Black and Tan Fantasy บทเพลงแจ๊สระดับตำนานของ Duke Ellington
สรุปใจความสำคัญ
- Black and Tan Fantasy เป็นผลงานร่วมกันระหว่าง Duke Ellington และ Bubber Miley ในปี 1927
- เพลงนี้ได้รับอิทธิพลจากเพลงสวดทางศาสนาและเพลงมาร์ชงานศพของ Chopin
- เวอร์ชันที่บันทึกกับค่าย Victor ในปี 1927 ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Grammy Hall of Fame ในปี 1981
Black and Tan Fantasy เป็นบทเพลงแจ๊สที่แต่งขึ้นในปี ค.ศ. 1927 โดย Duke Ellington และ Bubber Miley ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงยุคทองของดนตรีแจ๊สและอิทธิพลของดนตรีบลูส์ โดยเพลงนี้ถูกบันทึกเสียงหลายครั้งโดย Ellington และวงบิ๊กแบนด์ของเขาที่ Cotton Club ในปี 1927 เพื่อออกจำหน่ายผ่านค่ายเพลง Brunswick, Victor และ Okeh
การประพันธ์เพลง
Bubber Miley นักทรัมเป็ตผู้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการสร้างสรรค์เพลงนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงสวด (spiritual) ที่แม่ของเขาเคยร้องให้ฟังในวัยเด็ก ซึ่งเป็นเพลงที่ชื่อว่า "Hosanna" และมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับทำนองของเพลง "The Holy City" โดย Stephen Adams
ในด้านโครงสร้างดนตรี เพลงนี้เริ่มต้นด้วยคีย์ B-flat minor และเปลี่ยนเป็น B-flat major หลังจากช่วงนำเข้าสู่เพลงแบบ 12-bar blues ซึ่ง Mark Tucker นักประวัติศาสตร์ดนตรีของ Ellington อธิบายว่า เพลงนี้ทำให้ผู้ฟังรู้สึกถึงบรรยากาศที่มืดมนและน่าเกรงขามในทันที นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของเพลงยังมีการอ้างอิงถึงเพลงมาร์ชงานศพ (funeral march) จาก Piano Sonata No. 2 ของ Frédéric Chopin
อิทธิพลทางดนตรี
David Grazian นักสังคมวิทยา ให้ความเห็นว่าเพลงนี้ได้รับอิทธิพลจากดนตรีบลูส์ของทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ผสมผสานกับเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของย่าน Harlem ซึ่งรวมถึงการใช้ทรัมเป็ตแบบหรี่เสียง (muted trumpets) และการเล่นเปียโนแบบ stride piano
Gunther Schuller นักดนตรีและนักประวัติศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า Miley เป็นผู้ขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์หลักในเพลงนี้ รวมถึงผลงานในช่วงกลางทศวรรษ 1920 ของวง Ellington โดย Miley มักจะถูกระบุว่าเป็นผู้ร่วมประพันธ์เพลงในผลงานยุคแรกๆ ของ Ellington ซึ่งส่วนที่น่าสนใจและแปลกใหม่ที่สุดมักมาจาก Miley ในขณะที่ส่วนที่ดูเป็นแบบแผนมากกว่ามักมาจาก Ellington
การบันทึกเสียงที่สำคัญ
เพลงนี้ถูกบันทึกเสียงหลายครั้งโดยทั้ง Ellington และศิลปินท่านอื่น โดยเวอร์ชันที่โดดเด่นที่สุดคือ:
การบันทึกเสียงของค่าย Victor
การบันทึกเสียงของค่าย Victor (ซึ่งในตอนแรกใช้ชื่อว่า "Black and Tan Fantasie") ถูกบันทึกเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1927 ที่สตูดิโอของ Victor Talking Machine Company ในเมือง Camden รัฐนิวเจอร์ซีย์ และออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1928 โดยเป็นเพลงหน้า B ของเพลง "Creole Love Call"

เวอร์ชันนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงเนื่องจากการใช้เสียงทรัมเป็ตแบบ growl trumpet ของ Bubber Miley และการใช้ plunger ของ Joe "Tricky Sam" Nanton บนทรอมโบน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบที่สุดของเพลงนี้ในยุค 1920 และได้รับการบรรจุเข้าสู่ Grammy Hall of Fame ในปี 1981
ประวัติการบันทึกเสียงของ Duke Ellington (1927–1942)
| วันที่บันทึกเสียง | ค่ายเพลง/รายละเอียด |
|---|---|
| 7 เมษายน 1927 | Brunswick 3526, Melotone M-12093, Vocalion 15556 |
| 6 ตุลาคม 1927 | น่าจะไม่ได้ออกจำหน่าย |
| 26 ตุลาคม 1927 | Victor 21137, Victor 24861 (ในชื่อ "Black & Tan Fantasie") |
| 3 พฤศจิกายน 1927 | Columbia (LP), OKeh 40955, OKeh 8521 |
| 12 มิถุนายน 1930 | Clarion 5331-C, Diva 6056-G, Velvet Tone 70 the-V |
| 9 กุมภาพันธ์ 1932 | Victor Transcription L-16007 (เป็นส่วนหนึ่งของเมดเล่ย์ 3 เพลง) |
| 13 มกราคม 1938 | Brunswick m8256 (ฉบับปรับปรุงขยายความในชื่อ Prologue to Black and Tan Fantasy) |
| 13 มกราคม 1938 | Brunswick m8063 (ฉบับปรับปรุงขยายความในชื่อ The New Black and Tan Fantasy) |
คำถามที่พบบ่อย
Black and Tan Fantasy คือเพลงอะไร?
เป็นบทเพลงแจ๊สที่แต่งขึ้นในปี 1927 โดย Duke Ellington และ Bubber Miley ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้เสียงทรัมเป็ตแบบ growl และอิทธิพลของดนตรีบลูส์
ใครคือผู้มีอิทธิพลหลักในการสร้างสรรค์เพลงนี้?
Bubber Miley เป็นผู้มีอิทธิพลหลัก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงสวดที่แม่ของเขาเคยร้องให้ฟังในวัยเด็ก
เพลงนี้เข้าสู่สาธารณสมบัติ (Public Domain) เมื่อใด?
ลิขสิทธิ์ของตัวเพลง (composition) เข้าสู่สาธารณสมบัติเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2023 แต่การบันทึกเสียงในปี 1927 จะยังไม่เข้าสู่สาธารณสมบัติจนกว่าจะถึงปี 2049

