็นวิชาบังคับสำหรับนักศึกษาประวัติศาสตร์ชั้นปีที่ 1 ซึ่งการปูพื้นฐานนี้ส่งผลให้ ยูวัล โนอาห์ ฮารารี (Yuval Noah Harari) พัฒนาแนวคิด "ประวัติศาสตร์มหาศาล" (Big History) ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการศึกษาระดับสูงของอิสราเอล (Israel Institute for Advanced Studies) ระหว่างปี ค.ศ. 2001–2005

บทบาทภายนอกมหาวิทยาลัย

เคดาร์เป็นผู้ก่อตั้งวารสาร Crusades ซึ่งเป็นวารสารทางการของสมาคมการศึกษาเรื่องสงครามครูเสดและตะวันออกละติน (SSCLE) และร่วมบรรณาธิการวารสารนี้ร่วมกับ โจนาธาน ไรลีย์-สมิธ (Jonathan Riley-Smith) และโจนาธาน ฟิลลิปส์ (Jonathan Phillips) นอกจากนี้ เขายังได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ Medieval Academy of America และ Monumenta Germaniae Historica

งานวิจัยและผลงานทางวิชาการ

งานวิจัยของเคดาร์มีความโดดเด่นในด้าน ประวัติศาสตร์เปรียบเทียบ โดยมุ่งเน้นที่ยุคกลางของยุโรปและสงครามครูเสด เขาใช้ระเบียบวิธีวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณเพื่อเปรียบเทียบอารยธรรมที่แตกต่างกัน

ผลงานที่สำคัญ ได้แก่ หนังสือ Crusade and Mission: European Approaches toward the Muslims (1984) ซึ่งวิเคราะห์ทัศนคติของชาวไบแซนไทน์และยุโรปตะวันตกที่มีต่อชาวมุสลิม รวมถึงการศึกษาเปรียบเทียบด้านแผนที่โบราณในเกาหลี จีน โลกมุสลิม ยุโรปตะวันตก และอเมริกาในยุคก่อนโคลัมบัส ตลอดจนการศึกษาเปรียบเทียบระบบโรงพยาบาลและกฎหมายในอาณาจักรเยรูซาเล็มและไบแซนไทน์

รางวัลเกียรติยศ

  • รางวัล EMET Prize (2019) สาขาศิลปะ วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม ในด้านประวัติศาสตร์
  • รางวัลอิสราเอล (Israel Prize) (2020) สำหรับการวิจัยด้านประวัติศาสตร์
  • Prix Gustave Schlumberger (2024) จาก Académie des Inscriptions et Belles-Lettres
  • เหรียญ MGH Freiherr vom Stein Medal (2026) จาก Monumenta Germaniae Historica

คำถามที่พบบ่อย

เบนจามิน ซี. เคดาร์ เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เขาเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ยุคกลางของยุโรปและสงครามครูเสด โดยใช้แนวทางประวัติศาสตร์เปรียบเทียบเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอารยธรรมยุโรป ไบแซนไทน์ และโลกมุสลิม

เคดาร์มีส่วนช่วยในการพัฒนาการศึกษาประวัติศาสตร์ในอิสราเอลอย่างไร?

เขาเป็นผู้ก่อตั้งคณะประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็ม และนำวิชาประวัติศาสตร์โลกมาเป็นวิชาบังคับสำหรับนักศึกษา ซึ่งส่งผลต่อแนวทางการศึกษาของนักวิชาการรุ่นหลัง เช่น ยูวัล โนอาห์ ฮารารี

รางวัลสำคัญที่เบนจามิน ซี. เคดาร์ ได้รับคืออะไร?

รางวัลที่โดดเด่นที่สุดคือ รางวัลอิสราเอล (Israel Prize) ปี 2020 และรางวัล EMET Prize ปี 2019 รวมถึงรางวัลระดับนานาชาติอย่าง Prix Gustave Schlumberger