← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สวนพฤกษศาสตร์และพิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์เบอร์ลิน

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งระหว่างปี ค.ศ. 1897-1910 โดยการนำของ อดอล์ฟ เอ็งเลอร์
  • เป็นหนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพรรณไม้มากกว่า 20,000 ชนิด
  • เป็นที่ตั้งของ Herbarium Berolinense ซึ่งเป็นหอพรรณไม้แห้งที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี มีตัวอย่างพืชกว่า 3.5 ล้านชิ้น
  • มีเรือนกระจกเขตร้อนขนาดใหญ่ (Großes Tropenhaus) ที่ควบคุมอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส

สวนพฤกษศาสตร์และพิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์เบอร์ลิน (เยอรมัน: Botanischer Garten und Botanisches Museum Berlin) เป็นสถาบันทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ ตั้งอยู่ในย่านลิกเทอร์เฟลเดอ (Lichterfelde) เขตสเตกลิทซ์-เซเลนดอร์ฟ (Steglitz-Zehlendorf) ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี สวนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1897 ถึง 1910 ภายใต้การนำของนักพฤกษศาสตร์และสถาปนิก อดอล์ฟ เอ็งเลอร์ (Adolf Engler) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและจัดแสดงพรรณไม้หายากจากดินแดนต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงพืชจากอาณานิคมของเยอรมนีในสมัยนั้น

ปัจจุบันสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเสรีเบอร์ลิน (Free University of Berlin) มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 42-43 เฮกตาร์ (ประมาณ 104-106 เอเคอร์) และเป็นที่รวบรวมพรรณไม้มากกว่า 20,000 ถึง 22,000 ชนิด ทำให้เป็นหนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

โครงสร้างและส่วนจัดแสดงสำคัญ

พื้นที่ของสวนพฤกษศาสตร์แบ่งออกเป็นหลายส่วน เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันของพืชแต่ละสายพันธุ์ ดังนี้:

เรือนกระจกและอาคารจัดแสดง

สวนแห่งนี้มีเรือนกระจกครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 6,000 ตารางเมตร โดยมีจุดเด่นที่สำคัญคือ:

  • เรือนกระจกเขตร้อนขนาดใหญ่ (Großes Tropenhaus): เป็นส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่อยู่ที่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสูง เพื่อจำลองสภาพป่าฝนเขตร้อน ภายในมีการปลูกพืชเขตร้อนหลากหลายชนิด รวมถึงไผ่ยักษ์
  • ศาลาแคคตัส (Cactus Pavilion): จัดแสดงพืชอวบน้ำและแคคตัสจากทั่วโลก
  • ศาลาวิกตอเรีย (Pavilion Victoria): จัดแสดงกล้วยไม้ พืชกินแมลง และจุดเด่นคือบัวยักษ์ Victoria amazonica

พื้นที่กลางแจ้งและสวนรุกขชาติ

พื้นที่กลางแจ้งของสวนแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก:

  • พื้นที่จัดแสดงตามภูมิศาสตร์: มีพื้นที่ประมาณ 13 เฮกตาร์ โดยจัดกลุ่มพืชตามแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจถึงความหลากหลายทางชีวภาพของแต่ละภูมิภาค
  • สวนรุกขชาติ (Arboretum): มีพื้นที่ประมาณ 14 เฮกตาร์ รวบรวมไม้ยืนต้นและไม้พุ่มหลากหลายสายพันธุ์

พิพิธภัณฑ์และงานวิจัยทางพฤกษศาสตร์

นอกเหนือจากส่วนจัดแสดงพืชที่มีชีวิต สวนแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ โดยประกอบด้วย:

  • พิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์ (Botanisches Museum): จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวิวัฒนาการและโครงสร้างของพืช
  • เฮอร์เบเรียมเบอร์ลินเอนเซ (Herbarium Berolinense): เป็นหอพรรณไม้แห้งที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี โดยเก็บรักษาตัวอย่างพืชแห้งมากกว่า 3.5 ล้านชิ้น ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับนักวิจัยทั่วโลก
  • ห้องสมุดทางวิทยาศาสตร์: ห้องสมุดเฉพาะทางขนาดใหญ่ที่สนับสนุนการศึกษาด้านพฤกษศาสตร์

ประวัติโดยสังเขป

รากฐานของสวนพฤกษศาสตร์ในเบอร์ลินเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1573 ในสมัยของเจ้าผู้ครองนครจอห์น จอร์จ (Elector John George) โดยมีการรวบรวมพืชพันธุ์ภายใต้การดูแลของ เดซิเดริอุส คอร์เบียนัส (Desiderius Corbianus) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมพรรณไม้ในเบอร์ลิน ก่อนที่จะมีการพัฒนาเป็นสวนพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ในย่านดาเล็ม (Dahlem) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกเดิมว่า "สวนพฤกษศาสตร์ดาเล็ม"

คำถามที่พบบ่อย

สวนพฤกษศาสตร์เบอร์ลินตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่ในย่านลิกเทอร์เฟลเดอ (Lichterfelde) เขตสเตกลิทซ์-เซเลนดอร์ฟ (Steglitz-Zehlendorf) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จุดเด่นที่สุดของสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้คืออะไร?

จุดเด่นคือเรือนกระจกเขตร้อนขนาดใหญ่ (Großes Tropenhaus) และศาลาวิกตอเรียที่จัดแสดงบัวยักษ์ Victoria amazonica

Herbarium Berolinense คืออะไร?

คือหอพรรณไม้แห้งที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ซึ่งเก็บรักษาตัวอย่างพืชแห้งมากกว่า 3.5 ล้านชิ้น เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยทางพฤกษศาสตร์